วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2564

ผู้นำข่าวดีแห่งความเมตตา

 

ผู้นำข่าวดีแห่งความเมตตา

จันทร์

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

 ฮบ 11:32-40

มก 5:1-20

พระวรสารวันนี้ นักบุญมาระโกได้เล่าการทำอัศจรรย์ขับไล่ปีศาจของพระเยซูเจ้าเป็นครั้งที่ 4 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในดินแดนของชาวเกราซาซึ่งเป็นคนต่างศาสนา ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบเยเนซาเร็ธ เมื่อพระองค์และบรรดาศิษย์ขึ้นฝั่ง คนถูกปีศาจสิงซึ่งถูกตัดขาดจากสังคม อาศัยอยู่ตามหลุมศพ ได้วิ่งมาหาพระองค์และทูลขอพระองค์มิให้ทรมานมัน เพราะมันรู้ว่าพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุดและสามารถขับไล่มันได้

ปีศาจเป็นเครื่องหมายแห่งความชั่วร้าย นำมาซึ่งความแตกแยกในครอบครัว หมู่คณะ และสังคม คริสตชนต้องต่อสู้และเอาชนะปีศาจ ไม่ปล่อยโอกาสให้กับมันโดยเด็ดขาด พระเยซูเจ้าทรงสั่งให้มันออกจากชายคนนั้น มันได้วอนขอมิให้พระองค์ขับไล่มันออกไปจากบริเวณนั้น โดยขอไปสิงอยู่ในหมูฝูงหนึ่ง และได้ทำให้หมูทั้งฝูงกระโจนหน้าผาลงไปในทะเลสาบ จมน้ำตายสิ้น คนเลี้ยงหมูได้วิ่งไปบอกประชาชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ปฏิกิริยาของประชาชนไม่รู้สึกยินดีกับชายน่าสงสาร ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงขับไล่ปีศาจออกไป และขอร้องพระองค์ให้ออกไปจากดินแดนของตน พวกเขาให้คุณค่าหมูฝูงนั้นมากกว่าความเป็นคน คริสตชนต้องพร้อมให้ความช่วยเหลือคนน่าสงสาร คนยากจน คนเจ็บป่วย และคนไร้สิทธิ์ไร้เสียงในสังคม เราได้ให้คุณค่าทรัพย์สินภายนอกมากกว่าความเป็นคน บุตรของพระเจ้าและพี่น้องของเราไหม

พระเยซูเจ้าได้เสด็จลงเรือและคนถูกปีศาจสิงได้ขอติดตามพระองค์ไปด้วย แต่ไม่ทรงอนุญาตและตรัสกับเขาว่า “จงกลับบ้าน ไปหาพี่น้องของท่าน เล่าให้เขาฟังถึงเหตุการณ์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำและแสดงพระเมตตาต่อท่าน” (มก 5:19) เขาได้กลายเป็นผู้นำข่าวดีแห่งพระเมตตาที่ทรงกระทำกับเขา พระเยซูเจ้าทรงรักษาเราจากจิตชั่วและความมีมลทินนานาชนิด ทรงต้องการให้เราเป็นผู้นำข่าวดีแห่งความเมตตาเช่นกัน

คริสตชนมีหน้าที่แบ่งปันความเชื่อในพระเยซูเจ้ากับผู้อื่น ดำเนินชีวิตเป็นผู้นำข่าวดีแห่งพระเมตตาของพระองค์ในชีวิตของตน ศิษย์พระคริสต์ต้องเป็นผู้ประกาศข่าวดีแห่งความเมตตา บอกเล่าเรื่องราวแห่งพระพรมากมายที่เราได้รับจากพระเจ้า ผู้ทรงอภัยบาปเราผ่านทางศีลแห่งการคืนดี ทรงหล่อเลี้ยงชีวิตเราผ่านทางพระวาจาทรงชีวิต และทรงเสริมกำลังเราให้เข้มแข็งผ่านทางการอธิษฐานภาวนา

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

khuanthinwan@gmail.com

วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร

31 มกราคม 2021

ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/movimentkerygma/photos/a.632573913439671/2917265124970527/

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2564

สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ, ปีที่ 3 ฉบับที่ 142

 

สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ

ปีที่ 3 ฉบับที่ 142, อาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2021 (2564): http.//dondaniele.blogspot.com

107 หมู่ 6 บ้านดอนม่วย ตำบลช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร 47130È086-231-3231

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

แบบ 3D วัดพระเมตตาแห่งพระเยซูเจ้า โนนค้อ หลังใหม่ที่กำลังจะก่อสร้าง
       พี่น้องที่รัก พระวาจาของพระเจ้ามาถึงเราหลายวิธีด้วยกัน พระคัมภีร์บอกเราว่า พระวาจาทรงอนุภาพและเกิดผลในชีวิตของเรามากมาย พระวาจาหยั่งรากลึกในจิตใจของเราทำให้เราเกิดความเข้าใจใหม่และการเปลี่ยนแปลงชีวิต พระเจ้าทรงคาดหวังให้เราตระหนักถึงการทำงานของพระวาจาในชีวิตของเรา และตอบสนองต่อพระวาจาด้วยการนำมาปฏิบัติและดำเนินชีวิตตามพระวาจา

พระวาจาของพระเจ้าเป็นพระวาจาแห่งการเยียวยารักษา ถ้อยคำของประกาศกทำให้ประชากรอิสราเอลเห็นคุณค่าของพระเจ้ามากกว่าค่านิยมของโลก เป็นพระวาจาที่ทำให้มนุษย์บริสุทธิ์ปราศจากความด่างพร้อย และขจัดความแตกแยกให้หมดสิ้นไป นำพาความเป็นหนึ่งเดียวมาสู่หมู่คณะ ให้เรากราบขอสมาโทษพระเจ้าหากชีวิตเรามิได้เป็นคำสอนสำหรับผู้อื่น

ครอบครัวผิวเงินทำบุญครบ 100 วัน ฟรังซิส สุวรรณ ผิวเงิน; 24 มกราคม 2021

บทอ่านที่ 1 : โมเสสได้กล่าวคำอำลากับประชากรอิสราแอล โดยบอกให้พวกเขายึดเอาพระวาจาของพระเจ้าเป็นเครื่องนำทางในการเดินทางของพวกเขาสู่แผ่นดินพันธสัญญา อีกทั้งได้บอกให้พวกเขาได้ทราบว่า พระเจ้าจะประทานประกาศกเยี่ยงท่านเพื่อดูแลเอาใจใส่พวกเขา นำพวกเขามาหาพระเจ้าและตรัสกับพวกเขาด้วยปากของพระองค์เอง

บทอ่านที่ 2 : นักบุญเปาโลได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่แต่งงานแล้วกับผู้ที่ยังไม่แต่งงาน พวกเขาจะต้องเปิดใจต่อพระเจ้า  เป็นอิสระจากความกังวลใด ๆ เพื่อพวกเขาจะได้มีจิตใจเดียวกันในการรับใช้พระเจ้า คนที่แต่งงาน หรือคนที่ไม่แต่งงาน พวกเขาล้วนได้รับการเรียกให้มามีชีวิตศักดิ์สิทธิ์

พระวรสาร : เราได้เห็นถึงความเป็นนักเทศน์ อาจารย์ผู้สอน หมอรักษา และนักภาวนาในตัวของพระเยซูเจ้า ข้อความในพระวรสารวันนี้แสดงถึงคำสอนที่ทรงอำนาจของพระเยซูเจ้า ในการขับผีให้ออกไปจากชายคนหนึ่งและทรงรักษาเขา ผู้คนที่ได้ฟังและเห็นเหตุการณ์ต่างประหลาดใจ เพราะพระองค์ทรงสั่งสอนอย่างทรงอำนาจ

พี่น้องชาวดอนม่วยช่วยกันหามประตูเหล็กหน้าวัดเพื่อทำซุ้มประตูใหญ่; 24 มกราคม 2021

°ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

1.          อาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2021 หลังพิธีบูชาขอบพระคุณ ยุวเณรีโรงเรียนมารีย์พิทักษ์พังโคน อารามรักกางเขนแห่งท่าแร่มาแผ่ข้าว ขอพี่น้องได้สนับสนุนและช่วยเหลืออารามด้วย

2.          ขอคำภาวนาเพื่อดวงวิญญาณของลูซีอา เสด็จ วงศ์มาแสน มารดาของคุณพ่อหัตถชัย วงศ์มาแสน คณะธรรมทูตไทย

3.          ขอบคุณพี่น้องที่ร่วมบริจาคสร้างซุ้มประตู: 1) นางสาวสมาน-นางสาวสำราญ สีพันธ์ ไม้แดงใหญ่ 2 ต้น, 2) พลมารีย์ ป.ราชินีแห่งสายประคำศักดิ์สิทธิ์ 500.- บาท, 3) ยายบัวเรียน นิลเขต 1,000.- บาท, 4) นางสาวชนิดา สมทอง 1,000.- บาท, 5) ครอบครัวพ่อปัชชา เหลือหลาย 1,000.- บาท และ 6) เงินทำบุญ 100 วัน ฟรังซิส สุวรรณ ผิวเงิน 1,200.- บาท

4.          เสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2021 เชิญร่วมฉลองวัดแม่พระถวายพระกุมารฯ จันทร์เพ็ญ พิธีบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.00 น.

5.          เสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2021 เชิญร่วมฉลองวัดพระคริสตราชา ช้างมิ่ง พิธีบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.00 น.

6.          เงินทาน : วัดดอนม่วย 1,838.- บาท; วัดโนนค้อ 1,394.- บาท, จ่ายค่าเขียนแบบ 10,000.- บาท (งวดแรก) และผู้ทำบุญสร้างวัด : 1) คุณภูรัชญา 200.-บาท, 2) คุณณพชร 1,000.- บาท, 3) คุณณัฐพล หนีรู้ 100.- บาท, 4) คุณพลอยประพัทธ์ 100.- บาท, 5) คุณวันเพ็ญ จริยธรรมแจริญ500.- บาท, 6) คุณอัญจารี ตรีสัตยาเวทย์ 100.- บาท, 7) คุณธัณยธรณ์ หิรัญวรรธน์ธนา 500.- บาท, 8) คุณศรินทิพย์ 3,000.- บาท, 9) พลมารีย์ท่าแร่และกลุ่มพระเมตตา 2,500.- บาท

7.          ขอบคุณกลุ่มคริสตชนพื้นฐาน กลุ่มที่ 9-10 ที่ช่วยกันทำความสะอาดวัด กลุ่มที่รับผิดชอบสัปดาห์ต่อไปคือกลุ่มที่ 1-2, วัดโนนค้อ กลุ่มที่ 3

ไม้แดงขนาดใหญ่ 2 ต้นที่ได้รับการบริจาคจากครอบครัวสีพันธ์เพื่อทำซุ้มประตูใหญ่


พิธีบูชาขอบพระคุณและวันฉลองในรอบสัปดาห์

วัน

ที่

เวลา

                              ผู้ขอ/วันฉลอง

จุดประสงค์

อาทิตย์

31

07.00 น.

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

 

จันทร์

01

06.45 น.

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

 

อังคาร

02

06.45 น.

ฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร

 

พุธ-พฤหัส

03-04

06.45 น.

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

 

ศุกร์

05

06.45 น.

ระลึถึง น.อากาทา พรหมจารี และมรณสักขี

วันศุกร์ต้นเดือน

เสาร์

06

06.45 น.

ระลึกถึง น.เปาโลมิกิ พระสงฆ์และเพื่อนมรณสักขี

 

นายช่างกำลังเร่งทำซุ้มประตูใหญ่ทางเข้าวัดซึ่งได้รับการบริจาคไม้และปัจจัยจากชาวดอนม่วย






 

การสอนแบบใหม่ที่ทรงอำนาจ

 

การสอนแบบใหม่ที่ทรงอำนาจ

สัปดาห์ที่ 4

เทศกาลธรรมดา

ปี B

ฉธบ 18:15-20

1 คร 7:32-35

มก 1:21-28

บทนำ

วันหนึ่งนักบุญฟรังซิส อัสซีซีได้เรียกพี่น้องคนหนึ่งมาหาและบอกว่า เราจะไปประกาศข่าวดีในเมืองด้วยกัน ทั้งสองเริ่มเดินรอบเมืองโดยไม่พูดถึงคำเทศน์สอนสักคำ นอกจากทักทายผู้คนที่พบตามทางด้วยถ้อยคำสุภาพ พี่น้องคนนั้นได้ถามฟรังซิสว่า เมื่อไหร่จะหยุดเดินเพื่อเทศน์สอนสักที ฟรังซิสตอบพี่น้องคนนั้นว่า การเดินทางของเราตั้งแต่ก้าวแรกคือการสอนประชาชน

คำพูดสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย คำพูดด้วยความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และการให้อภัย สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้ ทำให้คนกำลังหวาดกลัวมีความยินดี ทำให้คนกำลังท้อแท้สิ้นหวังมีความหวังและกำลังใจ และสามารถเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความรัก คำพูดที่สุภาพและให้กำลังใจให้คุณค่าแก่ผู้พูดและผู้ฟังได้เป็นอย่างดี

พระวรสารวันนี้ นักบุญมาระโกได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเริ่มต้นพันธกิจของพระเยซูเจ้าในวันสับบาโต ทรงเริ่มภารกิจของพระองค์พร้อมกับชาวเมืองคาเปอรนาอุมในศาลาธรรม ซึ่งเป็นสถานที่ชาวยิวไปชุมนุมกันเพื่อศึกษาพระคัมภีร์และอธิษฐานภาวนา ในสมัยพระเยซูเจ้าชาวยิวเดินทางไปพระวิหาร เพื่อถวายเครื่องสักการบูชาและอธิษฐานภาวนาเฉพาะในเทศกาลเท่านั้น แต่พวกเขาไปที่ศาลาธรรมทุกวันสับบาโต

1.    การสอนแบบใหม่ที่ทรงอำนาจ

นักบุญมาระโกได้นำเสนอพระเยซูเจ้าในฐานะผู้สั่งสอน อาจารย์ ผู้ทำอัศจรรย์ และนักอธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงกระทำสิ่งเหล่านี้เป็นประจำในชีวิตเปิดเผยของพระองค์ ยังความประหลาดใจแก่ประชาชนทั่วไป ทรงอธิบายพระคัมภีร์ ขับไล่ปีศาจ รักษาแม่ยายของเปโตร และทรงรักษาคนเจ็บป่วยทุกชนิดที่มาหาพระองค์ ทรงเป็นอาจารย์สอนพระวาจาของพระเจ้าผ่านทางพระบุคคลและชีวิตของพระองค์ ชีวิตทั้งหมดของพระองค์คือคำสอน

พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอนพระวาจาของพระเจ้าอย่างทรงอำนาจ ไม่เหมือนการสอนของพวกธรรมาจารย์ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการอธิบายธรรมบัญญัติและธรรมประเพณีที่พวกเขาคุ้นเคย ทรงสอนประชาชนถึงความรักของพระเจ้าจากหัวใจซึ่งพระองค์ทรงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด และงานช่วยให้รอดของพระองค์ต่อประชากรที่ทรงเลือกสรร ทรงอธิบายการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางพวกเขาและบทบาทของพระองค์

สิ่งที่ทำให้คำสอนของพระเยซูเจ้ามีพลังอำนาจเพราะ 1) ทรงสอนจากหัวใจไม่ใช่จากสติปัญญา มาจากความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระบิดาเจ้า, 2) ทรงให้ความสำคัญกับจิตตารมย์ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย ได้แก่ “ความรักและความเมตตากรุณา” ซึ่งเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า และ 3) มีจุดมุ่งหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลงจิตใจผู้ฟัง ช่วยเติมเต็มชีวิตจากความหวาดกลัว ความเกลียดชัง และความว่างเปล่าให้มีคุณค่าและความหมาย

2.    บทเรียนสำหรับเรา

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิต

ประการแรก เราต้องเปิดใจต่อพระวาจาและคำสอนของพระเยซูเจ้า เพื่อให้พระองค์เปลี่ยนแปลงจิตใจเราและประทานความเข้าใจถูกต้อง ขจัดความหวาดกลัวและความโศกเศร้าให้หมดไป “พระองค์จะทรงเช็ดน้ำตาทุกหยดจากนัยน์ตาของเขา จะไม่มีความตายอีกต่อไป จะไม่มีการคร่ำครวญ การร้องไห้และความทุกข์อีกต่อไป เพราะโลกเดิมผ่านพ้นไปแล้ว” (วว 21:4)

ประการที่สอง เราต้องเชื่อพระวาจาและคำสอนของพระเยซูเจ้า แม้ในห้วงเวลาแห่งความยากลำบาก หล่อเลี้ยงชีวิตของเราด้วยพระวาจาและการอธิษฐานภาวนา เพื่อให้พระองค์เติมเต็มชีวิตเรา อีกทั้ง ช่วยขับปีศาจร้ายแห่งความเห็นแก่ตัวและความโน้มเอียงไม่ดีต่าง ๆ ให้ออกไปจากจิตใจเรา เพื่อเติบโตและเข้มแข็งในการเป็นคริสตชนที่เป็นผู้ใหญ่

ประการที่สาม เราต้องประกาศพระวาจาและคำสอนของพระเยซูเจ้า คาร์ล มาร์ก นักปรัชญาชาวเยอรมันกล่าวว่า “เป้าหมายของปรัชญาไม่ใช่การอธิบายโลกแต่เปลี่ยนแปลงโลก” เช่นเดียวกับพระวรสารที่เราประกาศและเทศน์สอน เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเราเองและผู้อื่นด้วยการทำหน้าที่ของตนอย่างดี พ่อแม่อบรมเลี้ยงดูลูกด้วยความรักและความเอาใจใส่ ลูกเคารพเชื่อฟังและปฏิบัติตาม

บทสรุป

พี่น้องที่รัก การสอนแบบใหม่ที่ทรงอำนาจของพระเยซูเจ้า สะท้อนความรักของพระเจ้าต่อเรา ทรงเชื้อเชิญเราให้มามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระบิดาของพระองค์ ทรงแสดงให้เราค้นพบคุณค่าเชิงบวกของบทบัญญัติคือ ความรักและความเมตตากรุณาของพระเจ้า ซึ่งยิ่งใหญ่และอยู่เหนือกฎเกณฑ์ใด ๆ ขณะที่พวกธรรมมาจารย์และชาวฟาริสีพยายามรักษาบทบัญญัติตามตัวอักษรอย่างเคร่งครัด

พระเยซูเจ้าทรงต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในจิตใจ ทรงรักษาประชาชนทั้งฝ่ายกายและจิตใจ พระองค์ทรงเรียกเราแต่ละคนให้กลายเป็นประชากรของพระเจ้า ศิษย์พระคริสต์ต้องเจริญชีวิตตามกระแสเรียกของตนด้วยความเชื่อ ความหวัง และความรักในพระเจ้า เพื่อให้พระองค์ปลดปล่อยเราเป็นอิสระจากจิตชั่วและความไม่ดีต่าง ๆ สามารถประกาศข่าวดีแห่งความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และการให้อภัยของพระเจ้าแก่ทุกคน

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

khuanthinwan@gmail.com

วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร

30 มกราคม 2021

ที่มาภาพ : https://deon.pl/wiara/komentarze-do-ewangelii/moc-ktora-nie-zawodzi-mk-1-21-28,207606

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2564

บททดสอบความเชื่อ

 

บททดสอบความเชื่อ

เสาร์

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

ฮบ 11:1-2, 8-19

มก 4:35-41

พระวรสารวันนี้ นักบุญมาระโกได้เล่าถึงการทำให้พายุสงบของพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นอัศจรรย์ที่พระองค์ไม่ได้กระทำกับประชาชน แต่ทรงกระทำกับบรรดาศิษย์ เพื่อทดสอบความเชื่อของพวกเขา เรือของพระองค์และบรรดาศิษย์เผชิญพายุแรงกล้า คลื่นซัดเข้าเรือจนน้ำเกือบเต็มเรือ แต่พระองค์ยังบรรทมหลับอยู่ที่ท้ายเรือ

การหลับสนิทท่ามกลางพายุแรงกล้าสะท้อนความจริงว่า พระเยซูเจ้าทรงมีความสมดุลในชีวิตผิดธรรมดา หรือทรงเหน็ดเหนื่อยอย่างที่สุดเพราะการทำงานหนักตลอดทั้งวัน เหนือสิ่งอื่นใด พระองค์ทรงต้องการสอนบรรดาศิษย์ ให้เชื่อในพลังอำนาจและความรักของพระบิดาเจ้า พระองค์ประทับอยู่บนเรือกับพวกเขา แต่พวกเขาขาดความเชื่อในพระองค์ กระทั่งถึงที่สุดจึงปลุกพระองค์

บรรดาศิษย์ได้อยู่กับพระเยซูเจ้าและได้เห็นอัศจรรย์มากมายที่ทรงกระทำ ไม่แปลกที่ทรงถามพวกเขาว่า “ตกใจกลัวเช่นนี้ทำไม ท่านยังไม่มีความเชื่อหรือ” (มก 4:40) ทรงต้องการสอนพวกเขาให้เชื่อในพระองค์ และรู้ถึงความปรารถนาอันแรงกล้าของพระองค์ ที่ทรงประสงค์ให้พวกเขาตอบรับพระองค์เป็นอาจารย์อย่างหมดสิ้นจิตใจ

เมื่อนาวาแห่งชีวิตของเราเผชิญพายุแรงกล้า ชีวิตเต็มไปด้วยปัญหานานาชนิด บ่อยครั้งเรารู้สึกเหมือนกำลังเผชิญชะตากรรมตามลำพัง แต่ในความเป็นจริง พระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางเรา ทรงรอคอยเราหันมาหาและวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ บ่อยครั้งเรามาหาพระองค์เมื่อหมดสิ้นหนทางแล้ว เราต้องไม่ปล่อยให้ปัญหาเข้าขั้นวิกฤต ถึงค่อยคิดถึงและมาหาพระองค์

คริสตชนต้องมีความเชื่อในพระเยซูเจ้า ตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระองค์ท่ามกลางเราและพร้อมช่วยเหลือเรา ซื่อสัตย์มั่นคงในความเชื่อคริสตชน ไม่ไหลไปตามกระแสและค่านิยมของโลก ศิษย์พระคริสต์ต้องเชื่อในพระเยซูเจ้า และเตรียมพร้อมอยู่เสมอผ่านทางอธิษฐานภาวนา การอ่านพระคัมภีร์ และนำพระวาจามาปฏิบัติในชีวิต เพื่อทราบถึงแผนการและพระประสงค์ของพระองค์ ผู้เป็นคำตอบแท้จริงของทุกปัญหาในชีวิต

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

khuanthinwan@gmail.com

วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร

29 มกราคม 2021

ที่มาภาพ : https://d1lfxha3ugu3d4.cloudfront.net/images/opencollection/objects/size4/00.159.102_PS2.jpg

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2564

ทุกอย่างเริ่มจากสิ่งเล็กน้อย

 

ทุกอย่างเริ่มจากสิ่งเล็กน้อย

ศุกร์

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

ฮบ 10:32-39

มก 4:26-34

พระเยซูเจ้าทรงเป็นอาจารย์สอนที่เก่งมาก ทรงใช้ตัวอย่างง่าย ๆ ทำให้ประชาชนเข้าใจ พระวรสารวันนี้พระองค์ทรงหยิบยกเมล็ดพืชเป็นตัวอย่าง เพื่ออธิบายพระอาณาจักรของพระเจ้าที่เจริญเติบโตอย่างเงียบ ๆ ไม่เป็นที่สังเกตและไม่มีใครหยุดยั้งได้ และทรงเปรียบเทียบพระอาณาจักรของพระเจ้ากับเมล็ดมัสตาร์ดซึ่งเล็กกว่าเมล็ดทั้งปวง แต่ภายหลังกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ สิ่งเล็กน้อยจึงสำคัญเพราะทุกอย่างเริ่มจากสิ่งเล็กน้อย

พระเยซูเจ้าทรงอธิบายการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชที่คนนำไปหว่านในดิน “เขาจะหลับหรือตื่น กลางคืน หรือกลางวันเมล็ดนั้นก็งอกขึ้นและเติบโต เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรเขาไม่รู้” (มก 4:27) คนหว่านเพียงรอคอยจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว โดยไม่รู้ว่ามันเติบโตอย่างไร เปรียบได้กับพระอาณาจักรของพระเจ้าที่ทรงหว่านในใจผู้คนเมื่อสองพันปีก่อน ซึ่งเจริญเติบโตเป็นพระศาสนจักรมั่นคงอย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยพระหรรษทานและความช่วยเหลือของพระเจ้า

ในวันรับศีลล้างบาป พระเยซูเจ้าทรงหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อในจิตใจของเรา เมล็ดพันธ์แห่งความเชื่อนี้เติบโตสู่ความเชื่อที่เป็นผู้ใหญ่หรือยัง การเจริญเติบโตเป็นไปอย่างมั่นคงไหม นี่คือหน้าที่และสิ่งท้าทายเราในการร่วมมือกับพระหรรษทานของพระเจ้า เพื่อทำให้เมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อเติบโตอย่างมั่นคง ผ่านทางการอธิษฐานภาวนา การปฏิบัติกิจศรัทธาและกิจแมตตาต่าง ๆ

อุปมาเรื่องเมล็ดมัสตาร์ดสอนเราว่า สิ่งเล็กน้อยคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ที่เราไม่ควรมองข้าม เหมือนเมล็ดมัสตาร์ดจากเมล็ดเล็ก ๆ เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ และเป็นที่อาศัยของบรรดานก พระอาณาจักรของพระเจ้าบนโลกเป็นเช่นเดียวกัน เริ่มต้นจากกลุ่มคนเพียงหยิบมือคือบรรดาอัครสาวกและสตรีใจศรัทธา ซึ่งเป็นชาวประมงและหญิงชาวบ้านไม่มีการศึกษา แต่จากจุดเริ่มต้นนี้ได้กลายเป็นพระศาสนจักรมั่นคง

วิถีทางของพระเจ้าทำให้เราประหลาดใจเสมอ พระอาณาจักรของพระเจ้าบนโลกวางรากฐานอยู่บนชาวประมงเพียงกลุ่มเล็ก ๆ แต่ทรงทำให้เป็นพระศาสนจักรมั่นคงด้วยความช่วยเหลือของพระองค์ นี่คืออัศจรรย์ที่มองเห็นได้ ศิษย์พระคริสต์ต้องไม่มองข้ามสิ่งเล็กน้อย แต่วางใจในความช่วยเหลือและพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า และร่วมมือกับพระหรรษทานของพระองค์ทำส่วนของเราให้ดีที่สุด

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

khuanthinwan@gmail.com

วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร

28 มกราคม 2021

ที่มาภาพ : https://ideaexchange.org/life/idea/preston-seed-library

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564

การเป็นแสงสว่าง

 

การเป็นแสงสว่าง

พฤหัสบดี

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

ฮบ 10:19-25

มก 4:21-25

พระวรสารวันนี้พูดถึงเรื่องตะเกียง พระเยซูเจ้าทรงหยิบยกสิ่งที่ประชาชนคุ้นเคยสมัยนั้น เพื่อสื่อความหมายถึงการเป็นแสงสว่าง เมื่อจุดตะเกียงย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียงเพื่อส่องสว่างแก่ทุกคนในบ้าน ทำให้ทุกคนได้รับประโยชน์ไม่สะดุดล้ม ในความเป็นจริงเป็นการยากที่จะปิดบังแสงตะเกียง เมื่อเราจุดตะเกียงแสงตะเกียงย่อมส่องสว่างไปทั่ว การดำเนินชีวิตคริสตชนต้องเป็นเหมือนตะเกียงส่องสว่างแก่ผู้อื่น

คริสตชนต้องเป็นแสงสว่างแก่ผู้อื่น ความเชื่อเปรียบได้กับตะเกียง มิใช่เรื่องส่วนตัวที่ต้องเก็บรักษาไว้ แต่ต้องเป็นแสงสว่างส่องโลก นอกจากเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนแล้ว เรายังต้องเปลี่ยนแปลงโลกและสังคมรอบข้าง เพื่อช่วยผู้อื่นให้รู้จักพระเยซูเจ้ามากยิ่งขึ้น ผ่านทางศีลล้างบาปเราได้รับแสงสว่างของพระเยซูเจ้า เราต้องทำให้แสงแห่งความเชื่อส่องประกายสำหรับทุกคนที่พบและสัมผัสชีวิตของเรา

พระเยซูเจ้าตรัสอุปมาเรื่องการตวง “ท่านตวงให้เขาอย่างไร เขาก็จะตวงให้ท่านอย่างนั้น” (มก 4:24) ทรงต้องการบอกว่า เราจะได้รับการอภัยเมื่อเราได้ให้อภัยผู้ทำผิดต่อเรา เราต้องอธิษฐานภาวนาเพื่อศัตรูและตอบแทนความชั่วด้วยความดี เราไม่อาจคาดหวังให้พระเจ้าต้องดีกับเราหากเราไม่ดีกับผู้อื่น เราต้องทำให้คำภาวนา “โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น” เป็นจริงในชีวิตของเรา

พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องการตอบสนองสูงมากจากบรรดาศิษย์ของพระองค์ “ผู้ที่มีมาก จะได้รับมากขึ้น ส่วนผู้ที่มีน้อย สิ่งเล็กน้อยที่เขามีจะถูกริบไปด้วย” (มก 4:25) ทรงต้องการให้เราซื่อสัตย์ต่อคำสัญญาแห่งศีลล้างบาป ด้วยการตอบรับพระองค์ผู้ประทานพระพรมากมายแก่เรา ดังนั้น เราต้องมีใจกว้างต่อเพื่อนพี่น้อง แบ่งปันสิ่งที่มีและเป็นกับผู้อื่น ยิ่งเราให้มาก เรายิ่งได้รับตอบแทนมาก

คริสตชนได้รับการเรียกให้เป็นแสงสว่างส่องประกายสำหรับผู้อื่น ผ่านทางการดำเนินชีวิตตามคุณค่าพระวรสารและแบบอย่างชีวิตดีงามของเรา ศิษย์พระคริสต์ต้องดำเนินชีวิตเป็นตะเกียงส่องสว่าง เติมเต็มตะเกียงของเราด้วยน้ำมันแห่งความรัก ความเมตตากรุณา และการให้อภัยตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า เพื่อทำให้ตะเกียงแห่งความเชื่อของเราส่องประกายเจิดเจ้าสำหรับทุกคน

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

khuanthinwan@gmail.com

วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร

27 มกราคม 2021

ที่มาภาพ : http://www.baltana.com/files/wallpapers-8/Oil-Lamp-Best-Wallpaper-25481.jpg

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

อุปมาเรื่องผู้หว่าน

 

อุปมาเรื่องผู้หว่าน

พุธ

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

ฮบ 10:11-18

มก 4:1-20

อุปมาเรื่องผู้หว่านเป็นอุปมาที่งดงามของพระเยซูเจ้า ทรงสั่งสอนประชาชนจากเรื่องราวชีวิตจริงที่พวกเขาคุ้นเคย ทรงอธิบายชัดเจนว่า เมล็ดพืช ได้แก่ พระวาจา พระประสงค์ หรือบทบัญญัติของพระเจ้า และดินคือใจของมนุษย์ คำอธิบายได้เน้นถึงชนิดของใจหลายประเภทที่ปฏิเสธพระวาจาของพระเจ้า

ในความเป็นจริง เราแต่ละคนอาจเป็นตัวแทนของดินสี่ประเภทที่แตกต่างกัน หรือดินทั้งสี่ประเภทอาจรวมอยู่ในตัวเราคนเดียว

1) ดินตามทางเดิน หมายถึง “ใจแข็งกระด้าง” แสดงถึงหัวใจปิดสนิท ความจริงไม่สามารถทะลุเข้าไปได้ มองพระวาจา หรือบทบัญญัติเป็นเรื่องไร้เหตุผล ตกยุคและล้าสมัย คนประเภทนี้สอนไม่ได้ ค่านิยมและกระแสของโลกได้ขโมยพระวาจาไปจากใจของพวกเขา

2) ดินบนหิน หมายถึง “ใจมีความเชื่อตื้นเขิน” ดินบนพื้นหินเมล็ดพืชไม่สามารถหยั่งรากลึกได้และเหี่ยวเฉาไปเมื่อแดดจัด คนจำนวนมากเป็นเช่นนี้ แสร้งทำเป็นคนดี เป็นคริสตชนในทะเบียนบ้าน มาวัดเพื่อให้เหมือนคนอื่น เมื่อเผชิญปัญหา หรือความยากลำบากได้ละทิ้งไป

3) ดินในกอหนาม หมายถึง “ใจหมกมุ่นกับหลายสิ่ง” ไม่มีเวลามาวัด อ่านพระคัมภีร์ หรืออยู่กับพระเจ้า การปล่อยตัวตามความสะดวกสบายและลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติ ทำให้จิตใจถูกครอบงำ ขาดความสามารถในการฟัง ไม่เข้าใจสาระสำคัญ และอุทิศตัวเพื่อพระเจ้าไม่ได้

4) ดินดี หมายถึง “ใจเปิดกว้าง” พร้อมรับฟังและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ฟังพระวาจาของพระเจ้าอย่างตั้งใจ มีความร้อนรนในการอธิษฐานภาวนา การอ่านพระคัมภีร์ และนำมาปฏิบัติในชีวิตจริง จนเกิดผลในจิตใจและเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตอย่างแท้จริง

เราเป็นดินชนิดไหนใน 4 ประเภทนี้ พระวาจาของพระเจ้าช่วยเราให้พบพระองค์ไหม เราพร้อมติดตามพระองค์ในห้วงเวลายากลำบากหรือเปล่า เราได้พยายามหันหลังให้บาปและความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติเพียงใด ให้เราได้กลับใจมาหาพระเจ้า ให้พระองค์พรวนดินรดน้ำดินให้ร่วนซุย ขุดหินขึ้นมา และตัดหนามทิ้งไป เพื่อทำให้ใจของเราเป็นใจเนื้อ เปิดกว้างพร้อมรับฟัง เหมือนดินดีที่เกิดผลอุดม

คริสตชนต้องดำเนินชีวิตเป็นดินดี ทำให้เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจาหยั่งรากลึกในใจ เติบโตอย่างมั่นคง และเกิดผลอย่างสมบูรณ์ในชีวิต ศิษย์พระคริสต์ต้องตอบสนองพระวาจาของพระเจ้าด้วยหัวใจเปิดกว้าง ไตร่ตรองความหมายและเจริญชีวิตตามพระวาจาในชีวิตประจำวัน เลียนแบบและปฏิบัติตามคำสอนของพระเยซูเจ้า ประกาศข่าวดีแก่ทุกคนผ่านทางแบบอย่างชีวิตดีงามของตน

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

khuanthinwan@gmail.com

วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร

26 มกราคม 2021

ที่มาภาพ : https://ahodwoparish.files.wordpress.com/2015/07/sis4.jpg