วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560

จงตื่นเฝ้าเถิด

จงตื่นเฝ้าเถิด
วันอาทิตย์
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
ปี B
อสย 63:16-17; 63:1, 3-6
1 คร 1:3-9
มก 13:31-37
บทนำ
 รายการเกมส์โชว์หนึ่ง พิธีกรได้ยกสถานการณ์การนอนหลับและฝันว่าสิงโตตัวหนึ่งกำลังไล่ขย้ำ ทำให้เขาต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่ต้องเผชิญหน้ากับเสือที่พร้อมตะปบเขาด้วยกรงเล็บอันแหลมคมของมัน เข้าทำนอง “หนีเสือปะจระเข้” เขามองหาทางหนีไปที่ข้างทาง แต่สองข้างทางเต็มไปด้วยสัตว์ป่าดุร้ายที่พร้อมทำร้ายเขาเช่นกัน ในขณะนั้นเขาเหมือนจนตรอก หนีไปทางไหนไม่ได้ ถามว่า “เขาจะหนีเอาตัวรอดอย่างไร” เฉลย “จงตื่นจากฝัน”
การตื่นทำให้เราอยู่ในโลกของความเป็นจริง ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโลกของความฝัน ปัญหาใหญ่โตที่เรากำลังเผชิญขณะฝัน ไม่มีผลใดๆ ต่อชีวิตปัจจุบันของเรา เมื่อตื่นขึ้นเราพบความจริงว่าอันตรายจากสัตว์ร้ายในความฝันไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใด เพราะเป็นเพียงความฝัน ไม่ใช่ความจริง เราอาจเปรียบเทียบความฝันและการตื่นนี้กับชีวิตฝ่ายจิตของคริสตชน การตื่นเฝ้าระวังอยู่เสมอ ทำให้เราพร้อมเผชิญกับทุกสิ่ง
สัปดาห์แรกของเทศกาลรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระศาสนจักรเชื้อเชิญเราให้พร้อมต้อนรับองค์พระเจ้าที่กำลังเสด็จมา “จงตื่นเฝ้าเถิด” เพื่อว่าเมื่อพระองค์เสด็จมาจะพบเรากำลังเตรียมพร้อมอยู่ เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ ไม่เพียงเตรียมฉลองการบังเกิดมาของพระคริสตเจ้า แต่ยังเป็นการเตรียมต้อนรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์ เป็นช่วงเวลาแห่งความหวัง ด้วยการเชิญพระองค์เสด็จเข้ามาในจิตใจ และตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระองค์ในเพื่อนพี่น้อง
1.        จงตื่นเฝ้าเถิด
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงเตือนและให้กำลังใจผู้ติดตามพระองค์ให้ระวังและตื่นเฝ้าทางจิตใจ พระองค์กำลังจะจากพวกเขาไป พวกเขาต้องเป็นดังผู้รับใช้ที่ตื่นเฝ้าอยู่เสมอ ดังนั้น ช่วงเวลาที่พระองค์ไม่อยู่เป็นเวลาแห่งการทดสอบความเชื่อ พระองค์ทรงย้ำเตือนพวกเขาให้ระวังและตื่นเฝ้า เพราะไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของบ้านจะมาเมื่อไหร่ เพื่อว่าเมื่อพระองค์เสด็จมาจะพบพวกเขากำลังตื่นเฝ้าด้วยความเชื่อและพร้อมต้อนรับพระองค์
นักบุญมาระโกได้ใช้ภาพพจน์ของผู้รับใช้ที่คอยเปิดประตูให้เจ้าของบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ณ เมืองเบ็ธเลแฮมพระเยซูเจ้าเสด็จมาในรูปของเด็กทารก แต่ผู้คนจำพระองค์ไม่ได้ คำอุปมาเรื่องการพิพากษาครั้งสุดท้ายในสัปดาห์สุดท้าย พระองค์เสด็จมาในรูปแบบของคนที่ต่ำต้อยและต้องการความช่วยเหลือ มีแต่คนที่มีความเชื่อเท่านั้นที่จำพระองค์ได้และรับใช้พระองค์ การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อช่วยให้เรามองเห็นและจำพระองค์ได้
ชีวิตคริสตชนเป็นชีวิตที่ต้องตื่นเฝ้าอยู่เสมอ ทำหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดด้วยความซื่อสัตย์และรับผิดชอบ การตื่นเฝ้ายังหมายถึงการเรียนรู้เครื่องหมายแห่งกาลเวลา เพื่อเข้าใจถึงความหมายที่พระเจ้าต้องการบอก และรับผิดชอบต่อหน้าที่ประจำวันจนถึงที่สุด การตื่นเฝ้าเป็นการเจริญชีวิตแห่งการรับใช้พระเจ้าด้วยความวางใจ ปฏิบัติตามพระบัญญัติและดำรงตนในฐานะพระหรรษทาน เหมือนผู้รับใช้ซื่อสัตย์ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอย่างเคร่งครัด
2.        บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราคริสตชนหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิต
ประการแรก จงตื่นเฝ้าเถิด การตื่นเฝ้าแสดงถึงลักษณะของผู้เป็นศิษย์ที่มุ่งหวังและรอคอยพระคริสตเจ้าเสด็จกลับมา การเฝ้าคอยนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ การตื่นเฝ้าไม่ใช่การอยู่เฉยๆ แต่หมายถึงความรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การปฏิบัติตามคำสั่งของพระเยซูเจ้าที่ว่า “จงตื่นเฝ้าและอธิษฐานภาวนาเพื่อจะไม่เข้าสู่การทดลอง” (มก 14:38) หรือเลียนแบบพระองค์ที่เสด็จขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนาต่อพระเจ้าตลอดทั้งคืน (ลก 6:12)
 ประการที่สอง จงเตรียมพร้อม การเสด็จมาครั้งที่สองเกิดขึ้นอย่างแน่นอนแต่ไม่มีใครรู้ มีแต่พระบิดาเจ้าเท่านั้นที่ทราบ (มก 13:32) ชีวิตของเราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จมาของพระองค์ นี่คือหน้าที่ที่เราต้องทำ เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ ท้าทายเราด้วยคำถามที่สำคัญสามข้อ: 1) เราจะทำอะไรขณะนี้ เพื่อสร้างอาณาจักรของพระเจ้าในโลก, 2) เราควรจะทำอะไรเวลานี้ และ 3) เราจะเริ่มทำอะไรบ้าง ในสัปดาห์แรกของเทศกาลรับเสด็จฯ นี้
ประการที่สาม จงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด การเสด็จมาครั้งที่สองเป็นเวลาแห่งการพิพากษาจะเกิดขึ้นโดยฉับพลันและไม่มีใครคาดคิด แต่ละคนต้องดำเนินชีวิตในแต่ละวันให้ดีที่สุด “จงพยายามดำเนินชีวิตให้ดีทุกวัน ราวกับว่าท่านต้องตายในเย็นวันนั้น” (ชาร์ล เดอ โฟโกลต์) คริสตชนผูกพันตนเองกับปัจจุบันเพราะทุกนาทีเป็นการนัดพบกับพระเจ้า และวาระสุดท้ายขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน โดยเฉพาะในการปฏิบัติต่อพี่น้องที่ต่ำต้อยในแต่ละวัน
บทสรุป
พี่น้องที่รัก เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เป็นช่วงเวลาของรื้อฟื้นและสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพระเจ้า เพียรทนในการอธิษฐานภาวนาด้วยความเชื่อวางใจ และเปิดใจต้อนรับพระองค์ในเพื่อนพี่น้อง เป็นต้นในคนจนและคนต้องการความช่วยเหลือ พระคริสตเจ้าทรงเป็นแสงสว่างของโลก ดังนั้น เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ จึงเป็นช่วงเวลาของการก้าวเดินออกจากความมืดด้วยการกลับใจเปลี่ยนแปลงตนเอง เพื่อเดินในแสงสว่างของพระองค์
พระศาสนจักรให้เราเริ่มต้นปีพิธีกรรมด้วยเทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ เพื่อท้าทายและเตือนเราให้คิดถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของเรา ในการมุ่งหน้าไปพบองค์พระเจ้าที่กำลังเสด็จมาและทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ทำให้พระคริสตเจ้าปรากฏเป็นจริงในชีวิตประจำวันสำหรับผู้ที่ไม่เชื่อพระองค์ ศิษย์พระคริสต์ต้องถอดแบบพระองค์ในความรักที่เรามีต่อเพื่อนพี่น้อง นี่คือการเตรียมพร้อมและตื่นเฝ้าอยู่เสมอที่พระองค์ต้องการจากเรา
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
San Tomasso Ashram, วัดแม่พระแห่งภูเขาการ์แมล ป่าพนาวัลย์
2 ธันวาคม 2017
ภาพ: สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส, สนามกีฬา Kyaikkasan, ย่างกุ้ง เมียนมาร์; 2017-11-29

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น