วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ต้นแบบของครอบครัว


 ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ต้นแบบของครอบครัว

อาทิตย์

ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

ปี B

บสร 3:3-7, 14-17

คส 3:12-21

ลก 2:22-40

บทนำ

บ้านเป็นเสียงหัวเราะของทารก เป็นบทเพลงที่ไพเราะของมารดา เป็นความเข้มแข็งของบิดา เป็นความอบอุ่นแห่งความรักในหัวใจ เป็นประกายแห่งความสุขในดวงตา เป็นความใจดี ความภักดี และมิตรภาพ

บ้านเป็นโรงเรียนและวัดหลังแรกของคนหนุ่ม เป็นที่ที่พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งถูกต้อง สิ่งดีงาม และความเมตตา

บ้านเป็นที่ที่พวกเขาพบความช่วยเหลือเมื่อบาดเจ็บและป่วยไข้ เป็นที่ที่ได้แบ่งปันความยินดีและทำให้ความทุกข์หมดสิ้นไป เป็นที่ที่บิดามารดาให้ความเคารพและรัก เป็นที่ที่บุตรเป็นที่ต้องการและมีค่ายิ่ง เป็นที่ที่เงินไม่มีความสำคัญเท่ากับความรักเมตตา... นี่คือที่ที่เรียกว่าบ้าน ที่พระเจ้าทรงอวยพระพร (Anon)

พระเยซูเจ้าทรงบังเกิดมาในครอบครัว ทรงเคารพเชื่อฟังบิดามารดาของพระองค์ และได้รับการอบรมเลี้ยงดูในบรรยากาศแห่งพระหรรษทาน ในครอบครัวที่มีพระนางมารีย์และนักบุญยอแซฟที่รักกันมาก  เห็นอกเห็นใจและเคารพซึ่งกันและกัน ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขและเป็นแบบอย่างแห่งการแบ่งปันความยินดี ความรับผิดชอบ และความทุกข์ในชีวิตครอบครัว พระศาสนจักรยกย่องครอบครัวศักดิ์สิทธิ์เป็นครอบครัวต้นแบบของครอบครัวทั้งหลาย

1.        ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ต้นแบบของครอบครัว

พระวรสารไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับครอบครัวของพระเยซูเจ้า พระนางมารีย์ และนักบุญยอแซฟมากนัก แต่เราเข้าใจว่า ยอแซฟเป็นคนยำเกรงพระเจ้า และปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์โดยไม่มีเงื่อนไข เป็นบุคคลซึ่งมีหัวใจเปิดสู่พระเจ้า เชื่อฟัง ทำตาม และพร้อมเผชิญความยากลำบากทุกอย่างเพื่อพระองค์ ยอมทิ้งบ้านอันอบอุ่นที่นาซาเร็ธเดินทางไกลไปอียิปต์เพื่อความปลอดภัยของพระกุมารเยซู

มีสามครั้งในพระวรสารที่ยอแซฟตื่นขึ้นมากลางดึก เพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า ในการปกป้องพระกุมารเยซูและพระนางมารีย์ให้ปลอดภัย ยอแซฟได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ชอบธรรม” มีความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัว ได้ใช้ความสามารถทุกอย่างเพื่อครอบครัว ขณะที่พระนางมารีย์คู่ชีวิตรับผิดชอบดูแลครอบครัว และมีส่วนในความยากลำบากต่าง ๆ ในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างเงียบ ๆ

มีเพียงพระวรสารนักบุญลูกาที่เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าในวัยเยาว์ ทรงเป็นเหมือนเด็กชาวยิวทั่วไปซึ่งทำหน้าที่ปกติในครอบครัว ทรงเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เคารพเชื่อฟังบิดามารดา มีสิ่งหนึ่งที่ลูกาให้ข้อสังเกตและเน้นเป็นพิเศษ “ทรงปรีชาญาณอย่างสมบูรณ์ และพระหรรษทานของพระเจ้าสถิตกับพระองค์” (ลก 2:40) ทรงเป็นเด็กน่ายกย่องและเป็นศูนย์กลางแห่งความรักของครอบครัว

2.         บทเรียนสำหรับเรา

การฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าและพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการในการนำไปปฏิบัติในชีวิต

ประการแรก เราต้องให้พระเยซูเจ้าเป็นศูนย์กลางของครอบครัว ชีวิตครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ต้องเผชิญมรสุมหนักแสนสาหัส แต่ครอบครัวนี้มีพระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลาง ทำให้สามารถดำรงความเป็นครอบครัวและฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ มาได้ ความสำเร็จของครอบครัวไม่เพียงขึ้นอยู่กับความรักของสมาชิกต่อกันเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากพระเจ้าด้วย ต้องให้พระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางผ่านทางการอธิษฐานภาวนาร่วมกันในครอบครัว

ประการที่สอง เราต้องทำให้ครอบครัวเป็นพระศาสนจักรระดับบ้าน เราอยู่ในพระศาสนจักร ครอบครัวใหญ่ของผู้มีความเชื่อในพระเยซูเจ้าและข่าวดีของพระองค์ พระศาสนจักรเป็นพระกายทิพย์ที่มองเห็นได้ของพระเยซูเจ้า แต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งของพระกายทิพย์นี้ เราต้องสานต่อพันธกิจของพระองค์ในครอบครัวซึ่งเป็นพระศาสนจักรระดับบ้าน ยึดพระองค์เป็นศูนย์กลาง และติดตามพระองค์ทั้งในคำพูดและกิจการ บนพื้นฐานแห่งความรักไม่มีเงื่อนไข

ประการที่สาม เราต้องเคารพเชื่อฟังและเลี้ยงดูบิดามารดา พระเยซูเจ้าเสด็จกลับไปยังนาซาเร็ธพร้อมครอบครัว ทรงเคารพเชื่อฟังและทรงทำงานช่างไม้ช่วยนักบุญยอแซฟเลี้ยงครอบครัว บุตรต้องเคารพเชื่อฟังและให้เกียรติบิดามารดา หนังสือบุตรสิราบอกเราว่า “บุตรที่ให้เกียรติบิดาจะมีอายุยืน... บุตรที่ละทิ้งบิดาก็เหมือนผู้กล่าวดูหมิ่นพระเจ้า” (บสร 3:6, 16) บุตรมีหน้าที่ต่อบิดามารดา ดูแล และเลี้ยงดูท่านยามชรา ไม่ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง

บทสรุป

พี่น้องที่รัก การฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า เป็นโอกาสให้เราได้ไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวของเรา การอยู่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวเป็นเหมือนครอบครัวศักดิ์สิทธิ์มากน้อยเพียงใด เราต้องมีความรักต่อกันตามแบบอย่างของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์  สามีภรรยาต้องรักและซื่อสัตย์ต่อกันต่อกันจนวันตาย ตามคำสัญญาที่เราได้ให้ไว้  “ของขวัญยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งบิดามารดาสามารถให้แก่ลูกได้คือความรักที่พวกเขามีต่อกัน” (Anon)

สามีภรรยาต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันรับผิดชอบต่อครอบครัว และทำหน้าที่เลี้ยงดูบุตรซึ่งเป็นพระพรของพระเจ้าอย่างดี บุตรเช่นเดียวกันต้องเคารพเชื่อฟังบิดามารดา ไม่ทำให้ท่านเสียใจและกตัญญูดูแลท่านยามแก่เฒ่า ศิษย์พระคริสต์ต้องเลียนแบบครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ที่มีพระเยซูเจ้าเป็นศูนย์กลาง ในการอธิษฐานภาวนาร่วมกันในครอบครัว เพื่อทำให้พระพรอันอุดม ความรัก และสันติสุขของพระองค์ปรากฏเป็นจริงในครอบครัวของตน

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

khuanthinwan@gmail.com

ของขวัญสุดประเสริฐ ความชื่นชมยินดีแห่งการบังเกิด, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 119-122.

ภาพ : ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์, วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร; 2020-12-25

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น