วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

พระเจ้าทรงรักโลกมาก

พระเจ้าทรงรักโลกมาก
พุธ
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
กจ 5:17-26
ยน 3:16-21
บทอ่านแรก หนังสือกิจการอัครสาวกได้เล่าเหตุการณ์บรรดาอัครสาวกถูกจับขังคุกเป็นครั้งที่สอง และทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้ปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ เป็นไปได้ว่า พระเจ้าอาจส่งเพื่อน หรือใครคนหนึ่งมาช่วย ทั้งนี้เพราะคำว่า “ทูตสวรรค์” ในภาษากรีกใช้กับคนทั่วไปในความหมายว่า “เขาเป็นเครื่องมือของพระเจ้าที่ทรงส่งมาช่วย ในห้วงเวลาที่เราอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก” และบรรดาอัครสาวกได้เป็นพยานถึงพระเยซูเจ้าด้วยความกล้าหาญ
พระวรสารวันนี้เป็นหัวใจสำคัญ หรือบทสรุปของพระวรสารนักบุญยอห์น “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมากจึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศแต่จะมีชีวิตนิรันดร” (ยน 3:16) การที่พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาในโลก เป็นข้อพิสูจน์ว่า พระเจ้าทรงรักมนุษย์มาก ประทานสิ่งดีที่สุดสำหรับเรา
สำหรับนักบุญยอห์นพระเจ้าทรงเป็นองค์ความรักยิ่งใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดในองค์พระเยซูเจ้า ในการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปเราให้รอด พระเจ้าได้ส่งพระเยซูเจ้ามาในโลกเพราะความรักยิ่งใหญ่ต่อโลก มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลกแต่เพื่อช่วยโลกให้รอด นำแต่ละคนให้ได้รับความรอดนิรันดร ช่วยทุกคนให้เดินในความสว่าง ไม่เดินในความมืดแห่งบาปอีกต่อไป
พระเยซูเจ้ายังคงเสด็จมาหาเราทุกครั้งในศีลมหาสนิทในพิธีบูชาขอบพระคุณ จำเป็นที่เราต้องกลับใจมาหาพระองค์ผู้เป็นองค์ความสว่างเพื่อไม่เดินในความมืดอีกต่อไป แต่เดินในแสงสว่างแห่งความจริงภายใต้การนำของพระจิตเจ้า อีกทั้ง ทรงท้าทายเราเหมือนทรงท้าทายโทมัส “อย่าสงสัยอีกต่อไป แต่จงเชื่อเถิด” (ยน 20:27) และเมื่อเชื่อในพระองค์เราย่อมไม่ถูกตัดสินลงโทษ (เทียบ ยน 3:18)
เมื่อพระเจ้าทรงรักเราเช่นนี้เราได้รักตอบพระองค์อย่างไร เราได้พิสูจน์ความรักต่อพระองค์ทั้งด้วยคำพูดและการกระทำหรือเปล่า เราได้ตอบสนองความรักของพระองค์ไหม เราได้เห็นคุณค่าความรักของเพื่อนมนุษย์มากน้อยแค่ไหน ศิษย์พระคริสต์ต้องตระหนักในความรักของพระเจ้า ดำเนินชีวิตในความรักต่อเพื่อนมนุษย์ในแต่ละวัน และทำให้ความรักต่อพระเจ้าปรากฎเป็นจริงในกิจการ
ขวัญ ถิ่นวัลย์, เทศกาลปัสกา การฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 36-37.
ที่มาภาพ : http://mvcweb.org/mi-vida-en-xto/apas02mie-tanto-amo-dios-al-mundo-que-nos-dio-su-hijo-unico/

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562

การเกิดใหม่จากเบื้องบน

การเกิดใหม่จากเบื้องบน
อังคาร
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
กจ 4:32-37
ยน 3:7-15
บทอ่านแรก หนังสือกิจการอัครสาวกได้ให้ภาพชัดเจนมากเกี่ยวกับกลุ่มคริสตชนแรก ซึ่งเป็นกลุ่มของผู้มีความเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมในพระเยซูเจ้า พวกเขาได้รับเอาพระเยซูเจ้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเลียนแบบพระองค์ทั้งในแง่คำสอนและวิธีดำเนินชีวิต พวกเขาดำเนินชีวิตเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและนำสิ่งที่ตนเองมีมาวางเป็นของส่วนรวม (ดู กจ 4:32)
ดังนั้น ในกลุ่มของพวกเขาจึงไม่มีใครขัดสน พระเจ้าคือสิ่งเดียวที่พวกเขาปรารถนาและเป็นความร่ำรวยเดียวที่พวกเขามี มิใช่อยู่ที่การมีสิ่งของในโลกนี้ แต่อยู่ที่การรับใช้พระเจ้า ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน แบ่งปันและช่วยเหลือกันดุจพี่น้อง กลุ่มคริสตชนแรกนี้ได้ก่อให้เกิดพระศาสนจักรและกลายเป็นต้นแบบของกลุ่มคริสตชนในปัจจุบัน
พระวรสารวันนี้ ในการสนทนากับนิโคเดมัสพระเยซูเจ้าตรัสถึงการเกิดใหม่จากเบื้องบน (ยน 3:7) มิใช่การเกิดใหม่ตามธรรมชาติมนุษย์ (ในท้องแม่) แต่เป็นการเกิดใหม่ในการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ “โมเสสได้ยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น” (ยน 3:14) ซึ่งในการสิ้นพระชนม์นี้พระจิตเจ้าทรงทำงานใน “ทุกคนที่มีความเชื่อ” (ยน 3:15) ทำให้สามารถเกิดใหม่ในชีวิตนิรันดร
พระเยซูเจ้าทรงย้ำกับนิโคเดมัสว่า ทุกชีวิตมาจากพระเจ้า โดยมีพระจิตเจ้าเป็นผู้ให้ชีวิตและทรงทำงานเหมือนลมซึ่งมองไม่เห็นแต่รู้ถึงพลังของมัน “ท่านได้ยินเสียงลมพัดแต่ไม่รู้ว่าลมพัดมาจากไหน และจะพัดไปไหน ทุกคนที่เกิดจากพระจิตเจ้าก็เป็นเช่นนี้” (ยน 3:8) เราได้รับพระจิตเจ้าแล้วตั้งแต่วันรับศีลล้างบาป และพระเยซูเจ้าผู้รับทรมาน สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และกลับคืนพระชนมชีพได้ส่งพระจิตของพระเจ้ามายังเรา
พระจิตเจ้าทำให้เรากลายเป็นบุตรบุญธรรมและสามารถเข้าในพระอาณาจักรสวรรค์ อีกทั้งทำให้เราสามารถเรียกพระเจ้าว่าเป็น “บิดา” มีส่วนในพระหรรษทานและร่วมส่วนในพระสิริรุ่งโรจน์นิรันดรของพระเยซูเจ้า ศิษย์พระคริสต์ต้องร่วมมือกับพระหรรษทานของพระจิต ในการฟังเสียงของพระองค์และดำเนินชีวิตเป็นตัวอย่างดี ฉายแสงแห่งความรัก ความเมตตากรุณา และการให้อภัยของพระเยซูเจ้ากับผู้อื่นในชีวิตประจำวัน
ขวัญ ถิ่นวัลย์, เทศกาลปัสกา การฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า, (สกลนคร: สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 34-35.
ที่มาภาพ : https://www.mormoninterpreter.com/wp-content/uploads/2017/03/01-nicodemus-comes-to-jesus-at-night.jpg

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562

การเกิดใหม่ในพระจิตเจ้า

การเกิดใหม่ในพระจิตเจ้า
จันทร์
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
กจ 4:23-31
ยน 3:1-8
บทอ่านแรกหนังสือกิจการอัครสาวก เปโตรและยอห์นได้รับการปล่อยตัวจากการถูกควบคุมตัว ทั้งสองได้กลับไปพบกลุ่มคริสตชนและเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้พวกเขาฟัง พวกเขาได้กล่าวสรรเสริญพระบิดาเจ้าในฐานะพระผู้สร้างสรรพสิ่งด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์ นี่เป็นสิ่งที่เราควรคิดคำนึงเสมอเมื่อเราอธิษฐานภาวนาต่อพระเจ้า
บรรดาคริสตชนอธิษฐานภาวนาเพื่อมีความกล้าหาญ ซึ่งเป็นพลังที่ได้รับจากพระจิตเจ้า ทำให้พวกเขาสามารถเป็นพยานถึงพระเจ้าด้วยชีวิต คำพูด และกิจการ เราเช่นเดียวกัน จำเป็นต้องอธิษฐานภาวนาเสมอเพื่อได้รับพลังและความช่วยเหลือจากพระจิตเจ้า เพราะหากปราศจากความช่วยเหลือจากเบื้องบน เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงสนทนากับนิโคเดมัส ฟาริสี และอาจารย์ชาวยิว ซึ่งมาหาพระองค์ตอนกลางคืนและเข้าใจดีว่าพระองค์มาจากพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงตอบนิโคเดมัสเรื่องการเกิดใหม่จากเบื้องบน เมื่อเราเกิดมาเราได้รับธรรมชาติมนุษย์ แต่การเกิดใหม่ทำให้เราเห็นพระเจ้า นี่เป็นของประทานจากพระเจ้าซึ่งเราได้รับผ่านทางพระจิตเจ้า “ไม่มีใครเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า ถ้าเขาไม่เกิดจากน้ำและพระจิตเจ้า” (ยน 3:5)
พระจิตเจ้าทรงทำให้เราได้รับพระหรรษทานและธรรมชาติใหม่ เพื่อเข้าในพระอาณาจักรของพระเจ้าได้จำเป็นเปลี่ยนแปลงจิตใจ อุทิศชีวิต และใช้พระพรความสามารถต่าง ๆ ที่ได้รับเพื่อพระเยซูเจ้า เราได้รับพระจิตเจ้าแล้วตั้งแต่วันได้รับศีลล้างบาป แต่เราได้กลายเป็นศิษย์แท้จริง หรือเป็นคนใหม่ในพระเยซูเจ้าหรือยัง
คริสตชนต้องขอบคุณพระจิตเจ้าผู้ทำให้เรากลายเป็นบุตรบุญธรรม และสามารถเข้าในพระอาณาจักรสวรรค์ อีกทั้งสามารถเรียกพระเจ้าว่าเป็น “บิดา”  ศิษย์พระคริสต์ต้องดำเนินชีวิตในความสว่าง ละทิ้งความมืดของโลกที่เต็มไปด้วยบาป ผลประโยชน์ ความเห็นแก่ตัว ความเกลียดชัง และการแตกแยก เราต้องกล้าเดินทวนกระแสค่านิยมของโลก เพื่อกลับเป็นคนใหม่ในพระจิตเจ้าและศิษย์แท้จริงของพระเยซูเจ้า
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
เทศกาลปัสกา การฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า, สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562, หน้า 32-33.
ที่มาภาพ : http://rolinbrunoauthor.blogspot.com/2017/07/was-nicodemus-galilean.html

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2562

สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ, ปีที่ 1 ฉบับที่ 50


สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ

ปีที่ 1  ฉบับที่ 50;  อาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2019 (2562): http.//dondaniele.blogspot.com

107 หมู่ 6 บ้านดอนม่วย ตำบลช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร 47130È086-231-3231

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
พิธีบูชาขอบพระคุณหน้าศพทิตัส ทวี โพธิมาศ สามีของอันนา นุภาพ โพธิมาศ
พี่น้องที่รัก การกลับคืนพระชนมชีพขอพระเยซูเจ้าถือเป็นหัวใจสำคัญของคริสตศาสนา ดังที่นักบุญเปาโลกล่าวว่า ถ้าพระคริสตเจ้าไม่กลับคืนพระชนมชีพการเทศน์สอนและความเชื่อของเราก็เป็นสิ่งไร้ค่า บรรดาอัครสาวกได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา ทรงตรัสกับพวกเขา กินดื่มกับพวกเขาและสอนพวกเขาถึงข้อความเชื่อ พระองค์ทรงเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับการแบ่งปันและสร้างความเชื่อสำหรับพระศาสนจักรยุคแรกเริ่ม
บทอ่านวันนี้ได้ชี้ไปที่พระเมตตาของพระเจ้า ความวางใจและการให้อภัยบาป พระเจ้าทรงเป็นองค์แห่งความเมตตา ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ซึ่งพระเจ้าได้ทรงแสดงความเมตตาของพระองค์แก่เรามนุษย์ ด้วยการส่งบุตรสุดที่รักของพระองค์ให้มาเป็นพระผู้ไถ่บาปเรา ด้วยการรับทรมาน สิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพ
 การอธิษฐานภาวนาเพื่อดวงวิญญาณของทิตัส ทวี โพธิมาส ที่โนนค้อ
บทอ่านที่หนึ่ง ได้แสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาแห่งฤดูใบไม้ผลิในพระศาสนจักร ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความยินดีปัสกา นั่นคือการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า ได้ทำให้คริสตชนผู้มีความเชื่อมีกำลังใจในการเอาชนะความยากลำบากต่าง ๆ ในชีวิต การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าคือแหล่งพลังแห่งความยินดี ความหวัง และสันติสุขแท้จริงของชีวิตคริสตชน
บทอ่านที่สอง ยอห์นได้เน้นให้เห็นถึงพันธะแห่งรักระหว่างคริสตชนกับพระเจ้าพระบิดา ในฐานะที่เป็นการแสดงออกถึงสันติสุขแห่งปัสกา ซึ่งมีรากฐานอยู่ที่การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า ความเชื่อเรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ ทำให้คริสตชนที่กำลังทนทุกข์เพราะการเบียดเบียนมีความหวัง เนื่องจากพระเยซูเจ้าได้ทรงชนะบาปและความตาย
พระวรสาร พระเยซูเจ้าได้ปรากฏพระองค์ให้บรรดาอัครสาวกได้เห็น และทรงมอบสันติสุขแก่พวกเขา สันติสุขที่ว่านี้ คือความชื่นชมยินดีและความสุขอันเป็นยอดปรารถนาของมนุษย์ทุกคน สันติสุขนี้อยู่ภายในใจของเราแต่ละคนในความสัมพันธ์กับพระเจ้าและผู้อื่น พระเยซูเจ้าทรงเป็นองค์ สันติราชา ที่นำเราไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพระเจ้า
 สมโภชปัสกาที่วัดโนนค้อ โดยคุณพ่อพิริยะ ชัยมุกดาสกุล
°ข่าวสารและประชาสัมพันธ์
1.         จันทร์ที่ 29 เมษายน 2019 ของดส่งศีลมหาสนิทคนป่วยและผู้สูงอายุ
2.         ขอบคุณคุณพ่อสุดใจ แสนพลอ่อน ที่มาช่วยงานอภิบาลวัดดอนม่วย-โนนค้อ ขอพี่น้องได้อธิษฐานภาวนาเพื่อคุณพ่อในงานหน้าที่สงฆ์ในการรับใช้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง
3.         พฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2019 เชิญร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับตระกูล “เหลือหลาย” เวลา 8.00 น.
4.         เสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2019 เชิญร่วมฉลองอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่ พิธีบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.00 น.
5.         เงินทาน อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019: วัดดอนม่วย 5,030.- บาท; วัดโนนค้อ 2,855.- บาท, นมัสการกางเขน 910.- บาท และเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ 897.- บาท
6.         ขอบคุณ กลุ่มคริสตชนพื้นฐานกลุ่มที่ 1-2 ที่มาทำความสะอาดวัด สัปดาห์หน้ากลุ่มที่ 3-4 (โนนค้อ: กลุ่มที่ 2)
 สมโภชปัสกาที่วัดดอนม่วย โดยคุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
พิธีบูชาขอบพระคุณและวันฉลองในรอบสัปดาห์
วัน
ที่
เวลา
ผู้ขอ/วันฉลอง
จุดประสงค์
อาทิตย์
28
07.00 น.
08.30 น.
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา (ฉลองพระเมตตา)
สุขสำราญพี่น้องชาวโนนค้อ
† สุขสำราญพี่น้องชาวดอนม่วย
จันทร์
29
06.00 น.
ระลึกถึง น.กาทารีนาแห่งซีเอนา

อังคาร
30
06.00 น.


พุธ
1
06.00 น.
ระลึกถึง น.ยอแซฟ กรรมกร

พฤหัสบดี
2
06.00 น.
ระลึกถึง น.อาทานาส พระสังฆราช นักปราชญ์

ศุกร์ที่
3
06.00 น.
ฉลอง น.ฟิลิป และน.ยากอบ อัครสาวก
วันศุกร์ต้นเดือน
เสาร์ที่
4
06.00 น.


 การเสกยานพาหนะทุกชนิดของพี่น้องชาวดอนม่วยหลังสมโภชปัสกา










วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2562

สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่าน

สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่าน
อาทิตย์
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
ปี C (ฉลองพระเมตตา)
กจ 5:12-16
วว 1:9-11, 12-13, 17-19
ยน 20:19-31
บทนำ
มีอาณาจักรเก่าแก่แห่งหนึ่งเป็นที่ตั้งของชนเผ่าโบราณชอบทำสงครามกับเผ่าอื่น มักออกไปเข่นฆ่า และปล้นสะดมอย่างไร้ความปราณีและศีลธรรม ผู้อาวุโสของเผ่าหาทางแก้ไขโดยเรียกประชุมผู้นำจากหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อหาทางระงับความรุนแรงซึ่งอาจเกิดกับประชาชนผู้บริสุทธิ์  ได้ข้อสรุปว่าต้องเก็บความลับแห่งสันติสุขให้ห่างไกลจากพวกกระทำความผิดและละเมิดกฎเกณฑ์เหล่านี้ ปัญหาคือจะเก็บความลับไว้ที่ไหน
บางคนเสนอให้ฝังดินให้ลึก เก็บไว้บนยอดเขาสูง หรือใต้มหาสมุทรในจุดลึกที่สุด เพื่อไม่ให้พวกนี้หาเจอ ไม่มีใครเห็นดีตามข้อเสนอดังกล่าว แม้เก็บไว้ใต้ดิน บนยอดเขาสูง หรือใต้มหาสมุทร แต่มนุษย์คงค้นพบอยู่ดีเพราะความฉลาดและเก่งในการแสวงหาสิ่งที่ต้องการ ที่สุด ผู้อาวุโสเสนอให้เก็บความลับแห่งสันติสุขไว้ในใจของพวกเขา เพราะแต่ละคนต่างคิดว่า ใจของตนไม่มีสันติสุขและคงไม่มีวันค้นพบสันติสุขในใจตน
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงปรากฏพระองค์ให้บรรดาอัครสาวกได้เห็น และทรงมอบสันติสุขแก่พวกเขา คือความชื่นชมยินดีและความสุขอันเป็นยอดปรารถนาของมนุษย์ทุกคน สันติสุขนี้อยู่ภายในใจของเราแต่ละคนในความสัมพันธ์กับพระเจ้าและผู้อื่น สันติสุขนี้คือของประทานจากพระเจ้าสำหรับมนุษย์  พระเยซูเจ้าทรงเป็นองค์ สันติราชา ทรงนำเราให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพระเจ้า และความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับผู้อื่น
1.   สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่าน
คำทักทายแรกที่พระเยซูเจ้าตรัสในการปรากฏพระองค์แก่บรรดาศิษย์คือ SHALOM สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด คำนี้ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในใจพวกเขา ทำให้ความหวาดกลัวและความทุกข์หมดสิ้นไป ใจของพวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี ขณะทรงอวยพรพวกเขาให้มีสันติสุขพระองค์ได้ประทานพระจิตเจ้าแก่พวกเขา พระองค์ได้มอบพันธกิจและหน้าที่ในการสานต่องานไถ่กู้ของพระองค์ ได้แก่การยกบาปในพระนามของพระองค์
การสานต่อพันธกิจของพระเยซูเจ้าในการอภัยบาปจำเป็นต้องอาศัยการนำของพระจิตเจ้า ซึ่งเป็นของประทานยิ่งใหญ่แก่บรรดาอัครสาวก ได้แก่ พระหรรษทานของพระจิตในการยกบาป พระองค์ทรงมอบพระจิตเจ้าองค์เดียวกันแก่เราในการให้อภัยความผิดของกันและกัน เราต้องยกโทษและให้อภัยความผิดของกันและกันด้วยใจกว้าง เพราะพระเยซูเจ้าคือองค์สันติราชาผู้ทำให้เรามีชีวิตและสันติสุขยั่งยืน
บาปคืออุปสรรคใหญ่หลวงของความสุขแท้นี้ ทำให้พันธกิจของพระเจ้าในตัวเราไม่สมบูรณ์ กระนั้นก็ดี พระเยซูเจ้าได้ประทานอาวุธทรงประสิทธิภาพในการทำลายศัตรูของสันติสุขให้หมดสิ้นไปทางศีลอภัยบาป ซึ่งอภัยบาปและสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นใหม่ในใจเรา เมื่อแต่ละคนมีใจที่สุขสงบปราศจากความเห็นแก่ตัว ครอบครัว สังคม และประเทศชาติย่อมมีแต่สันติสุข
2.   บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก เราต้องมอบสันติสุขแก่กันด้วยจริงใจ การมอบสันติสุขในพิธีบูชาขอบพระคุณ ต้องเป็นการแสดงท่าทีแห่งการให้อภัยและการมอบสันติสุขแท้จากใจเราแก่กันและกัน สันติสุขเกิดขึ้นในใจเราเมื่อ 1) เราได้ปฏิบัติตามบัญญัติแห่งความรักของพระเจ้า รักพระเจ้าสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาของท่าน... และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง (มธ 22:37-39) และ 2) เราได้ใส่ใจในความต้องการของผู้อื่น ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา (มธ 25:40)
ประการที่สอง เราต้องปฏิบัติกิจเมตตาในชีวิตประจำวัน วันนี้พระศาสนจักรฉลองพระเมตตาแห่งพระเยซูเจ้า ซึ่งแสดงออกให้เห็นอย่างเด่นชัดในศีลแห่งการคืนดีและศีลมหาสนิท เพื่อได้รับพระเมตตาจากพระเจ้าเราต้องมั่นมาหาพระองค์ทางศีลอภัยบาปและศีลมหาสนิทบ่อย ๆ ทั้งนี้เพื่อช่วยเราให้ฉายแสงแห่งพระเมตตาของพระองค์ในกิจการ คำพูดและการอธิษฐานภาวนาของเรา
ประการที่สาม เราต้องดำเนินชีวิตเชื่อในพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพ การดำเนินชีวิตในความเชื่อทำให้เรามองเห็นพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพในทุกคน และพร้อมรับใช้กันด้วยความรัก ความเชื่อหากไม่มีการกระทำก็เป็นความเชื่อที่ตายแล้ว  (ยก 2:17) ให้เราได้แสดงความเชื่อที่มีชีวิตเช่นเดียวกับนักบุญโทมัส ทำให้ความเชื่อของเราเข้มแข็งและเติบโตยิ่งขึ้นอาศัยการอธิษฐานภาวนา
บทสรุป
พี่น้องที่รัก ให้เราได้สานต่อพันธกิจของพระเยซูเจ้า ในงานแห่งความรักและการให้อภัยไม่สิ้นสุดในชีวิตประจำวันของเรา เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างสันติสุขในสังคมที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และความแตกแยกรุนแรงอย่างในปัจจุบัน เพื่อสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นในครอบครัว หมู่คณะ และชุมชนวัดของเรา ดังที่นักบุญฟรังซิส อัสซีซี ได้อธิษฐานภาวนาว่า :
ข้าแต่พระบิดา ขอพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าเป็นเครื่องมือของพระองค์ เพื่อสร้างสันติ
ที่ใดมีความเกลียดชัง
   ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความรัก
ที่ใดมีความเจ็บแค้น
     ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำการอภัย
ที่ใดมีความแตกแยก
    ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความสามัคคี
ที่ใดมีความเท็จ
            ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความจริง
ที่ใดมีความสงสัย
  
      ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความเชื่อ
ที่ใดมีความสิ้นหวัง
      ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความหวัง
ที่ใดมีความมืด
             ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความสว่าง
ที่ใดมีความเศร้าโศก
    ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำ ความยินดีเบิกบานใจ
...
             ขวัญ ถิ่นวัลย์, เทศกาลปัสกา การฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพิ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 28-31.
ที่มาภาพ: https://redeemercolumbusga.files.wordpress.com/2014/04/thomas-and-jesus.jpg

หน้าที่ประกาศข่าวดี

หน้าที่ประกาศข่าวดี
เสาร์
อัฐมวารปัสกา
กจ 4:13-21
มก 16:9-15
พระวรสารทั้งสี่เล่มได้รับการกล่าวถึงตลอดอัฐมวารปัสกา เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าแก่เราและความสำคัญของเรื่องนี้แก่โลก พระวรสารวันนี้เป็นบทสุดท้ายของนักบุญมาระโกและเป็นพระวรสารสั้นที่สุด มาระโกได้เน้นความไม่เชื่อของบรรดาอัครสาวก ทั้ง ๆ ที่พระองค์ทรงบอกพวกเขาล่วงหน้าก่อนแล้ว แต่พวกเขายังสงสัยและปฏิเสธการเป็นพยานของมารีย์ชาวมักดาลาซึ่งได้เห็นองค์พระเจ้า
เช่นเดียวกับศิษย์สองคนแห่งเอมมาอูส ได้เดินทางกลับมาเล่าการพบพระเยซูเจ้าให้บรรดาอัครสาวกฟัง แต่พวกเขายังคงไม่เชื่อ เหตุผลหนึ่งเพราะพวกเขายังเศร้าเสียใจและร้องไห้ คนเราเมื่ออยู่ในภาวะของการสูญเสียและสิ้นหวัง ย่อมไม่สามารถรับรู้ความเป็นจริงแห่งชีวิตได้เยี่ยงคนปกติ ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์สะเทือนใจและคาดไม่ถึง ต่อเมื่อพระเยซูเจ้าทรงปรากฎพระองค์ให้พวกเขาได้เห็นด้วยตาตนเอง พวกเขาจึงได้เชื่อ
พระเยซูเจ้าทรงตำหนิความไม่เชื่อและใจแข็งกระด้างของบรรดาอัครสาวก หลังจากได้รับพระจิตเจ้าพวกเขาจึงได้เป็นพยานเรื่องถึงนี้ บทอ่านแรกหนังสือกิจการอัครสาวก เปโตรและยอห์นได้ประกาศการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าอย่างกล้าหาญและเปิดเผย จนพวกผู้อาวุโสและธรรมมาจารย์ต้องเรียกไปสั่งห้ามและข่มขู่ แต่คำตอบของท่านคือ “จะฟังท่านหรือจะฟังพระเจ้า เราจำเป็นต้องพูดถึงสิ่งที่เราได้เห็นและได้ยินมา” (กจ 4:19-20)
ความไม่เชื่อได้รับการรักษาให้หมดไปในวันที่บรรดาอัครสาวกออกจากตัวเอง และเป็นพยานถึงการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าแก่โลก “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง” (มก 16:15) คริสตชนได้รับมอบหน้าที่นี้ตั้งแต่วันรับศีลล้างบาป หน้าที่ประกาศข่าวดีแก่ทุกคนให้รู้ว่า พระเยซูเจ้าได้สิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปเรา พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพและเปิดประตูสวรรค์ให้ทุกคนสามารถเข้าไปได้
คริสตชนต้องออกจากตัวเอง และเป็นพยานถึงข่าวดีแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าในชีวิตประจำวันของตน แม้เราไม่ได้เห็นและเป็นพยานด้วยตาตนเองเช่นบรรดาอัครสาวก ศิษย์พระคริสต์ต้องเชื่อและเป็นพยานถึงพระเยซูเจ้าด้วยหัวใจ (Heart witnesses) ในความรัก ความเมตตากรุณา การรับใช้ และการให้อภัยความผิดของกันและกัน เพราะนี่คือการเป็นพยานชีวิตที่ทรงต้องการจากเรามากที่สุด
ขวัญ ถิ่นวัลย์, เทศกาลปัสกา การฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 18-19.
ที่มาภาพ : https://www.newemangelization.com/meeting-jesus/catholic-mens-daily-devotional-and-bible-study-octave-of-easter-saturday-mark-169-15/