วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ตะเกียงที่ไม่ไร้น้ำมัน

ตะเกียงที่ไม่ไร้น้ำมัน
วันศุกร์
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
1ธส 4:1-8
มธ 25:1-13
การแต่งงานถือเป็นความยินดียิ่งใหญ่สำหรับชาวยิว มิใช่แต่เฉพาะสำหรับเจ้าบ่าว-เจ้าสาวเท่านั้น แต่สำหรับชุมชนทั้งหมด มีงานเลี้ยงฉลองเป็นเวลา 1 สัปดาห์ คำอุปมาเรื่องหญิงสาวสิบคนที่พระเยซูเจ้าเล่าในพระวรสารวันนี้ สะท้อนชีวิตจริงของสังคมยิวที่ให้ความสำคัญกับการมาของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว ทุกคนอยากเป็นส่วนหนึ่งในความชื่นชมยินดีนี้ พากันถือตะเกียงออกไปรอรับ
คำอุปมาบอกให้เราทราบว่า “พระเยซูเจ้าเป็นดังเจ้าบ่าว ทรงเสเด็จมาเพื่อพบปะกับประชากรของพระองค์ ทรงต้องการนำเราเข้าไปในบ้านแท้นิรันดรคืออาณาจักรสวรรค์ เพื่ออยู่กับพระองค์ผู้เป็นเจ้าบ่าวตลอดไป” อันแสดงถึงความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษยชาติ และปรารถนาให้ทุกคนได้เป็นหนึ่งเดียวและอยู่กับพระองค์ แต่การมาของพระองค์มิได้กำหนดเวลาล่วงหน้า ทุกคนต้องตื่นเฝ้าอยู่เสมอและรอคอยด้วยความรอบคอบ
เราเห็นความแตกต่างระหว่างหญิงสาวสองกลุ่ม ที่ถือตะเกียงออกไปรอรับเจ้าบ่าว “หญิงโง่นำตะเกียงไป แต่มิได้นำน้ำมันไปด้วย ส่วนหญิงฉลาด นำน้ำมันใส่ขวดไปพร้อมกับตะเกียง” (มธ 25:3-4) ตะเกียงที่ไร้น้ำมันย่อมหาประโยชน์อะไรไม่ได้ เพราะไม่สามารถจุดเพื่อส่องสว่างแก่ตนเองและผู้อื่น คงไม่ต่างจากรถยนต์ที่ไม่มีน้ำมัน ย่อมไม่สามารถเดินทางไปถึงเป้าหมายได้
น้ำมันที่พระเยซูเจ้าตรัสถึง ได้แก่ ความรัก ความดีงาม หรือบุญกุศล ที่ทุกคนต้องมีและเตรียมให้พร้อมอยู่เสมอ ประการสำคัญ น้ำมันแห่งความรักและความดีงามเป็นสิ่งที่ขอกันไม่ได้ เข้าทำนอง “ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง” ต้องลงมือกระทำ ต้องออกแรงด้วยตนเอง ต้องสั่งสมตลอดชีวิต เพื่อมีน้ำมันเพียงพอจุดตะเกียงแห่งชีวิตของเราให้ลุกโชนด้วยความเชื่ออยู่เสมอ จนถึงเวลาที่พระคริสตเจ้าเสด็จมา เราจะได้พบและอยู่กับพระองค์ตลอดไป
ศิษย์พระคริสต์ต้องเป็นตะเกียงที่ไม่ไร้น้ำมัน เป็นตะเกียงที่จุดอยู่เสมอและตั้งไว้บนเชิงตะเกียงเพื่อส่องสว่างแก่ทุกคน เราต้องหมั่นเตรียมน้ำมันให้พร้อมและเพียงพอ ด้วยการกระทำแต่สิ่งดีงาม ดำเนินชีวิตในความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง เป็นเครื่องหมายแห่งพระพรและแบบอย่างที่ดีงามสำหรับผู้อื่น มีแต่ความรักและความดีงามเท่านั้นที่จะทำให้ตะเกียงของเราลุกอยู่เสมอ และพร้อมต้อนรับการเสด็จมาของพระคริสตเจ้าในวาระสุดท้าย
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์
31 สิงหาคม 2017
ภาพประกอบ: พระอัครสังฆราชมีคาแอล เกี้ยน เสมอพิทักษ์, พิธีฝังศพ, สุสานอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่; 1998-10-20

วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560

จงเตรียมพร้อม

จงเตรียมพร้อม
วันพฤหัสบดี
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
1ธส 3:7-13
มธ 24:42-51
เวลาในชีวิตมนุษย์นั้นสั้นและผ่านไปเร็วมาก ความตายอาจมาเยือนวันนี้หรือพรุ่งนี้โดยไม่รู้ตัว บางคนบอกว่า ชีวิตมนุษย์สั้นเกินกว่าจะเห็นแก่ตัว แต่คนส่วนใหญ่ยังเห็นแก่ตัวและวุ่นวายกับหลายสิ่งจนไม่มีเวลาสำหรับพระเจ้า เรามักบอกกับตนเองว่า รอไว้ก่อน ยังมีเวลาอีกเยอะ พระวรสารวันนี้เตือนเราให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปในสภาพที่ยังอยู่ในบาปห่างไกลจากพระเจ้า
พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า จงตื่นเฝ้าระวังเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่านายของท่านจะมาเมื่อไร (มธ 24:42) บางครั้งเราคิดว่าการตื่นเฝ้าและรอคอยเป็นเรื่องไร้สาระ ทำให้เราเพิกเฉยในการเตรียมตัวไปพบพระเจ้า การเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์เป็นดังขโมย ที่มาในเวลาที่เรามิได้คาดหมาย การตื่นเฝ้าระวังเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอธิษฐานภาวนาและการรับผิดชอบต่อหน้าที่ เหมือนผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์และรอบคอบต่องานที่นายมอบหมาย
การตื่นเฝ้าระวังแสดงให้เห็นถึงลักษณะของผู้ที่เป็นศิษย์ ซึ่งรอคอยพระเยซูเจ้าเสด็จกลับมา การตื่นเฝ้าระวังไม่ใช่การอยู่เฉยๆ แต่หมายถึงความรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปฏิบัติตามคำสั่งของพระเยซูเจ้าที่ว่า “จงตื่นเฝ้าและอธิษฐานภาวนาเพื่อจะไม่เข้าสู่การทดลอง” (มก 14:38) หรือปฏิบัติตามแบบอย่างของพระองค์ที่เสด็จขึ้นไปบนภูเขา เพื่ออธิษฐานภาวนาต่อพระเจ้าตลอดทั้งคืน (ลก 6:12)
ศิษย์พระคริสต์ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ผ่านทางการอธิษฐานภาวนาอย่างสม่ำเสมอ ฟังเสียงของพระเจ้าที่ตรัสกับเราเพื่อจะได้ทราบถึงพระประสงค์ของพระองค์ และทำหน้าที่ของเราในแต่ละวันให้ดีที่สุด เป็นต้น หน้าที่แห่งความรักต่อเพื่อนพี่น้อง อาทิ สมาชิกในครอบครัว หมู่คณะ และเพื่อนร่วมงาน มองเห็นการประทับอยู่ของพระองค์ท่ามกลางเรา ในเพื่อนพี่น้องที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือซึ่งอยู่ต่อหน้าเรา
พระเยซูเจ้าทรงกระตุ้นเตือนเราให้เตรียมพร้อมและทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เหมือนผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์และรอบคอบ เราต้องตระหนักว่าพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ทรงทำงานในตัวเรา ทรงนำทางและจัดการทุกอย่างเพื่อเรา พระองค์ตรัสกับบรรดาศิษย์และเราแต่ละคน ให้จุดตะเกียงและเติมน้ำมันแห่งความรักต่อเพื่อนพี่น้อง เพื่อให้ตะเกียงแห่งความเชื่อนี้ลุกโชนอยู่เสมอ จนถึงวันที่เราจะได้พบและอยู่กับพระองค์ตลอดไป
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์
30 สิงหาคม 2017
ภาพประกอบ: พระอัครสังฆราชลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน, พิธีปลงศพ, ศาลาปีติมหาการุญ ท่าแร่; 2007-07-28

วันอังคารที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2560

หลุมศพสีขาว

หลุมศพสีขาว
วันพุธ
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
1ธส 2:9-13
มธ 23:27-32
พระวรสารวันนี้ เป็นสองเรื่องสุดท้ายที่พระเยซูเจ้าทรงประณามธรรมาจารย์และฟาริสี โดยทั่วไปเราคุ้นเคยกับความสุภาพถ่อมตนและให้อภัยคนบาปของพระองค์ เสด็จไปที่ไหนทรงกระทำแต่ความดี แต่อะไรที่ทำให้พระองค์เปลี่ยนไปเมื่อเผชิญหน้าธรรมาจารย์และฟาริสี พระองค์ทรงทนไม่ได้กับความหน้าซื่อใจคดของพวกเขา และประณามด้วยถ้อยคำรุนแรง
พระเยซูเจ้าทรงเรียกธรรมาจารย์และฟาริสีว่า “หลุมศพทาสีขาว” ภายนอกแลดูสวยงาม แต่ภายในเต็มไปด้วย “กระดูกคนตายและความสกปรกทุกอย่าง” (มธ 23:27) สมัยนั้นชาวยิวนิยมทาหลุมศพด้วยสีขาวให้แลดูสวยงามและสังเกตง่าย เพื่อมิให้ใครหลงไปแตะต้องโดยไม่ระวัง มิฉะนั้นจะเป็นมลทินตามกฎหมาย แม้ในปัจจุบันยังทำเช่นนั้นอยู่
“หลุมศพทาสีขาว” เป็นคำพูดที่สื่อความชัดเจนถึงการปกปิดความผิด มิให้ใครเห็นความชั่วร้ายและเน่าเหม็นที่อยู่ภายใน ซึ่งสะท้อนตัวตนของธรรมาจารย์ ฟาริสีและเราแต่ละคน ที่รักษากฎหมายภายนอกอย่างเคร่งครัด หน้าซื่อใจคด แกล้งทำดีแต่ภายนอกให้คนเห็นเพื่อปกปิดความชั่วร้ายของตน บ่อยแค่ไหนที่เรามีความโน้มเอียงเช่นนี้ เพื่อปกปิดความผิดและบาปของเรามิให้ใครเห็น
พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องศิษย์พระคริสต์ให้ดำเนินชีวิตตรงไปตรงมา ไม่เสแสร้ง รักษาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์มากกว่ารักษาภายนอกให้ดูดี ผักชีโรยหน้า กวาดขยะไว้ใต้พรมเพื่อปิดซ่อนไม่ให้ใครเห็น ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติของคนในสังคมปัจจุบันที่ใส่หน้ากากเข้าหากัน ชอบรักษาภาพลักษณ์ภายนอกมากกว่าจิตใจ ชีวิตคริสตชนต้องไม่เป็น “หลุมศพทาสีขาว” แต่เป็นชีวิตที่ดีพร้อมทั้งจิตใจและร่ายกาย ดำรงตนในความรัก ความยุติธรรม และความถูกต้องชอบธรรม
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์
29 สิงหาคม 2017
ภาพประกอบ: หลุมศพหนึ่งในสุสานโบฟฟาโลรา, มิลาน อิตาลี; 2008-07-07

วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ยอห์นผู้ทำพิธีล้าง พยานแห่งความจริง

ยอห์นผู้รับพิธีล้าง พยานแห่งความจริง
29 สิงหาคม
ระลึกถึง น. ยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง ถูกตัดศีรษะ
ยรม  1:17-19
มก 6:17-29
พระวรสารสหทรรศน์ได้เล่าความตายของยอห์นผู้ทำพิธีล้างอย่างละเอียด โดยเฉพาะพระวรสารนักบุญมาระโกที่บอกให้ทราบว่า ยอห์นถูกจับเพราะตำหนิกษัตริย์เฮโรดที่รับภรรยาของน้องชายมาเป็นมเหสี เฮโรดกลัวว่า คำสอนของยอห์นจะก่อให้เกิดปัญหาจึงได้จับยอห์นขังคุก แต่ยังเกรงยอห์นอยู่เนื่องจากเป็นผู้ชอบธรรมและศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยินดีฟังคำสอนของยอห์น ขณะที่นางเฮโรเดียดหาช่องทางแก้แค้น
ยอห์นได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นประกาศกที่ซื่อสัตย์ ประกาศข่าวการเป็นทุกข์ถึงบาป เรียกร้องให้ชาวอิสราเอลและผู้นำศาสนาได้กลับใจใช้โทษบาป (มธ 3:1-3, 7-8) อีกทั้ง กล้าเป็นพยานถึงความจริงและความถูกต้องชอบธรรม ประณามการกระทำที่ไม่ถูกต้องและผิดศีลธรรมของเฮโรด (ลนต 18: 16; 20: 21)  โดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจกษัตริย์ และต้องจ่ายค่าความซื่อสัตย์ต่อความจริงด้วยชีวิตของตน
ยอห์นไม่เปลี่ยนสารที่เทศน์สอนเพื่อเอาใจกษัตริย์ หรือทำตัวลู่ตามลมเพื่อความอยู่รอด แต่เลือกยืนยันความจริง ยอมถูกขังคุก ไม่มีใครสงสัยว่า ยอห์นถูกทรมานและล่ามโซ่ในคุกเพื่อเป็นพยานถึงองค์พระผู้ไถ่ ซึ่งยอห์นเป็นผู้เตรียมทางล่วงหน้าและได้มอบชีวิตเพื่อพระองค์ ศิษย์พระคริสต์ถูกเรียกร้องให้มีความกล้าหาญ ในการเป็นพยานถึงความจริงและความถูกต้อง ไม่โอนอ่อนตามกระแสและค่านิยมของโลก
ชีวิตของยอห์นผู้ทำพิธีล้าง มีความหมายพิเศษสำหรับเราคริสตชน ผ่านทางศีลล้างบาปเราได้รับการเรียกให้เป็นผู้เตรียมทางขององค์พระเจ้า และมีหน้าที่ในการเป็นพยานถึงพระองค์ ทั้งด้วยคำพูดและการกระทำในชีวิตประจำวันเช่นเดียวกับยอห์น เพื่อช่วยคนอื่นให้เห็นและมีประสบการณ์ความรักของพระเยซูเจ้า และพระประสงค์ของพระองค์ที่ปรารถนาให้ทุกคนได้รับชีวิตนิรันดร
กระแสของโลกปัจจุบันดูคล้ายกับว่า “คนชั่วคือผู้ชนะและอยู่รอดในสังคม” แต่ที่สุดแล้ว พระเจ้าทรงเป็นผู้พิพากษาและลงโทษผู้ทำผิด บ่อยครั้งได้รับการลงโทษแล้วตั้งแต่ในโลกนี้ ดังเช่นกษัตริย์เฮโรดและนางเฮโรเดียดที่ถูกเนรเทศ การเป็นพยานแห่งความจริงของยอห์นผู้ทำพิธีล้างเตือนเราว่า เพื่อพบความสุขแท้และได้รับความรอดนิรันดร ศิษย์พระคริสต์ต้องมีความกล้าหาญในการเป็นพยานแห่งความจริง และทำสิ่งถูกต้องชอบธรรมในชีวิต ไม่โอนอ่อนตามกระแสและค่านิยมของโลก 
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์, สกลนคร
28 สิงหาคม 2017
ภาพประกอบ : https://static.artuk.org/w1200h1200/NTI/NTI_PNC_1420375.jpg

วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560

จงรักและทำสิ่งที่ต้องการ

จงรักและทำสิ่งที่ต้องการ
28 สิงหาคม
ระลึกถึง นักบุญออกัสติน พระสังฆราช
1 ธส 1:1-5, 8-10
มธ 23:13, 15-22
 “จงรักและทำสิ่งที่ต้องการ” เป็นคำพูดของนักบุญออกัสตินแห่งฮิปโปที่เราฉลองวันนี้ คำกล่าวนี้ได้รับการอ้างถึงบ่อยและสะท้อนความเป็นออกัสติน สำหรับท่านแล้ว “การรักพระเจ้าคือความรักยิ่งใหญ่ การแสวงหาพระองค์คือการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ การพบพระองค์คือความสำเร็จยิ่งใหญ่ของมนุษย์” เมื่อได้พบพระเจ้าและรักพระองค์แล้ว ท่านไม่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำหลังจากนั้น เพราะมั่นใจว่าความรักพระเจ้าทำให้เราทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง
 ชีวิตของนักบุญออกัสติน สะท้อนความเป็นมนุษย์ได้อย่างเด่นชัด จากคนบาปคนหนึ่งเหมือนเราทั้งหลายแต่สามารถเป็นนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ เราทราบดีว่าท่านได้ใช้ชีวิตวัยหนุ่มอย่างเหลวแหลกและโชกโชน แต่ได้กลับใจรับศีลล้างบาปจากนักบุญอัมโบรซีโอที่เมืองมิลาน ซึ่งเป็นผลจากน้ำตาและคำภาวนาไม่หยุดหย่อนของมารดาคือนักบุญโมนิกา เราไม่ควรท้อถอยในการอธิษฐานภาวนา เพราะ “คำภาวนาเปลี่ยนทุกอย่างได้”
หลังความตายของมารดา ออกัสตินได้เดินทางกลับแอฟริกาและอุทิศชีวิตที่เหลือแด่พระเจ้า เจริญชีวิตแบบนักบวช ได้บวชเป็นพระสงฆ์และต่อมาได้รับอภิเษกให้เป็นพระสังฆราชแห่งเมืองฮิปโป ได้เทศน์สอน เขียนหนังสือด้านปรัชญาและเทววิทยา และต่อสู้กับพวกที่สอนผิดความเชื่อ เช่น พวกนิยมลัทธิมานีเค พวกโดนาติสต์ พวกเปลาเจียน และพวกนิยมอารีอูส ผลงานที่ได้รับการกล่าวถึงได้แก่ คำสารภาพ (Confessions), เทวนคร (City of God) ฯลฯ
นักบุญออกัสติน เป็นปิตาจารย์และนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ในจำนวน 4 องค์ของพระศาสนจักรลาติน (นักบุญอัมโบรซีโอ, นักบุญเยโรม และนักบุญเกรโกรีองค์ใหญ่ พระสันตะปาปา) ท่านสิ้นใจวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 430 แต่งานเขียนและคำสอนของท่านยังคงมีอิทธิพลต่อความคิดทางเทววิทยา และชีวิตฝ่ายจิตของพระศาสนจักรจวบจนปัจจุบัน อีกทั้งได้รับการอ้างถึงอยู่เสมอ
ขอแบบอย่างของนักบุญออกัสตินในการแสวงหาและพบพระเจ้า องค์ความรักยิ่งใหญ่ ช่วยเราให้ตระหนักเหมือนท่านว่า “มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุด” อีกทั้ง จำนนต่อความรักของพระองค์และกลับใจเปลี่ยนแปลงตนเองเยี่ยงท่าน ดำเนินชีวิตในความรักต่อเพื่อนพี่น้องตามแบบอย่างของท่าน “เป็นมือที่ช่วยผู้อื่น เป็นเท้าที่เร่งรุดไปหาคนจนและคนขัดสน เป็นตาที่เห็นความทุกข์และความต้องการ เป็นหูที่ได้ยินเสียงถอนหายใจและความระทมทุกข์ของมนุษย์”
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์
27 สิงหาคม 2017
ที่มาของภาพ: https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/d0/Antonio_Rodr%C3%ADguez_-_Saint_Augustine_-_Google_Art_Project.jpg

วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560

สารวัดป่าพนาวัลย์, ปีที่ 3 ฉบับที่ 120

Text Box:  สารวัดแม่พระแห่งภูเขาการ์แมล ป่าพนาวัลย์

ปีที่ 3  ฉบับที่ 120  อาทิตย์ที่ 27  สิงหาคม ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560):  http.//dondaniele.blogspot.com

เลขที่ 187 หมู่ที่ 5 บ้านป่าพนาวัลย์ ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47230È086-231-3231

รา
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
พิธีฉลองครบรอบ 11 ปีวิถีชุมชนวัดและฉลองนักบุญหลุยส์
เสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2017 ณ อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่
พี่น้องที่รัก มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่ยังไม่รู้จักพระเยซูเจ้า เนื่องจากไม่เคยเห็นพระองค์หรือไม่มีใครพูดถึงพระองค์ให้พวกเขาฟัง คำถามที่ว่า “พระเยซูเจ้าเป็นใคร” จึงเป็นคำถามที่กล่าวถึงมากที่สุดตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และเป็นคำถามที่เราแต่ละคนต้องตอบด้วยตนเอง พระวรสารวันนี้ เปโตรได้เป็นตัวแทนบรรดาอัครสาวกตอบคำถามของพระเยซูเจ้าว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” (มธ 16:16)
พิธีกรรมวันนี้เราได้เห็นบทบาทของเปโตร ที่พระเยซูเจ้าทรงเลือกให้เป็นหัวหน้าฝูงชุมพาของพระองค์ เราได้เห็นชีวิตของเปโตรที่ขึ้นๆ ลงๆ เข้มแข็งและอ่อนแอ แต่ความรักของพระเยซูเจ้าได้ทำให้ท่านเติบโต เราทุกคนล้วนอ่อนแอ เราแต่ละคนเคยปฏิเสธพระเยซูเจ้าเหมือนเปโตร จากบาปที่เรากระทำ ให้เราหันมาหาพระองค์เพื่อขอพระองค์ทรงอภัยบาปเรา
 การประชุมพลมารีย์เปรซิเดียมแม่พระแห่งภูเขาการ์แมล 20 สิงหาคม 2017
บทอ่านที่ 1: อสย 22:19-23 คำพยากรณ์ของประกาศกอิสยาห์ได้ประกาศแต่งตั้งผู้ดูแลราชสำนักคนใหม่ ซึ่งใช้อำนาจที่ได้รับในนามของเจ้านาย กุญแจที่เขาได้รับมอบเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจการเป็นตัวแทน เรื่องเล่าเกี่ยวกับกุญแจอาณาจักรสวรรค์ที่เปโตรได้รับมอบในพระวรสาร จึงเป็นการอ้างถึงคำพยากรณ์นี้
บทอ่านที่ 2: รม 11:33-36 บทอ่านนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น “บทเพลงขอบพระคุณของเปาโล” ที่ได้กล่าวกับพระเจ้าว่า “พระเจ้าทรงประปรีชาและรอบรู้ล้ำลึกสักเพียงไร คำตัดสินของพระองค์สุดที่จะหยั่งรู้ได้ และมรรคาของพระองค์สุดที่จะเข้าใจได้” พระเจ้าทรงวางแผนสำหรับอนาคตของเราแต่ละคน “สิ่งสารพัดมาจากพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์”
พระวรสาร: มธ 16:13-20 พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต ที่ทำให้ชีวิตของเรามีความหมาย เราจึงเชื่อและหมั่นมาหาพระองค์บ่อยๆ เป็นต้นทางศีลศักดิ์สิทธิ์  ชีวิตของเราในแต่ละวันจะต้องเป็นพยานแห่งพระวรสาร และเป็นเครื่องหมายที่มองเห็นได้ที่ทำให้คนอื่นได้รู้ว่า พระเยซูเจ้าเป็นใครและมีความหมายอย่างไรสำหรับเรา
 การประชุมสภาอภิบาลวัด ผู้นำชุมชน และผู้นำหมู่บ้าน 23 สิงหาคม 2017
°ข่าวสารและประชาสัมพันธ์
1)      มติที่ประชุมสภาอภิบาลวัด วันพุธที่ 23 สิงหาคม 2017 เห็นชอบให้ดำเนินการขออนุญาตทำสุสาน รังวัดพื้นที่และดำเนินการทำรั้วรอบสุสาน อีกทั้ง เห็นชอบให้มีพิธีมิสซาคุ้มเย็นวันอาทิตย์ตลอดเดือนตุลาคม
2)      จันทร์ที่ 28 สิงหาคม 2017 ภาวนาและประชุมวิถีชุมชนวัดคุ้มแสงตะวัน ที่บ้านตาวัน ดาลุนพัน เวลา 19.00 น.
3)      จันทร์ที่ 28 สิงหาคม-ศุกร์ที่ 1 กันยายน 2017 อบรมครูคำสอนอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ที่อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่ ขอเชิญครูคำสอนเข้ารับการอบรมในช่วงเวลาดังกล่าว
4)      เสาร์ที่ 16 กันยายน 2017 ฉลองอารามรักกางเขนท่าแร่ พิธีบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.00 น.
5)      เสาร์ที่ 30 กันยายน 2017 พิธีบูชาขอบพระคุณเปิดเดือนแม่พระแห่งสายประคำ ณ ศาลามีคาแอลเกี้ยน เสมอพิทักษ์ เวลา 19.00 น.
6)      ผู้บริจาคเงินทำรั้วสุสาน: (1) ครอบครัวนายลำไพ-นางถวิล เพียงกล้า 3,000.- บาท, (2) ครอบครัวนายประสิทธิ์-นางอำนวย บุญญาน้อย 1,000.- บาท, (3) ครอบครัว สท. มิตรดำรง ซึมเมฆ 500.- บาท และ (4) ครอบครัวนางสาวเนตรนารี แสนปาก 5,000.- บาท ยอดรวม 21,500.- บาท
7)      เงินทานอาทิตย์ (20 สิงหาคม) มิสซาเช้า จำนวน 970.- บาท มิสซาเย็น 478.- บาท รวมเป็นเงิน 1,448.- บาท
 รื้อฟื้นคำปฏิญาณและฉลองครบรอบ 11 ปีวิถีชุมชนวัด 26 สิงหาคม 2017
พิธีบูชาขอบพระคุณและวันฉลองในรอบสัปดาห์
วัน
ที่
เวลา
ผู้ขอ/วันฉลอง
จุดประสงค์
วันอาทิตย์
27
10.00 น.
19.30 น.
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
†สุขสำราญ พี่น้องชาวป่าพนาวัลย์
จันทร์
28
18.30 น.
ระลึกถึง น.ออกัสติน พระสังฆราช

วันอังคาร
29
18.30 น.
ระลึกถึง น.ยอห์น บัปติสต์ ถูกตัดศีรษะ

วันพุธ
30
18.30 น.
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

วันพฤหัสบดี
31
18.30 น.
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

วันศุกร์
01
18.30 น.
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา วันศุกร์ต้นเดือน
ส่งศีลมหาสนิทคนป่วยและผู้สูงอายุ
วันเสาร์
02
18.30 น.
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

บรรยากาศวันฉลองวิถีชุมชนวัดและนักบุญหลุยส์


พระเยซูเจ้าเป็นใครสำหรับเรา

พระเยซูเจ้าเป็นใครสำหรับเรา
วันอาทิตย์
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
ปี A
อสย 22:19-23
รม 11:33-36
มธ 16:13-20
บทนำ
เราคงเคยเห็นภาพวาดพระเยซูเจ้าในยามค่ำคืน มือซ้ายถือตะเกียง มือขวากำลังเคาะประตูบานใหญ่ เป็นผลงานของจิตรกรชาวอังกฤษชื่อ วิลเลียม โฮลแมน ฮันท์ (William Holman Hunt:1827-1910) เมื่อวาดเสร็จและเปิดเผยให้สาธารณชนชม ผู้ชมต่างชื่นชมผลงานยิ่งใหญ่นี้ แต่มีนักวิจารณ์คนหนึ่งให้ข้อสังเกตว่า “ภาพนี้ยังวาดไม่เสร็จ เพราะประตูไม่มีลูกบิด” แต่ฮันท์ยืนยันว่า “ภาพนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เพราะนี่เป็นประตูสู่หัวใจมนุษย์ เปิดได้จากภายในเท่านั้น”  
พระเยซูเจ้าทรงท้าทายเราให้รู้จักพระองค์เป็นการส่วนตัว เหมือนที่ทรงให้ความใส่ใจและรักเราแต่ละคน ดังนั้น พระองค์ได้เชื้อเชิญเราให้ค้นหา รัก และรับใช้พระองค์ ด้วยการเปิดหัวใจเรียนรู้และมีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับพระองค์ เพื่อจะได้รู้ว่าพระองค์เป็นใครสำหรับเรา มีความหมายอย่างไรสำหรับชีวิตของเรา
ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีผู้คนจำนวนมากยังไม่รู้จักพระเยซูเจ้า เนื่องจากไม่เคยเห็นพระองค์หรือไม่มีใครพูดถึงพระองค์ให้พวกเขาฟัง คำถามที่ว่า “พระเยซูเจ้าเป็นใคร” เป็นคำถามที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด มีผู้ให้คำตอบมากมายแตกต่างกันไปตามแต่ประสบการณ์ของแต่ละคน วันนี้พระองค์ทรงถามเราแต่ละคน “ท่านละคิดว่าเราเป็นใคร” (มธ 16:15)
1.        พระเยซูเจ้าเป็นใครสำหรับเรา
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงถามความเห็นบรรดาศิษย์ว่า “คนทั้งหลายกล่าวว่าบุตรแห่งมนุษย์เป็นใคร” (มธ 16:13) สมัยนั้นยังไม่มีการสำรวจประชามติ (Poll) เหมือนในปัจจุบัน วิธีที่ง่ายที่สุดคือถามความเห็นจากคนใกล้ชิด และพวกเขาได้สะท้อนคำตอบของประชาชน อาทิ ยอห์นผู้ทำพิธีล้าง ประกาศกอิสยาห์ ประกาศกเยเรมีย์หรือประกาศกองค์ใดองค์หนึ่ง สิ่งสำคัญมิใช่ความเห็นของประชาชน แต่เป็นคำตอบของบรรดาศิษย์และเราแต่ละคน
เปโตรยืนยันว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” (มธ 16:16) เป็นภาพสะท้อนความเชื่อและประสบการณ์ ที่เปโตรและบรรดาศิษย์มีเกี่ยวกับพระเยซูเจ้า ตลอดเวลาเกือบสามปีที่อยู่กับพระองค์ ได้ฟังคำเทศน์สอน ได้เห็นอัศจรรย์ที่ทรงกระทำ และได้รับมอบพันธกิจในการประกาศข่าวดี สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความรู้เกี่ยวกับพระองค์ ศิษย์พระคริสต์ต้องมีประสบการณ์ตรงกับพระองค์
พระเยซูเจ้าได้มอบอำนาจและการเป็นผู้นำพระศาสนจักรที่กำลังตั้งขึ้นแก่เปโตร “ท่านคือศิลาและบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้” (มธ 16:18) อีกทั้งได้มอบอำนาจการยกบาป (มธ 16:19) ซึ่งเป็นอำนาจเฉพาะของพระเจ้าเท่านั้น นั่นหมายความว่า อำนาจของพระเจ้าได้ส่งมอบแก่พระศาสนจักรผ่านทางพระเยซูเจ้า โดยมีเปโตรและบรรดาอัครสาวกเป็นตัวแทน
2.        บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราคริสตชนหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก พระเยซูเจ้าเป็นใครสำหรับเรา เราสามารถกล่าวได้ไหมว่า พระเยซูเจ้าคือผู้ที่เราเชื่อและรักมากที่สุด พระองค์ทรงเป็นแสงสว่างที่นำทางชีวิตและเป็นทุกอย่างสำหรับชีวิตของเรา ปราศจากพระองค์เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ทรงเป็นหลักชัยแห่งชีวิต และทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่าและความหมาย
ประการที่สอง ต้องเปิดใจให้พระเยซูเจ้าทำงานในตัวเรา เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์ เราต้องมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระองค์ ผ่านทางการอธิษฐานภาวนา การอ่านพระคัมภีร์ การรับพระองค์ในศีลมหาสนิท และการมาร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณทุกวันอาทิตย์ ซึ่งเราสามารถพบและฟังพระองค์ตรัสกับเราได้อย่างใกล้ชิด
ประการที่สาม เราเป็นพระศาสนจักรของพระเยซูเจ้า เป็นส่วนหนึ่งแห่งพระกายทิพย์ของพระองค์ ผู้เป็นศีรษะของพระศาสนจักร ที่ตั้งอยู่บนศิลาของเปโตรและมีบรรดาอัครสาวกเป็นรากฐาน เราต้องเคารพเชื่อฟังพระศาสนจักร “ผู้ใดฟังท่าน ผู้นั้นฟังเรา” (ลก 10:16) และมีหน้าที่สานต่อพันธกิจของพระองค์ ในการประกาศข่าวดีให้คนอื่นได้รับรู้ อาศัยการเป็นแบบอย่างชีวิตของเรา บนเส้นทางแห่งความรักและการรับใช้ที่ทรงมอบแก่เรา
บทสรุป
พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต ที่ทำให้ชีวิตของเรามีความหมาย ผู้ที่เราเชื่อและรักมากที่สุด ทรงเป็นแสงสว่างนำทางชีวิต และเป็นทุกอย่างสำหรับชีวิตของเรา ปราศจากพระองค์เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดังนั้น เราต้องหมั่นมาหาพระองค์บ่อยๆ เป็นต้นทางศีลศักดิ์สิทธิ์ การอธิษฐานภาวนา และการร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ เพื่อเราจะได้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์และเพื่อนพี่น้อง ชีวิตของเราแต่ละวันจะได้เป็นพยานแห่งข่าวดี และเป็นเครื่องหมายที่มองเห็นได้ที่ทำให้คนอื่นรู้ว่า “พระเยซูเจ้าเป็นใคร”
พระเยซูเจ้าทรงตั้งพระศาสนจักร โดยมีเปโตรและบรรดาอัครสาวกเป็นรากฐาน เราต้องเคารพเชื่อฟังพระศาสนจักร (ภายใต้การนำของพระสันตะปาปา ผู้รับมอบอำนาจของพระเยซูเจ้าสืบต่อจากนักบุญเปโตร เคารพเชื่อฟังพระสังฆราชในฐานะผู้สืบตำแหน่งของบรรดาอัครสาวก) อีกทั้ง เราต้องเป็นพระศาสนจักรที่มีชีวิต เป็นต้นในครอบครัวซึ่งเป็นพระศาสนจักรระดับบ้าน ในความรักและการรับใช้ซึ่งกันและกัน ตามแบบอย่างของพระคริสตเจ้า
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
San Tomasso Ashram, วัดพระป่าพนาวัลย์
25 สิงหาคม 2017
ภาพประกอบ: ภาพเขียนพระเยซูเจ้า, วัดน้อยคณะภราดาน้อย กาปูชิน, มิลาน อิตาลี; 2008-09-04