วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563

บททดสอบความเชื่อ


บททดสอบความเชื่อ
เสาร์
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
2ซมอ 12:1-7, 10-17
มก 4:35-41
พระวรสารวันนี้ นักบุญมาระโกได้เล่าเรื่องพระเยซูเจ้าทรงทำให้พายุสงบ ซึ่งเป็นอัศจรรย์ที่พระเยซูเจ้าไม่ได้ทรงกระทำกับประชาชน แต่ทรงกระทำกับบรรดาศิษย์ของพระองค์เพื่อทดสอบความเชื่อของพวกเขา เรือของพระองค์และบรรดาศิษย์เผชิญกับพายุแรงกล้า คลื่นซัดเข้าเรือจนน้ำเกือบเต็มเรือ แต่พระองค์ยังทรงบรรทมหลับอยู่ที่ท้ายเรือ
การหลับสนิทท่ามกลางพายุแรงกล้าสะท้อนความจริงว่า พระเยซูเจ้าทรงมีความสมดุลในชีวิตผิดธรรมดาสามัญ หรือทรงเหน็ดเหนื่อยอย่างที่สุดเพราะการทำงานหนักตลอดทั้งวัน เหนือสิ่งอื่นใด พระองค์ทรงต้องการสอนบรรดาศิษย์ ให้เชื่อในพลังอำนาจและความรักของพระบิดาเจ้า ทรงประทับอยู่บนเรือกับพวกเขา แต่พวกเขาขาดความวางใจในพระองค์ กระทั่งถึงที่สุดจึงปลุกพระองค์
บรรดาศิษย์ได้อยู่กับพระเยซูเจ้าและได้เห็นอัศจรรย์มากมายที่ทรงกระทำ ไม่แปลกที่ทรงถามพวกเขาว่า “ตกใจกลัวเช่นนี้ทำไม ท่านยังไม่มีความเชื่อหรือ” (มก 4:40) ทรงต้องการสอนพวกเขาให้เชื่อและวางใจในพระองค์ รู้ถึงความปรารถนาอันแรงกล้าของพระองค์ ที่ทรงประสงค์ให้พวกเขาตอบรับพระองค์เป็นอาจารย์อย่างหมดสิ้นจิตใจ
เมื่อนาวาชีวิตของเราเผชิญพายุแรงกล้า ชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรคปัญหานานาชนิดถาโถมเข้ามา หลายครั้งครั้งเรารู้สึกเหมือนกำลังเผชิญชะตากรรมตามลำพัง แต่ในความเป็นจริง พระเยซูเจ้าทรงประทับอยู่ใกล้เรา ทรงรอคอยเราหันมาหาและวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ บ่อยครั้งเรามาหาพระองค์เมื่อหมดสิ้นหนทางแล้ว เราต้องไม่ปล่อยให้อุปสรรคปัญหาถึงขึ้นวิกฤตถึงค่อยคิดถึงและมาหาพระองค์
คริสตชนต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอผ่านทางอธิษฐานภาวนา การอ่านพระคัมภีร์ และนำพระวาจามาปฏิบัติในชีวิต เพื่อเข้าใจถึงแผนการและพระประสงค์ของพระเจ้า ผู้เป็นคำตอบแท้จริงของทุกปัญหาในชีวิต ศิษย์พระคริสต์ต้องมีความเชื่อและความวางใจในพระเจ้า ตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าท่ามกลางเราและพร้อมช่วยเหลือเรา ซื่อสัตย์มั่นคงในความเชื่อคริสตชน ไม่โอนเอนไปตามกระแสและค่านิยมของโลก
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
31 มกราคม 2020
ที่มาภาพ: http://www.simplyheavenlyfood.com/2014/02/word-of-day-february-21-2014.html

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563

ครอบครัวของพระเจ้า


ครอบครัวของพระเจ้า
อังคาร
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
2 ซมอ 6:12ข-15,17-19
มก 3:31-35
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ให้บทเรียนสำคัญแก่บรรดาศิษย์ นั่นคือการออกจากครอบครัวเพื่อเห็นแก่พระเจ้าและพระอาณาจักรของพระองค์ ในดินแดนที่ให้ความสำคัญกับระบบเครือญาติ ย่อมเป็นเรื่องยากในการปฏิบัติ พระองค์มิได้ปฏิเสธครอบครัว แต่ทรงทำให้ความสนิทสนมแบบครอบครัวเป็นต้นแบบของการรู้จักพระเจ้าอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์อย่างสมบูรณ์ และทำงานเพื่อพระองค์อย่างร้อนรน
นักบุญมาระโกได้พูดถึงพระนางมารีย์เป็นครั้งแรก ซึ่งเดินทางมาพบพระเยซูเจ้าพร้อมพระญาติของพระองค์ แต่ไม่อาจเข้าใกล้พระองค์ได้เพราะประชาชนห้อมล้อม มีคนทูลพระองค์ว่า “มารดาและพี่น้องของท่านกำลังตามหาท่าน คอยอยู่ข้างนอก” (มก 3:32) พระองค์ทรงถามว่า “ใครเป็นมารดาและพี่น้องของเรา” (มก 3:33) และตรัสกับผู้ที่ห้อมล้อมพระองค์ว่า ผู้ใดทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ผู้นั้นเป็นพี่น้องชายหญิงและมารดาของเรา” (มก 3:35)
คำตอบของพระเยซูเจ้าได้ให้ความกระจ่างว่า “ไม่ใช่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่สำคัญ แต่เป็นการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ทรงรู้สึกเป็นพี่น้องกับทุกคนที่ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า นี่เป็นพันธกิจสำคัญของพระองค์ในการเสด็จมาในโลกคือ การทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าและมอบชีวิตของพระองค์เพื่อความรอดของมนุษย์ ทรงขยายขอบเขตของครอบครัวให้กว้างออกไป อยู่เหนือพันธะทางครอบครัว เชื้อชาติ และชาติพันธุ์
พระเยซูเจ้าไม่ทรงประสงค์ให้เราถวายเกียรติแด่พระนางมารีย์ ในฐานะมารดาของพระองค์ แต่ในฐานะ “ผู้รักพระเจ้าและประกาศตนรับใช้ของพระเจ้าอย่างใกล้ชิด” เพราะพระนางได้เปิดหัวใจทั้งครบต่อพระประสงค์ของพระเจ้า เป็นผู้เปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า และเป็นผู้มีความเชื่อและวางใจในพระเจ้าอย่างแท้จริง นี่คือธรรมชาติของครอบครัวพระเจ้า ที่มาก่อนและอยู่เหนือพันธะทางครอบครัว
คริสตชนได้รับการเรียกให้เข้าอยู่ในครอบครัวของพระเจ้า เชื่อและวางใจพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม เลียนแบบอย่างพระนางมารีย์ในการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” (ลก 1:38) ศิษย์พระคริสต์ต้องเจริญชีวิตในความรักพระเจ้าและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์เยี่ยงพระนางมารีย์ ดำเนินชีวิตเป็นเหมือนพระเยซูเจ้าทั้งวิธีคิดและการปฏิบัติ และเป็นหนึ่งเดียวกับผู้อื่นดุจพี่น้อง
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
27 มกราคม 2020
ภาพ: พระสงฆ์ นักบวชและคริสตชน, วัดนักบุญเปโตร มุกดาหาร; 2020-1-25

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563

สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ, ปีที่ 2 ฉบับที่ 89


สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ

ปีที่ 2 ฉบับที่ 89, อาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2020 (2563): http.//dondaniele.blogspot.com

107 หมู่ 6 บ้านดอนม่วย ตำบลช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร 47130È086-231-3231

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
ฉลองวัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย เสาร์ที่ 18 มกราคม 2020
พี่น้องที่รัก การเป็นศิษย์และศาสนบริการเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคริสตชน เราแต่ละคนได้รับการเรียกให้มาเป็นศิษย์และรับใช้ พระเยซูเจ้ายังคงกระทำภารกิจแห่งการรับใช้ของพระองค์ต่อไปในโลกผ่านทางพระศาสนจักร ซึ่งไม่ได้หมายถึงศาสนบริกรที่ได้รับศีลบวชคือพระสงฆ์และนักบวชเท่านั้น แต่พระศาสนจักรหมายถึงเราทุกคน
ความทุกข์ยากลำบากยังคงมีอยู่ในโลก เพราะคริสตชนแต่ละคนไม่ได้ดำเนินชีวิตเป็นศิษย์แท้จริงของพระองค์ ไม่ได้เป็นเครื่องมือที่ดีของพระองค์ กระแสเรียกของเราแต่ละคนคือการรับใช้คนอื่น (ลีโอ ตอลสตอย) ให้เราได้เงียบสักครู่หนึ่ง เพื่อพิจารณาว่าเราได้ดำเนินชีวิตในการรักและรับใช้เพื่อนพี่น้องของเรามากน้อยแค่ไหน เราได้ทำหน้าที่คริสตชนตามที่พระเจ้าทรงเรียกเราดีเพียงใด
 แม่บ้านและเยาวชนวัดดอนม่วยฟ้อนต้อนรับพระคุณเจ้าจำเนียร สันติสุขนิรันดร์
บทอ่านที่หนึ่ง ประกาศกอิสยาห์มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแคว้นเศบูลุนและนัฟทาลีว่าเป็นการลงโทษของพระเจ้า อันเนื่องมาจากบาป โดยเฉพาะกษัตริย์ที่ขาดความเชื่อในพระเจ้า ทำให้อิศยาห์ฝันถึงกษัตริย์ที่กำลังจะมาเป็นแสงสว่างขับไล่ความมืด เป็นองค์สันติราชาแท้จริง
บทอ่านที่สอง นักบุญเปาโลได้แนะนำชาวโครินทร์ให้ดำเนินชีวิตเยี่ยงบุตรแห่งความสว่าง หลีกเลี่ยงการแบ่งแยกและการเป็นอริกัน โดยชี้ให้เห็นว่าทุกคนได้รับการเรียกให้เป็นศาสนบริกรของพระเยซูเจ้า ร่วมส่วนในภารกิจของพระองค์ ในการเป็นแสงสว่างแก่คนที่อยู่ในความมืด
พระวรสาร นักบุญมัทธิวได้อธิบายว่าสิ่งที่ประกาศกอิสยาห์ทำนายนั้น ได้ปรากฏเป็นจริงในพระเยซูเจ้า ผ่านทางการเทศน์สอนและการรักษาของพระองค์ ทรงเชื่อเชิญทุกคนให้เข้าในอาณาจักรของพระเจ้าผ่านทางการเป็นทุกข์กลับใจ พระเยซูเจ้าทรงนำแสงสว่างมาสู่คนที่อยู่ในความมืด เพื่อทำให้คำสัญญาของพระเจ้าเป็นจริง
พี่น้องชาวดอนม่วยต้อนรับพระคุณเจ้าจำเนียร สันติสุขนิรันดร์และพิธีเสกกองข้าว
°ข่าวสารและประชาสัมพันธ์
1.          อาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2020 ยุวสถานมารีย์พิทักษ์ พังโคน จะมาขอรับบริจาคข้าว ขอพี่น้องได้บริจาคข้าวสนับสนุนกระแสเรียกของคณะรักกางเขนแห่งท่าแร่ ตอนเย็น เวลา 19.00 น. ขอเชิญสภาภิบาลวัดและผู้นำกลุ่มคริสตชนพื้นฐานร่วมประชุมเตรียมความพร้อมที่บ้านพักเจ้าอาวาส
2.          อังคารที่ 28-พุธที่ 29 มกราคม 2020 แบ่งปัน 350 ปีมิสซังสยามและร้อยปีมรณกรรมสองธรรมทูตผู้บุกเบิก ที่วัดพระวิสุทธิวงศ์ หนองคู อำนาจเจริญ
3.          พฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2020 ฉลองวัดนักบุญอันดรูว์ หนองแซง นครพนม พิธีบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.00 น.
4.          ศุกร์ที่ 31 มกราคม 2020 ฉลองวัดนักบุญยอห์น บอสโก โคกสะอาด พิธีบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.00 น.
5.          เสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2020 เชิญร่วมฉลองวัดแม่พระองค์อุปถัมภ์ ดอนเชียงคูณ และฉลองวันนักบวชสากล พิธีบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.00 น.
6.          เสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2020 ฉลองวัดพระคริสตราชา นาจาร และวัดแม่พระถวายพระกุมารในพระวิหาร จันทร์เพ็ญ พิธีบูชาขอบพระคุณเวลา 10.00 น.
7.          เงินทาน อาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2020: วัดดอนม่วย 2,193.50 บาท; วัดโนนค้อ 790.- บาท,
8.          ขอบคุณ กลุ่มคริสตชนพื้นฐานกลุ่มที่ 9-10 ที่มาทำความสะอาดวัด สัปดาห์หน้ากลุ่มที่ 1-2 (โนนค้อ: กลุ่มที่ 2)
 เสกรถมอร์เตอร์ไซด์วัดพระเมตตาแห่งพระเยซูเจ้า โนนค้อ
พิธีบูชาขอบพระคุณและวันฉลองในรอบสัปดาห์
วัน
ที่
เวลา
                                   ผู้ขอ/วันฉลอง
จุดประสงค์
อาทิตย์
26
07.00 น.
08.30 น.
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
สุขสำราญพี่น้องชาวโนนค้อ
สุขสำราญพี่น้องชาวดอนม่วย
จันทร์
27
06.00 น.
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

อังคาร
28
06.00 น.
ระลึกถึง น.โทมัส อาไควนัส พระสงฆ์และนักปราชญ์

พุธ-พฤหัส
29-30
06.00 น.
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

ศุกร์
31
06.00 น.
ระลึกถึง น.ยอห์น บอสโก พระสงฆ์

เสาร์
1
06.00 น.
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

 บรรยากาศการแห่กันหลอนของพี่น้องชาวดอนม่วย อาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2020















การเรียกของพระเจ้า


การเรียกของพระเจ้า
อาทิตย์
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
ปี A
อสย 9:1-4
1 คร 1:10-1, 17
มธ 4:12-23
บทนำ
ชายคนหนึ่งไปตัดผมที่ร้านแห่งหนึ่ง ทั้งคู่สนทนากันอย่างถูกคอ เมื่อรู้ว่าลูกค้าของตนเป็นคริสตชน ช่างตัดผมได้พูดขึ้นว่า “ผมไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า” ชายคนนั้นถามว่า “ทำไมถึงพูดเช่นนั้น” ช่างตัดผมอธิบายว่า “ลองออกไปในถนนสิ หากมีพระเจ้าทำไมถึงมีความทุกข์ คนเจ็บป่วย และเด็กเร่ร่อนจำนวนมาก ทำไมพระเจ้าองค์แห่งความรักปล่อยให้มีสิ่งเลวร้ายเหล่านี้” ชายคนนั้นไม่ตอบอะไร เนื่องจากไม่ต้องการทำลายบรรยากาศของการสนทนา
เมื่อตัดผมเสร็จ เขาเห็นชายคนหนึ่งผมเผ้ารุงรังเดินผ่านมา จึงพูดกับช่างตัดผมว่า คุณรู้ไหมว่าช่างตัดผมไม่มีอยู่จริง” ช่างตัดผมรู้สึกแปลกใจและยืนยันว่า “ผมนี่ไงและเพิ่งตัดผมให้คุณไป” ชายคนนั้นย้ำว่า “หากมีช่างตัดผม คงไม่มีคนผมเผ้ารุงรังสกปรกเหมือนชายคนนั้น” ช่างตัดผมแย้งว่า “ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาไม่ยอมมาหาผม” ชายนั้นพูดบ้างว่า จริงทีเดียว การมีอยู่ของพระเจ้าเป็นเช่นเดียวกัน ความทุกข์และความเลวร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เพราะมนุษย์ไม่ยอมมาหาพระองค์”
การเป็นศิษย์และศาสนบริการเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคริสตชน แต่ละคนได้รับการเรียกให้มาเป็นศิษย์และรับใช้ พระเยซูเจ้ายังคงกระทำพันธกิจแห่งการรับใช้ต่อไปในโลกผ่านทางพระศาสนจักร ซึ่งไม่ได้หมายถึงพระสงฆ์และนักบวชเท่านั้น แต่หมายถึงเราทุกคน ความทุกข์ยากลำบากยังคงมีอยู่ในโลก เพราะคริสตชนแต่ละคนไม่ได้ดำเนินชีวิตเป็นศิษย์แท้จริงของพระเยซูเจ้า และเป็นเครื่องมือที่ดีของพระองค์ กระแสเรียกของเราแต่ละคนคือการรับใช้คนอื่น (ลีโอ ตอลสตอย)
1.         การเรียกของพระเจ้า
พระวรสารวันนี้ บอกให้เราทราบถึงการเริ่มต้นพันธกิจของพระเยซูเจ้า พระองค์เสด็จไปแคว้นกาลิลี ทรงเทศน์สอนในศาลาธรรมและประกาศข่าวดีแห่งอาณาจักรของพระเจ้า พระองค์ทรงเรียกศิษย์กลุ่มแรกคือ เปโตร อันดรูว์ ยากอบ และยอห์น ซึ่งเป็นชาวประมงที่เมืองคาเปอรนาอุม เพื่อร่วมส่วนในพันธกิจและเป็นพยานถึงพระองค์ในโลก ทรงตรัสกับซีโมนและอันดรูว์ว่า จงตามเรามา เราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงจับมนุษย์ (มธ 4:19) พวกเขาล้วนเป็นชาวประมงธรรมดา ไม่มีความรู้อะไรมาก สิ่งที่พวกเขารู้ดีที่สุดคือการจับปลา
พระเยซูเจ้าทรงเริ่มพันธกิจที่เมืองคาเปอรนาอุมในฐานะแสงสว่างยิ่งใหญ่ ที่ประกาศกอิสยาห์กล่าวถึงในบทอ่านแรก ข่าวดีที่ทรงประกาศคือ จงกลับใจเถิด เพราะอาณาจักรสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว (มธ 4:17) ทรงเชื้อเชิญให้ กลับใจ (Metanoia) มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเจ้าและตอบสนองการเรียกของพระองค์ เป็นการเรียกให้เปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินชีวิตแบบถอนรากถอนโคน และเปลี่ยนแปลงจิตใจเพื่อทำงานของพระเจ้า
ศิษย์กลุ่มแรกของพระเยซูเจ้าได้เป็นผู้ร่วมงานที่มีส่วนในพันธกิจของพระองค์ เมื่อได้รับการเรียกพวกเขาได้ตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล ละทิ้งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือในการหาปลาที่ใช้เลี้ยงชีพ บิดามารดาและครอบครัว เพื่อเป็นศิษย์ติดตามพระองค์โดยไม่มีเงื่อนไข ในหมู่พวกเขาไม่มีใครเคยเห็นหรือรู้จักพระเยซูเจ้ามาก่อน แต่เมื่อได้รับการเรียก พวกเขาหยุดงานที่กำลังทำอยู่ทันที ละทิ้งทุกสิ่งที่เป็นเจ้าของเพื่อมาอยู่กับพระองค์
2.         บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก เราต้องตอบสนองการเรียกของพระเจ้าทันที นักบุญเปาโลได้ย้ำกับคริสตชนชาวโครินทร์ในบทอ่านที่สองว่า ทุกคนได้รับการเรียกให้มาเป็นศิษย์และศาสนบริกรของพระเยซูเจ้า มีส่วนในพันธกิจของพระองค์ในการเป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดให้แก่โลก โดยเฉพาะ การทำให้แสงสว่างแห่งความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และการให้อภัยของพระเยซูเจ้าฉายแสงในตัวเรา เพื่อคนอื่นที่เห็นกิจการดีในตัวเรา จะได้สรรเสริญพระบิดาเจ้าของเรา
ประการที่สอง เราต้องประกาศข่าวดีแห่งอาณาจักรของพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงเดินทางไปทั่วแคว้นกาลิลีเพื่อประกาศข่าวดีแห่งอาณาจักรของพระเจ้า และทรงมอบพันธกิจนี้แก่เราตั้งแต่วันรับศีลล้างบาป เราถูกเรียกร้องให้เจริญชีวิตในความรัก ยุติธรรมและสันติที่พระองค์ประกาศ เพื่อสถาปนาอาณาจักรแห่งความรัก ความยุติธรรมและสันติสุขให้บังเกิดขึ้น โดยเริ่มจากในครอบครัว หมู่คณะ และชุมชนวัดของเรา
ประการที่สาม เราต้องละทิ้งบางสิ่งและติดตามพระเยซูเจ้า สาวกรุ่นแรกได้ละทิ้งทุกสิ่งและติดตามพระเยซูเจ้า ในการเป็นศิษย์ติดตามพระเยซูเจ้าเราต้องละทิ้งสิ่งที่เราเป็นเจ้าของโดยไม่มีเงื่อนไข โดยเฉพาะน้ำใจของเรา เพื่ออุทิศตนรับใช้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้องอย่างเต็มที่ เราต้องเป็นอิสระในการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้ามากกว่าน้ำใจของตน และพร้อมดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า มีชีวิตอยู่เพื่อรัก รับใช้ และมอบชีวิตเพื่อทุกคน
บทสรุป
พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าทรงเรียกเราให้มาเป็นคริสตชนและเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ทำให้เราได้รับแสงสว่างและมีส่วนในพันธกิจของพระองค์ในโลกนี้ นั่นไม่ใช่เพราะเราดีกว่าคนอื่น แต่เพราะความรักของพระเจ้ายิ่งใหญ่ ทรงรักเราและเรียกเราทุกวันให้ติดตามพระองค์ เราต้องไม่ลังเลในการติดตามและเลียนแบบพระองค์โดยไม่มีเงื่อนไข โดยเฉพาะในความรัก การรับใช้ และการให้อภัยในชีวิตประจำวัน
คริสตชนต้องรักษาความเป็นหนึ่งเดียวกันในหมู่คณะ และทำทุกวิถีทางในการขยายอาณาจักรของพระเจ้าในชีวิตประจำวันของตน ตามบทบาทและหน้าที่ที่ทรงมอบหมาย ศิษย์พระคริสต์ต้องดำเนินชีวิตเป็นศิษย์แท้จริงของพระเยซูเจ้า เป็นเครื่องมือที่มองเห็นได้แห่งพระพรของพระเจ้าในชีวิตประจำวัน ในการรักโดยไม่มีเงื่อนไข การรับใช้ด้วยใจกว้าง และการให้อภัยไม่สิ้นสุด เพื่อสร้างอาณาจักรของพระเจ้าในทุกที่ที่เราอยู่
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@hotmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
25 มกราคม 2020

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2563

การแต่งตั้งอัครสาวกของพระเยซูเจ้า


การแต่งตั้งอัครสาวกของพระเยซูเจ้า
ศุกร์
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา
1ซมอ 24:2-21
มก 3:13-19
พระวรสารวันนี้ นักบุญมาระโกเล่าการแต่งตั้งอัครสาวกสิบสองคนของพระเยซูเจ้าบนภูเขา พระองค์ทรงใช้ภูเขาเป็นสถานที่ในการตัดสินใจครั้งสำคัญ เนื่องจากภูเขาเป็นที่สงัดเอื้อต่อการอธิษฐานภาวนา “ทรงเรียกผู้ที่พระองค์ทรงต้องการให้มาพบ” (มก 3:13) ทรงเรียกอย่างทรงอำนาจเพื่อให้พวกเขามาเจริญชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระองค์ ร่วมอธิษฐานภาวนา และทำงานที่ทรงมอบหมาย
มาระโกเน้นการแต่งตั้งอัครสาวกสิบสองคนของพระเยซูเจ้าเป็นพิเศษ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทรงตั้งพระทัยในการก่อตั้งพระศาสนจักร ประชากรของพระเจ้า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งพวกเขาออกไปเทศน์สอน ซึ่งเป็นงานที่พระองค์ทรงกระทำอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้ง ทรงมอบอำนาจในการขับไล่ปีศาจ ซึ่งเป็นหน้าที่ในการขับไล่จิตชั่วให้ออกจากใจมนุษย์ (การอภัยบาป)  แต่ก่อนอื่นหมดพวกเขาต้องเป็นผู้ร่วมงานที่อยู่กับพระองค์และใช้เวลากับพระองค์
การอยู่กับพระเยซูเจ้าและใช้เวลากับพระองค์เป็นสิ่งสำคัญ ทำให้พวกเขามีความนึกคิดและเป็นแบบพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการอธิษฐานภาวนา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานและการออกไปเป็นพยานถึงข่าวดี ซึ่งได้ทรงกระทำให้เห็นด้วยชีวิตของพระองค์ ก่อนเริ่มพันธกิจอย่างเปิดเผย พระองค์ได้ใช้เวลาในถิ่นทุรกันดารจำศีลอดอาหารและอธิษฐานภาวนาติดต่อสัมพันธ์กับพระบิดาเจ้า
กระแสเรียกเป็นของประทานจากพระเจ้า ที่ทรงเรียกเราให้มารับใช้พระองค์และเพื่อนมนุษย์ พระองค์ทรงต้องการการตอบรับจากเราและติดตามพระองค์เหมือนบรรดาอัครสาวก เราอาจคิดถึงความไม่เหมาะสมของตนซึ่งทรงทราบทุกอย่างทั้งหมดก่อนแล้ว พระองค์ทรงเรียกเราด้วยเหตุผลของพระองค์และพร้อมช่วยเหลือเราในการรับใช้พระองค์ เราได้ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเรียกเราไหม เราได้ทุ่มเทและอุทิศตนทั้งครบเพื่อพระองค์และการรับใช้พระองค์หรือเปล่า
พระเยซูเจ้าทรงเรียกและเลือกบรรดาอัครสาวกเพื่อส่งไปประกาศข่าวดีแก่โลก พันธกิจและข่าวดีนี้ได้รับการส่งต่อสู่ผู้เป็นศิษย์ติดตามพระองค์ทุกคน ทรงเรียกเราให้เป็นคริสตชนผ่านทางศีลล้างบาป ศิษย์พระคริสต์ต้องติดตามพระเยซูเจ้าทุกวันและนำข่าวดีไปบอกแก่ทุกคน เราต้องเชื่อในข่าวดีและเจริญชีวิตเป็นข่าวดีสำหรับผู้อื่น มีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระองค์ผ่านการอธิษฐานภาวนา ศีลศักดิ์สิทธิ์ การฟังและเจริญชีวิตตามพระวาจาของพระองค์
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
23 มกราคม 2020
ที่มาภาพ : http://www.freebibleimages.org/photos/lumo-jesus-disciples/