วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563

การรอคอยของสิเมโอน


 การรอคอยของสิเมโอน

29 ธันวาคม

อัฐมวารพระคริสตสมภพ

1 ยน 2:3-11

ลก 2:22-35

การถวายบุตรชายคนแรกแด่พระเจ้าในพระวิหารกระทำหลัง 40 วันของการเกิด เพื่อให้มารดาทำพิธีชำระมลทินตามธรรมบัญญัติของโมเสส พระเจ้าผู้รับเอากายเป็นมนุษย์และพระคริสต์ บุตรพระเจ้าได้ประทับในพระวิหารทั้งสภาวะมนุษย์และพระเจ้า นี่เป็นธรรมล้ำลึกซึ่งแสดงถึงพันธกิจของพระเยซูเจ้า  ทรงมอบพระองค์ทั้งครบแด่พระบิดาเจ้า และพระองค์ทรงเป็นพระวิหารยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

พระกุมารเยซูเสด็จเข้าไปในพระวิหาร บ้านแห่งการถวายเครื่องสักการบูชาเพื่อการนมัสการพระเจ้า ชีวิตของพระองค์เริ่มเป็นวิหารแห่งการรับใช้ตามบทบัญญัติใหม่ ที่บรรลุความสมบูรณ์บนไม้กางเขนและในศีลมหาสนิทในพิธีบูชาขอบพระคุณ ดังนั้น การถวายพระกุมารในพระวิหารเป็นเครื่องหมายแห่งการอุทิศชีวิตของเรา มาวัดด้วยจิตตารมย์เดียวกันเพื่อทำให้แผนการของพระเจ้าบรรลุความสมบูรณ์

สิเมโอนได้มาที่พระวิหารทุกวันเป็นเวลาหลายปีเพื่อหวังได้พบพระผู้ไถ่สักวันหนึ่ง คำอธิษฐานภาวนาของสิเมโอนได้รับการตอบสนอง สิเมโอนเปี่ยมไปด้วยพระจิตเจ้าและได้พบพระกุมารเยซู ถือเป็นเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ในชีวิตของสิเมโอน ได้รับพระกุมารมาอุ้มและกล่าวถวายพรแด่พระเจ้า ผู้โปรดให้ได้เห็นพระผู้ช่วยให้รอด ผู้เป็นแสงสว่างและพระสิริรุ่งโรจน์สำหรับประชากรอิสราเอล สามารถนอนตายตาหลับอย่างเป็นสุขในบั้นปลายชีวิต

สิเมโอนรอคอยพระผู้ไถ่ด้วยการอธิษฐานภาวนา และการไตร่ตรองด้วยความเพียรทนเป็นเวลาหลายปี พระเจ้าทรงตอบสนองคำอธิษฐานภาวนาของสิเมโอนตามแผนการของพระองค์ เวลาเป็นของประทานจากพระเจ้าช่วยเตรียมเราให้ยอมรับพระพรแห่งชีวิตนิรันดร เราได้ใช้เวลาของเราอย่างไร เราได้ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ หรือใช้เพื่อการอธิษฐานภาวนา เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ของเราและเป็นโอกาสในการทำกิจการดี

คริสตชนต้องเลียนแบบสิเมโอนในการใช้เวลาอธิษฐานภาวนาและไตร่ตรองด้วยความเพียรทน พร้อมยอมรับการตอบสนองคำอธิษฐานภาวนาของพระเจ้า ตามแผนการของพระองค์ มิใช่ตามน้ำใจของตน ศิษย์พระคริสต์ต้องอุทิศชีวิตของตนเพื่อองค์พระเจ้า มาวัดด้วยจิตตารมย์แห่งความรักและการนมัสการพระองค์ และดำเนินชีวิตเป็นพระวิหารมีชีวิตของพระองค์ในแต่ละวัน ในความรัก การรับใช้ และการให้อภัยความผิดของกันและกัน

ขวัญ ถิ่นวัลย์, ของขวัญสุดประเสริฐ ความชื่นชมยินดีแห่งการบังเกิด, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 10-110.

ทีมาภาพ : http://thenewage.net.au/?p=715

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563

สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ, ปีที่ 3 ฉบับที่ 137

 

สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ

ปีที่ 3 ฉบับที่ 137, อาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2020 (2563): http.//dondaniele.blogspot.com

107 หมู่ 6 บ้านดอนม่วย ตำบลช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร 47130È086-231-3231

ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

งานคริสต์มาสวัดพระเมตตาแห่งพระเยซูเจ้า โนนค้อ; เสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2020
        พี่น้องที่รัก สัปดาห์สุดท้ายของปีพระศาสนจักรให้เราฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ที่ประกอบด้วยพระเยซูเจ้า พระนางมารีย์ และนักบุญยอแซฟ ให้เราได้ถวายครอบครัวของเราและสมาชิกทุกคนในครอบครัว บนพระแท่นบูชาเพื่อขอพระพรจากครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ วันฉลองนี้เตือนใจเราถึงความเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักรสากลและการเรียกสู่ความศักดิ์สิทธิ์

พระคัมภีร์บอกให้เราทราบน้อยมากเกี่ยวกับครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า มีพูดถึงเพียงระยะเริ่มแรกของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ เรื่องราวการบังเกิดของพระเยซูเจ้าที่เบธเลเฮม การหนีไปประเทศอียิปต์ การหายไปของพระเยซูเจ้าขณะไปนมัสการที่พระวิหารกรุงเยรูซาเล็ม บทอ่านวันนี้พูดถึงครอบครัวในฐานะที่เป็นของประทานจากพระเจ้า

เด็กคำสอนวัดดอนม่วย-โนนค้อ ร้องเพลงอวยพรคริสต์มาสตามบ้าน; อาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2020

        บทอ่านที่ 1 : เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่ให้พระผู้ไถ่โลกบังเกิดและเติบโตในครอบครัว หนังสือบุสิราได้ให้ภาพครอบครัวชาวยิวในพันธสัญญาเดิม บุตรต้องรักและให้ความเคารพนับถือบิดามารดา ซึ่งเตือนเราถึงความสำคัญและประโยชน์สูงสุดของการถือปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระเจ้าประการที่สี่

บทอ่านที่ 2 : นักบุญเปาโลได้ให้ภาพของครอบครัวคริสตชน ซึ่งเป็นที่บ่มเพาะพระวาจาของพระเจ้า สันติสุข และความยินดี สมาชิกในครอบครัวมีหน้าที่ต่อกันและกัน พวกเขาจะต้องเจริญชีวิตดังคนที่รักพระเจ้า ซึ่งได้รับการเรียกให้แสดงความรัก ความดี และความอดทนต่อกันและกัน

พระวรสาร : นักบุญลูกาได้เล่าเรื่องการถวายพระกุมารเยซูแด่พระเจ้าในพระวิหาร ตามธรรมบัญญัติของโมเสสที่ต้องถวายบุตรชายคนแรกแด่พระเจ้า และเข้าพิธีชำระมลทินตามธรรมเนียมยิว พระนางมารีย์และนักบุญยอแซฟได้ปฏิบัติตามธรรมเนียมยิวทุกอย่าง และได้พบกับผู้เฒ่าสิเมโอนและนางอันนา ที่พระจิตเจ้าทรงดลใจให้มาพบพระกุมาร

เด็กคำสอนวัดดอนม่วย-โนนค้อร้องเพลงอวยพรคริสต์มาสบ้านครูเตี้ย

°ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

1.          ขอบคุณพี่น้องที่ช่วยกันจัดเตรียมการฉลองคริสต์มาสปีนี้ ทั้งการทำดาวใหญ่เพื่อแห่ การทำดาวเล็กเพื่อประดับตกแต่งวัด

2.          ขอคำภาวนาเพื่อดวงวิญญาณของอันตน ยุทธนา ใจเสรี น้องชายคนเล็กของพระอัครสังฆราชอันตน วีระเดช ใจเสรี ซึ่งมอบคืนดวงวิญญาณแด่พระเจ้าเมื่อ 24 ธันวาคม 2020 ในวัย 53 ปี พิธีปลงศพ จันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2020 เวลา 16.00 น.

3.          ศุกร์ที่ 1 มกราคม 2021 สมโภชพระนางมารีย์พระชนนีพระเจ้า วัดโนนค้อ เวลา 7.00 น. วัดดอนม่วยและครบ 100 วัน เยโนเวฟา คำแปลง นารินรักษ์ เวลา 9.00 น.

4.          เสาร์ที่ 2 มกราคม 2021 ฉลองวัดพระนามเยซู โพนสวาง พิธีบูชาขอบพระคุณ 10.00 น. ขอโรงทานจากพี่น้องด้วย

5.          อาทิตย์ที่ 3 มกราคม 2021 สมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์ เวลา 12.00 น. เลี้ยงอาหารและจับสลากของขวัญเด็กคำสอนทีบ้านพักพระสงฆ์ ดอนม่วย

6.          เงินทาน : วัดดอนม่วย 1,490.- บาท, เงินต้นอุทิศให้ยอแซฟ เวลา อุ่นคำ 620.- บาท, เงินทานคืนคริสต์มาส 1,042.- บาท, เงินนมัสการพระกุมาร 1,180.- บาท และเงินทานวันคริสต์มาส 1,518.- บาท; วัดโนนค้อ 1,233.- บาท, เงินทานคืนคริสต์มาส 688.- บาท และเงินนมัสการพระกุมาร 641.- บาท

7.          ขอบคุณกลุ่มคริสตชนพื้นฐาน กลุ่มที่ 9-10 ที่ช่วยกันทำความสะอาดวัด กลุ่มที่รับผิดชอบสัปดาห์ต่อไปคือกลุ่มที่ 1-2, วัดโนนค้อ กลุ่มที่ 1

เด็กคำสอนวัดดอนม่วย-โนนค้อร้องเพลงอวยพรคริสต์มาส

พิธีบูชาขอบพระคุณและวันฉลองในรอบสัปดาห์

วัน

ที่

เวลา

                             ผู้ขอ/วันฉลอง

จุดประสงค์

อาทิตย์

27

07.00 น.

 

ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

สุขสำราญพี่น้องชาวโนนค้อ

สุขสำราญพี่น้องชาวดอนม่วย

จันทร์

28

06.45 น.

ฉลอง น.ทารกผู้วิมล

 

อังคาร-พุธ

29-30

06.45 น.

อัฐมวารพระคริสตสมภพ

 

พฤหัสบดี

31

06.45 น.

อัฐมวารพระคริสตสมภพ วันส่งท้ายปีเก่า

 

ศุกร์

01

7.00 น.

สมโภชพระนางมรีย์พระชนนีพระเจ้า วันขึ้นปีใหม่

 

เสาร์

02

06.45 น.

ระลึกถึง น.บาซิล และ น.เกรโกรี พระสังฆราช

 

 

บรรยากาศการร้องเพลงอวยพรคริสต์มาสเด็กคำสอนวัดดอนม่วย-โนนค้อ













วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ต้นแบบของครอบครัว


 ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ต้นแบบของครอบครัว

อาทิตย์

ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

ปี B

บสร 3:3-7, 14-17

คส 3:12-21

ลก 2:22-40

บทนำ

บ้านเป็นเสียงหัวเราะของทารก เป็นบทเพลงที่ไพเราะของมารดา เป็นความเข้มแข็งของบิดา เป็นความอบอุ่นแห่งความรักในหัวใจ เป็นประกายแห่งความสุขในดวงตา เป็นความใจดี ความภักดี และมิตรภาพ

บ้านเป็นโรงเรียนและวัดหลังแรกของคนหนุ่ม เป็นที่ที่พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งถูกต้อง สิ่งดีงาม และความเมตตา

บ้านเป็นที่ที่พวกเขาพบความช่วยเหลือเมื่อบาดเจ็บและป่วยไข้ เป็นที่ที่ได้แบ่งปันความยินดีและทำให้ความทุกข์หมดสิ้นไป เป็นที่ที่บิดามารดาให้ความเคารพและรัก เป็นที่ที่บุตรเป็นที่ต้องการและมีค่ายิ่ง เป็นที่ที่เงินไม่มีความสำคัญเท่ากับความรักเมตตา... นี่คือที่ที่เรียกว่าบ้าน ที่พระเจ้าทรงอวยพระพร (Anon)

พระเยซูเจ้าทรงบังเกิดมาในครอบครัว ทรงเคารพเชื่อฟังบิดามารดาของพระองค์ และได้รับการอบรมเลี้ยงดูในบรรยากาศแห่งพระหรรษทาน ในครอบครัวที่มีพระนางมารีย์และนักบุญยอแซฟที่รักกันมาก  เห็นอกเห็นใจและเคารพซึ่งกันและกัน ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขและเป็นแบบอย่างแห่งการแบ่งปันความยินดี ความรับผิดชอบ และความทุกข์ในชีวิตครอบครัว พระศาสนจักรยกย่องครอบครัวศักดิ์สิทธิ์เป็นครอบครัวต้นแบบของครอบครัวทั้งหลาย

1.        ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ต้นแบบของครอบครัว

พระวรสารไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับครอบครัวของพระเยซูเจ้า พระนางมารีย์ และนักบุญยอแซฟมากนัก แต่เราเข้าใจว่า ยอแซฟเป็นคนยำเกรงพระเจ้า และปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์โดยไม่มีเงื่อนไข เป็นบุคคลซึ่งมีหัวใจเปิดสู่พระเจ้า เชื่อฟัง ทำตาม และพร้อมเผชิญความยากลำบากทุกอย่างเพื่อพระองค์ ยอมทิ้งบ้านอันอบอุ่นที่นาซาเร็ธเดินทางไกลไปอียิปต์เพื่อความปลอดภัยของพระกุมารเยซู

มีสามครั้งในพระวรสารที่ยอแซฟตื่นขึ้นมากลางดึก เพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า ในการปกป้องพระกุมารเยซูและพระนางมารีย์ให้ปลอดภัย ยอแซฟได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ชอบธรรม” มีความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัว ได้ใช้ความสามารถทุกอย่างเพื่อครอบครัว ขณะที่พระนางมารีย์คู่ชีวิตรับผิดชอบดูแลครอบครัว และมีส่วนในความยากลำบากต่าง ๆ ในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างเงียบ ๆ

มีเพียงพระวรสารนักบุญลูกาที่เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าในวัยเยาว์ ทรงเป็นเหมือนเด็กชาวยิวทั่วไปซึ่งทำหน้าที่ปกติในครอบครัว ทรงเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เคารพเชื่อฟังบิดามารดา มีสิ่งหนึ่งที่ลูกาให้ข้อสังเกตและเน้นเป็นพิเศษ “ทรงปรีชาญาณอย่างสมบูรณ์ และพระหรรษทานของพระเจ้าสถิตกับพระองค์” (ลก 2:40) ทรงเป็นเด็กน่ายกย่องและเป็นศูนย์กลางแห่งความรักของครอบครัว

2.         บทเรียนสำหรับเรา

การฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าและพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการในการนำไปปฏิบัติในชีวิต

ประการแรก เราต้องให้พระเยซูเจ้าเป็นศูนย์กลางของครอบครัว ชีวิตครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ต้องเผชิญมรสุมหนักแสนสาหัส แต่ครอบครัวนี้มีพระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลาง ทำให้สามารถดำรงความเป็นครอบครัวและฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ มาได้ ความสำเร็จของครอบครัวไม่เพียงขึ้นอยู่กับความรักของสมาชิกต่อกันเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากพระเจ้าด้วย ต้องให้พระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางผ่านทางการอธิษฐานภาวนาร่วมกันในครอบครัว

ประการที่สอง เราต้องทำให้ครอบครัวเป็นพระศาสนจักรระดับบ้าน เราอยู่ในพระศาสนจักร ครอบครัวใหญ่ของผู้มีความเชื่อในพระเยซูเจ้าและข่าวดีของพระองค์ พระศาสนจักรเป็นพระกายทิพย์ที่มองเห็นได้ของพระเยซูเจ้า แต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งของพระกายทิพย์นี้ เราต้องสานต่อพันธกิจของพระองค์ในครอบครัวซึ่งเป็นพระศาสนจักรระดับบ้าน ยึดพระองค์เป็นศูนย์กลาง และติดตามพระองค์ทั้งในคำพูดและกิจการ บนพื้นฐานแห่งความรักไม่มีเงื่อนไข

ประการที่สาม เราต้องเคารพเชื่อฟังและเลี้ยงดูบิดามารดา พระเยซูเจ้าเสด็จกลับไปยังนาซาเร็ธพร้อมครอบครัว ทรงเคารพเชื่อฟังและทรงทำงานช่างไม้ช่วยนักบุญยอแซฟเลี้ยงครอบครัว บุตรต้องเคารพเชื่อฟังและให้เกียรติบิดามารดา หนังสือบุตรสิราบอกเราว่า “บุตรที่ให้เกียรติบิดาจะมีอายุยืน... บุตรที่ละทิ้งบิดาก็เหมือนผู้กล่าวดูหมิ่นพระเจ้า” (บสร 3:6, 16) บุตรมีหน้าที่ต่อบิดามารดา ดูแล และเลี้ยงดูท่านยามชรา ไม่ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง

บทสรุป

พี่น้องที่รัก การฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า เป็นโอกาสให้เราได้ไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวของเรา การอยู่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวเป็นเหมือนครอบครัวศักดิ์สิทธิ์มากน้อยเพียงใด เราต้องมีความรักต่อกันตามแบบอย่างของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์  สามีภรรยาต้องรักและซื่อสัตย์ต่อกันต่อกันจนวันตาย ตามคำสัญญาที่เราได้ให้ไว้  “ของขวัญยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งบิดามารดาสามารถให้แก่ลูกได้คือความรักที่พวกเขามีต่อกัน” (Anon)

สามีภรรยาต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันรับผิดชอบต่อครอบครัว และทำหน้าที่เลี้ยงดูบุตรซึ่งเป็นพระพรของพระเจ้าอย่างดี บุตรเช่นเดียวกันต้องเคารพเชื่อฟังบิดามารดา ไม่ทำให้ท่านเสียใจและกตัญญูดูแลท่านยามแก่เฒ่า ศิษย์พระคริสต์ต้องเลียนแบบครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ที่มีพระเยซูเจ้าเป็นศูนย์กลาง ในการอธิษฐานภาวนาร่วมกันในครอบครัว เพื่อทำให้พระพรอันอุดม ความรัก และสันติสุขของพระองค์ปรากฏเป็นจริงในครอบครัวของตน

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

khuanthinwan@gmail.com

ของขวัญสุดประเสริฐ ความชื่นชมยินดีแห่งการบังเกิด, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 119-122.

ภาพ : ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์, วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร; 2020-12-25

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563

พระวจนาตถ์ทรงรับธรรมชาติมนุษย์

 


พระวจนาตถ์ทรงรับธรรมชาติมนุษย์

25 ธันวาคม

สมโภชพระคริสตสมภพ

(มิสซากลางวัน)

อสย 52:7-10

ฮบ 1:1-6

ยน 1:1-5, 9-14

บทนำ

ทั่วโลกเฉลิมฉลองการบังเกิดมาของพระกุมารเยซูอย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะของขวัญสุดประเสริฐจากพระเจ้า ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์ที่เสด็จมาในโลกเพื่อช่วยมนุษย์ให้รอด พระวรสารนักบุญยอห์นเน้นพระวจนาตถ์ทรงรับธรรมชาติมนุษย์ ยอห์นได้ไตร่ตรองด้วยสายตาของศิษย์ที่ทรงรัก มองดูคำเทศน์สอน และภารกิจทั้งหมดของพระเยซูเจ้า เพื่อบอกให้ทราบว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็น บทบัญญัติใหม่ โมเสสคนใหม่ พระวิหารใหม่ และ ปัสกาใหม่ สำหรับชาวยิว

นักบุญยอห์นต้องการให้ความกระจ่างว่า พระเยซูเจ้าบุตรของพระเจ้า ไม่ทรงเป็นเหมือนสิ่งสร้างทุกชนิดในจักรวาลที่เกิดในเวลา มีจุดเริ่มต้น แต่พระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่ง และมีบทบาทสำคัญในการสร้างของพระเจ้า ยอห์นได้ประกาศว่า การรับธรรมชาติมนุษย์ขององค์พระเจ้าเป็นความจริงพื้นฐานที่สุดในคริสตศาสนา โดยมีจุดกำเนิดที่นิรันดรภาพของพระเจ้า

พระวรสารนักบุญยอห์นทำให้เราทราบตั้งแต่ต้นว่า พระเยซูเจ้าเป็นใคร และเห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระเยซูเจ้ากับพระเจ้า พระวจนาตถ์คือพระวาจา (Logos) เป็นพระวาจาของพระเจ้าที่ทรงรับธรรมชาติมนุษย์ และมาประทับท่ามกลางเรา นักบุญยอห์นไม่มีเรื่องเล่าการบังเกิด แต่ย้อนกลับไปถึงการเริ่มต้นของทุกสิ่ง เมื่อแรกเริ่มนั้น พระวจนาตถ์ทรงดำรงอยู่แล้ว พระวจนาตถ์ประทับอยู่กับพระเจ้า และพระวจนาตถ์เป็นพระเจ้า” (ยน 1:1)

1.        พระวจนาตถ์ทรงรับธรรมชาติมนุษย์

การกล่าวซ้ำ “พระวจนาตถ์” สามครั้งของนักบุญยอห์น เพื่อเน้นและทำให้เราทราบทันทีตั้งแต่เริ่มต้นว่า พระเยซูเจ้าเป็นใคร “พระวจนาตถ์ทรงดำรงอยู่แล้ว พระวจนาตถ์ประทับอยู่กับพระเจ้า และพระวจนาตถ์เป็นพระเจ้า” พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระวาจา ทรงดำรงอยู่แล้ว ทรงประทับอยู่กับพระเจ้า และทรงเป็นพระเจ้าตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนั้นเราทราบตั้งแต่เริ่มต้นพระวรสารข้อแรกของนักบุญยอห์นว่า พระเยซูเจ้าเป็นใคร

นักบุญยอห์นได้ชี้ให้เห็นว่า กุมารที่เกิดในรางหญ้าเป็นพระเจ้า และพระผู้สร้าง พระเยซูเจ้าทรงเป็นอยู่กับพระเจ้าตั้งแต่นิรันดรก่อนทรงเนรมิตสร้างโลก และทรงเป็นศูนย์รวมของสรรพสิ่ง พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งอาศัยพระวจนาตถ์ ไม่มีสักสิ่งเดียวที่พระเจ้าไม่ทรงสร้างโดยทางพระวจนาตถ์” (ยน 1:3) การสร้างเพียงแค่พระองค์ตรัส ทุกอย่างก็เกิดขึ้น ทุกสิ่งเป็นขึ้นมาได้เพราะพระวจนาตถ์ หรือพระวาจา ทุกอย่างมาจากพระวาจาของพระเยซูเจ้า

นักบุญยอห์นบอกเราว่า “ชีวิตอยู่ในพระองค์ และชีวิตเป็นแสงสว่างสำหรับมนุษย์(ยน 1:4)  พระเยซูเจ้าทรงเป็นชีวิต เมื่อเราฉลองคริสต์มาสเราต้องทำให้การบังเกิดของพระเยซูเจ้ากลายเป็นชีวิตของเรา เพราะพระองค์ทรงเป็นชีวิต และเป็นแสงสว่างสำหรับมนุษย์ หากเราอยากมีชีวิตแท้ต้องเชื่อในพระองค์ และดำเนินชีวิตเป็นแสงสว่างสำหรับผู้อื่น เมื่อมีชีวิตอยู่ในพระองค์ชีวิตเราย่อมมีความสุข ไม่มืดมน การรู้จักพระเยซูเจ้าคือการมีชีวิต

พระกุมารทรงเป็น “แสงสว่างส่องในความมืดและความมืดกลืนแสงสว่างนั้นไม่ได้” (ยน 1:5)  ไม่มีทางที่ความมืดซึ่งหมายถึงความชั่วร้ายและอำนาจของความชั่วร้ายจะอยู่เหนือความสว่าง เราฉลองคริสต์มาสในยามค่ำคืน เพื่อให้เราได้ตระหนักว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นแสงสว่างและเราต้องดำเนินชีวิตเป็นแสงสว่างเช่นเดียวกับพระองค์ ไม่เดินในความมืด แต่เดินในความสว่าง ในความถูกต้องชอบธรรม

2.        บทเรียนสำหรับเรา

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเรา ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตหลายประการ

ประการแรก เราต้องเชื่อในพระวจนาตถ์ พระวจนาตถ์ผู้ทรงดำรงอยู่แล้ว ทรงประทับอยู่กับพระเจ้า และทรงเป็นพระเจ้า เราต้องดำเนินชีวิตเยี่ยงผู้มีพระวจนาตถ์ดำรงอยู่และประทับอยู่อย่างแท้จริง ทั้งด้วยคำพูดและการกระทำ คำพูดของเราต้องสะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความใจดีมีเมตตาขององค์พระเจ้า ดำเนินชีวิตในความถูกต้องชอบธรรม ชีวิตของเราต้องเป็นไฟส่องสว่างและเป็นแสงแห่งความหวังสำหรับทุกคน

ประการที่สอง เราต้องแบ่งปันพระวจนาตถ์กับผู้อื่น การฉลองคริสต์มาส ไม่ใช่การฉลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเมื่อสองพันปีก่อนและผ่านไป แต่เป็นการฉลองการบังเกิดขององค์พระเจ้า ทรงรับธรรมชาติมนุษย์ สามารถมองเห็นได้ และประทับอยู่ท่ามกลางเรา เป็นต้นในพี่น้องที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ “แม้พระเยซูเจ้าบังเกิดที่เบธเลเฮมเป็นพันครั้ง แต่ไม่มีประโยชน์อะไรหากพระองค์ไม่ได้บังเกิดในใจของเรา” (Angelus Silesius)

ประการที่สาม เราต้องเดินในแสงสว่างของพระวจนาตถ์ พระวจนาตถ์ที่ประทับท่ามกลางเราเป็นแสงสว่างแท้ ทรงขับไล่ความมืดและขจัดความขุ่นมัวให้หมดสิ้นไป เราต้องเดินในแสงสว่างของพระองค์ กลับใจเปลี่ยนแปลงตนเองหันกลับมาหาพระเจ้า ดำเนินชีวิตในความถูกต้องชอบธรรม ปฏิบัติตามบทบัญญัติ และคำสอนของพระองค์ในชีวิตประจำวัน ชีวิตของเราต้องเป็นไฟส่องสว่างและเป็นแสงแห่งความหวังสำหรับทุกคน

บทสรุป

พี่น้องที่รัก คริสต์มาสต้องเป็นเวลาที่ความคิด กิจการ และชีวิตของเราประกาศถึงการประทับอยู่ของพระวจนาตถ์ เราไม่เพียงประดับไฟบนต้นคริสต์มาส หรือบ้านเรือน แต่ต้องประดับใจของเราด้วยไฟแห่งความรัก ดำเนินชีวิตเป็นไฟส่องสว่าง และเป็นแสงแห่งความหวังสำหรับทุกคน สันติสุขในโลกจะบังเกิดขึ้น เมื่อเราดำเนินชีวิตคริสต์มาสทุกวัน” (Helen Steiner Rice) ในความรักและแบ่งปันสิ่งที่มีกับผู้อื่น

คริสตชนต้องตระหนักว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระวจนาตถ์ เป็นแสงสว่างแห่งชีวิต และประทับท่ามกลางเรา ด้วยการดำเนินชีวิตเป็นพยานถึงแสงสว่าง และตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระองค์ ศิษย์พระคริสต์ต้องดำเนินชีวิตเยี่ยงผู้มีพระวจนาตถ์ดำรงอยู่และประทับอยู่อย่างแท้จริง ทั้งด้วยคำพูดและการกระทำ ปฏิบัติตามและเป็นพยานถึงพระวจนาตถ์ในชีวิตประจำวัน

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

https://dondaniele.blogspot.com/

วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร

24 ธันวาคม 2020

ภาพ : ถ้ำพระกุมาร, วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร; 2020-12-24

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ทุกครั้งที่รักและรู้จักให้คือคริสต์มาส

 


ทุกครั้งที่รักและรู้จักให้คือคริสต์มาส

24 ธันวาคม

สมโภชพระคริสตสมภพ

(มิสซากลางคืน ปี A B C)

อสย 9:2-7

ทต 2:11-14

ลก 2:1-14

บทนำ

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดการสู้รบอย่างดุเดือดในทวีปยุโรป ทหารหนุ่มชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่งแตกทัพพลัดหลงเข้าไปในป่าและพยายามหาทางออก เย็นวันหนึ่งพวกเขาพบบ้านเล็กหลังหนึ่ง เมื่อเข้าใกล้หญิงเจ้าของบ้านได้ออกมาต้อนรับ และบอกพวกเขาว่าคงหลงทางและกำลังหิว เชิญแวะกินอาหารและพักที่บ้านของเธอก่อน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องให้ความเคารพแขกของเธอ ขณะนั้นใกล้วันพระคริสตสมภพ เธอประสงค์ให้บ้านของเธอมีสันติภาพ

เมื่อทหารอเมริกันเข้าไปในบ้าน ได้พบทหารหนุ่มเยอรมันกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งโต๊ะจ้องมองมายังพวกเขา แต่หญิงเจ้าของบ้านเป็นคนใจดีมีเมตตาได้บอกพวกเขาก่อนหน้านั้นแล้วว่าต้องให้ความเคารพแขกของเธอ ทหารเยอรมันเป็นกลุ่มแตกทัพเช่นเดียวกัน ค่ำคืนนั้นพวกเขารู้สึกว่าได้กลับเป็นเด็กอีกครั้ง ทุกคนคิดถึงบ้าน พวกเขาขับร้องเพลงคริสต์มาสด้วยกัน โดยไม่คิดว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรู แต่เป็นเพื่อนมนุษย์ที่แสวงหาสันติภาพและบ้านที่อบอุ่นเหมือนกัน

วันต่อมาพวกเขาต่างแยกย้ายกลับไปยังกองกำลังของตน หลังจากได้แบ่งปันความรักและความชื่นชมยินดีแห่งการบังเกิดมาของพระกุมารเยซูด้วยกัน องค์พระเจ้าผู้เสด็จมาบังเกิดในโลกได้นำพระพรแห่งความชื่นชมยินดี ความรักและสันติสุขมาสู่มนุษย์ทุกคน แต่ละคนต้องเลียนแบบพระองค์ในความรักไม่มีเงื่อนไขและไม่แบ่งแยก แบ่งปันสิ่งที่ตนมีแก่กัน เป็นต้น คนยากจนและผู้จำเป็นเร่งด่วน เพราะ ทุกครั้งที่เรารักและรู้จักให้ นั่นคือคริสต์มาส

1.        ทุกครั้งที่รักและรู้จักให้คือคริสต์มาส

เรื่องราวการประสูติของพระกุมารเยซู (ลก 2:1-14) เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกัสตัส ออกกฤษฎีกาให้มีการสำรวจสำมะโนประชากรทั่วอาณาจักรโรมัน ด้วยเหตุนี้ ยอแซฟซึ่งสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์ดาวิดต้องพาพระนางมารีย์ เดินทางจากนาซาเร็ธแค้วนกาลิลีไปยังเบธเลเฮมแคว้นยูเดียบ้านเกิดของดาวิด เป็นระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตรซึ่งถือว่าไกลมากสำหรับหญิงครรภ์แก่ อีกทั้ง เบธเลเฮมยังพลุกพล่านไปด้วยคนเดินทางมาลงทะเบียน

ไม่ว่าไปที่ไหนคำตอบที่ได้รับคือ “ไม่มีห้องว่างสำหรับท่าน” ยอแซฟต้องพาพระนางมารีย์ไปที่ถ้ำเลี้ยงสัตว์ ลักษณะคล้ายเพิงเลี้ยงสัตว์ซึ่งผู้พักแรมต้องนำอาหารมาเอง เจ้าของจัดเตรียมเพียงฟาง หรือหญ้าแห้งสำหรับสัตว์เลี้ยง และไฟสำหรับปรุงอาหารเท่านั้น นี่คือสถานที่ซึ่งพระเยซูเจ้าบุตรพระเจ้าประสูติ พระองค์เลือกบังเกิดบนรางหญ้าในสภาพยากจนขัดสน เพื่อสอนให้โลกรู้ว่า “ความยากจนขัดสนไม่ใช่อุปสรรคสำหรับความรักของพระเจ้า”

ตรงข้ามความยากจนขัดสนและใจสุภาพถ่อมตนต่างหากคือหนทาง หรือโอกาสทำให้เราได้พบพระกุมารเจ้า ผู้ร่ำรวยด้วยพระพรนานัปการ อีกทั้ง คนกลุ่มแรกที่พระเจ้าทรงเผยให้ทราบข่าวดีเรื่องการประสูติมาของพระผู้ไถ่ และได้พบพระกุมารคือบรรดาคนเลี้ยงแกะ ซึ่งเป็น ผู้ต่ำต้อยและถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม จากสังคม แต่การเป็นคนยากจนและต่ำต้อยทำให้พวกเขาได้พบพระกุมารเจ้า นี่คือความสุขและความยินดียิ่งใหญ่ในชีวิต

2.        บทเรียนสำหรับเรา

การบังเกิดของพระเยซูเจ้าเป็นเครื่องหมายแห่งความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้าต่อเรา และให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ

ประการแรก เราต้องให้พระเยซูเจ้าบังเกิดในใจเรา เทศกาลพระคริสตสมภพเป็นช่วงเวลาแห่งพระพร ช่วยให้เราได้ตระหนักถึงความรักของพระเจ้า ด้วยการเปิดดวงใจของเราและประดับตกแต่งถ้ำแห่งดวงใจนี้ ด้วยไฟแห่งความรักเพื่อให้องค์พระเจ้าบังเกิด และเป็น “อิมมานูเอล” พระเจ้าอยู่กับเราทุกจังหวะชีวิต วันพระคริสตสมภพมิใช่การบังเกิดของพระกุมารเยซูในถ้ำเลี้ยงสัตว์ที่เมืองเบธเลเฮม แต่เป็นการบังเกิดมาของพระองค์ในถ้ำแห่งจิตใจเรา

ประการที่สอง เราต้องแสวงหาและเลียนแบบพระเยซูเจ้าในความยากจน เราพบพระเยซูเจ้าได้อย่างแท้จริงในความยากจน ในคนถูกทอดทิ้งและต้องการความช่วยเหลือ ความยากจนขัดสนไม่ใช่อุปสรรคสำหรับความรักของพระเจ้า ตรงข้ามความยากจนขัดสนคือหนทาง หรือโอกาสทำให้เราได้พบพระกุมาร ผู้เป็นเพื่อนกับคนยากจน ร่วมทุกข์ในความลำบากของพวกเขา  และมอบชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยพวกเขาให้รอดพ้น

ประการที่สาม เราต้องรักโดยไม่มีเงื่อนไขและให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เทศกาลพระคริสตสมภพ เป็นช่วงเวลาของการเสียสละแบ่งปันสิ่งที่มีแก่ผู้อื่น นักบุญฟรังซิส อัสซีซี กล่าวว่า ถ้าในตู้เสื้อผ้าของท่านมีเสื้อผ้าที่ท่านไม่ใช้แล้ว  พึงรู้ไว้ด้วยว่านั่นเป็นของคนยากจนไม่มีแม้เสื้อผ้าจะใส่  ถ้าในตู้กับข้าวของท่านมีกับข้าวที่ท่านไม่ทานแล้ว  พึงรู้ไว้ด้วยว่านั่นเป็นส่วนของคนกำลังอดอยาก  หากเราไม่มีของขวัญอะไรจะให้ จงให้ความรักออกไป

บทสรุป

พี่น้องที่รัก โลกทุกวันนี้มีคนเป็นจำนวนมากขาดความรัก อดอยาก และขาดแคลน ซึ่งรอคอยความรัก ของขวัญ และความช่วยเหลือจากเรา  คริสต์มาสปีนี้อย่าลืมให้ความรักและแบ่งปันสิ่งที่เรามี เป็นความสุขสำหรับผู้ยากไร้และด้อยโอกาสทั้งหลาย  เพราะ “ทุกครั้งที่เรารัก ทุกครั้งที่เราให้นั่นคือคริสต์มาส” (เดล อีเวนส์) เพื่อว่าการบังเกิดมาของพระกุมารเยซูจะเป็นความชื่นชมยินดีสำหรับครอบครัวของเรา หมู่คณะ และมนุษยชาติ

คริสตชนต้องไม่ทำตัวเย็นชาเฉยเมยอย่างชาวเมืองเบธเลเฮมที่บอกยอแซฟว่า “ไม่มีห้องว่างสำหรับท่าน” แต่เปิดดวงใจของตนให้พระเยซูเจ้าบังเกิด ศิษย์พระคริสต์ต้องดำเนินชีวิตในความรักต่อกันและแบ่งปันสิ่งที่มีกับผู้อื่น ทุกครั้งที่เรารักและรู้จักให้นั่นคือคริสต์มาส เช่นนี้เอง ความสุข ความชื่นชมยินดีและสันติภาพจะเกิดขึ้นในโลก อีกทั้ง ทำให้การสมโภชพระคริสตสมภพปีนี้มีคุณค่าและความหมายมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

“สุขสันต์วันคริสต์มาส”, Merry Christmas!, Buon Natale!

ขวัญ ถิ่นวัลย์, ของขวัญสุดประเสริฐ ความชื่นชมยินดีแห่งการบังเกิด, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 91-94. 

ภาพ : การมอบของขวัญคริสต์มาส, วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร; 2020-12-21