วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

บ้านแห่งการอธิษฐานภาวนา


บ้านแห่งการอธิษฐานภาวนา
ศุกร์
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา
บสร 44:1,6-13
มก 11:11-26
พระวรสารวันนี้ นักบุญมาระโกได้พูดถึงเรื่องการชำระพระวิหารของพระเยซูเจ้า ซึ่งถูกขนาบด้วยเรื่องต้นมะเดื่อเทศ เมื่อพระองค์ทรงเห็นต้นมะเดื่อเทศไร้ผลทรงตรัสว่า “ตั้งแต่นี้ต่อไป อย่าให้ใครได้กินผลของเจ้าอีกเลย” (มก 11:14) เมื่อพระองค์เสด็จเข้าสู่พระวิหาร ทรงพบว่าพระวิหารกลายเป็นตลาด มิได้เป็นบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนาที่เกิดผลต่อจิตใจของผู้คน และวันต่อมาทุกคนได้เห็นต้นมะเดื่อเทศเหี่ยวเฉาถึงราก ทรงบอกล่วงหน้าว่าพระวิหารจะมีสภาพไม่ต่างจากต้นมะเดื่อเทศ ซึ่งจะถูกทำลายจนไม่เหลือหินซ้อนกัน
การที่พระเยซูเจ้าทรงขับไล่บรรดาคนซื้อขายในพระวิหาร ทรงคว่ำโต๊ะของคนแลกเงินและม้านั่งของคนขายนกพิราบ (มก 11:15) ชี้ให้เห็นถึงการพิพากษาของพระเจ้าต่อผู้ละเมิดพระวิหาร ซึ่งหมายถึงพวกมหาสมณะและผู้มีอำนาจทางศาสนา ที่สอนประชาชนให้ถวายเครื่องสักการะบูชาในพระวิหาร ทำให้พระวิหารกลายเป็นแหล่งผลประโยชน์ ไม่เหมาะสมกับการเป็นที่ประทับของพระเจ้า เราได้ใช้วัดเป็นบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนา และตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าเพียงใด
พระเยซูเจ้าทรงชำระพระวิหารให้เป็นบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนาสำหรับนานาชาติ มีที่สำหรับทุกคนที่ทุกคนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในบ้านของพระบิดาผู้รักทุกคน ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ชาติพันธุ์ หรือสีผิว แต่ทุกคนรู้สึกถึงความเป็นบ้านที่มีบรรยากาศของการอธิษฐานภาวนา ความเป็นพี่น้อง และการให้อภัยกัน พระเยซูเจ้าทรงเชื่อมโยงการอธิษฐานภาวนากับการให้อภัย “ขณะที่ท่านยืนอธิษฐานภาวนา ถ้าท่านมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด จงให้อภัย เพื่อว่าพระบิดาของท่านผู้สถิตบนสวรรค์จะทรงอภัยความผิดให้ท่านด้วย” (มก 11:26)
วัดของเราต้องเป็นบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนา ที่เราสามารถติดต่อกับพระเจ้าพระบิดาและกับพระเยซูเจ้า เป็นที่ที่เราสามารถนมัสการพระเจ้า และเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าและพี่น้องของเราได้อย่างสนิทใจ ศิษย์พระคริสต์ต้องทำให้วัดของเราเป็นบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนา ที่ไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นที่ที่ทุกคนสามารถพบพระเจ้าและรู้สึกได้ถึงความเป็นพี่น้องที่พร้อมให้อภัยกัน
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
https://dondaniele.blogspot.com/
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
31 พฤษภาคม 2018
ภาพ : แบบจำลองพระวิหารเยรูซาเล็ม, พิพิธภัณฑ์อิสราเอล, เยรูซาเล็ม, อิสราเอล; 2018-04-19

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

พระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมเยียน


พระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมเยียน
31 พฤษภาคม
ฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมเยียน
 ศพย 3:14-18
ลก 1:39-56
วันนี้เราฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธ ซึ่งเกิดขึ้นทันทีที่พระนางได้รับแจ้งข่าวจากทูตสวรรค์ถึงการเป็นมารดาของพระเจ้า และบอกให้ทราบถึงการตั้งครรภ์อย่างอัศจรรย์ของนางเอลีซาเบธผู้เป็นญาติ (ลก 1:26-37) พระนางมารีย์ได้เดินทางไปยังเมืองหนึ่งในแถบภูเขาแคว้นยูเดีย (ลก 1:39) ที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 100 กิโลเมตร เพื่อแบ่งปันพระพรแห่งความยินดีของการเป็นมารดา และปรนนิบัตินางเอลีซาเบธผู้ชราที่กำลังจะให้กำเนิดยอห์น บัปติสต์
เราสรรเสริญพระนางมารีย์ในความเอาใจใส่ของพระนางต่อญาติ และเราสรรเสริญพระเจ้าที่การเสด็จเยี่ยมของพระนางได้นำพระพรมากมายมาสู่เรา การฉลองนี้ช่วยเราให้ตระหนักถึงงานช่วยมนุษย์ให้รอดที่พระเยซูเจ้านำมาสู่โลก และยังคงดำเนินต่อไปอาศัยพระจิตของพระองค์ในตัวเรา  ทรงต้องการให้พระมารดาของพระองค์ได้มีบทบาทสำคัญในการช่วยมนุษย์ให้รอด ดังนั้น จึงเรียกการเสด็จเยี่ยมนี้ว่า การฉลองการประทับอยู่ของพระคริสตเจ้า
พระเยซูเจ้าประทับอยู่ในครรภ์ของพระนางมารีย์ ได้นำความยินดีและพระพรมาสู่นางอลีซาเบธและบุตรในครรภ์ของนาง การประทับอยู่ของพระคริสตเจ้าได้ทำให้ชีวิตของคริสตชนมีความหมายและเต็มเปี่ยมด้วยความยินดี ดังนั้น การฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธ พระศาสนจักรได้เชื้อเชิญเราได้ค้นพบเป้าหมายแท้จริงแห่งชีวิตคริสตชน และที่มาแห่งความยินดีแท้แบบคริสตชน
ประการแรก เราต้องตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าในเพื่อนมนุษย์ นางเอลีซาเบธได้ค้นพบการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าในตัวพระนางมารีย์ ขณะที่พระนางกล่าวคำทักทายเธอ (ลก 1:43) ความเชื่อบอกเราว่า พระเยซูเจ้าทรงใช้หลายวิธีเพื่อประทับอยู่ท่ามกลางเรา อาทิ เมื่อเราอธิษฐานภาวนาร่วมกัน (มธ 18:20) เมื่อเราดำรงอยู่ในความรักของพระองค์ (ยน 14:21-23) บ่อยครั้งทรงเปิดเผยให้เราได้เห็นถึงแผนการแห่งความรักของพระองค์ในเพื่อนพี่น้องของเรา
ประการที่สอง เราต้องช่วยเพื่อนมนุษย์ให้ค้นพบพระเยซูเจ้าในตัวเรา ความรักของพระนางมารีย์ช่วยให้นางเอลีซาเบธค้นพบพระเยซูเจ้าในตัวพระนาง เป็นความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวแต่พร้อมช่วยเหลือ เราคริสตชนต้องเป็นเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นความรักของพระเจ้า ความจริงใจและความรักต่อกันทำให้ผู้อื่นค้นพบพระเยซูเจ้าในตัวเรา ถ้าท่านมีความรักต่อกัน ทุกคนจะรู้ว่าท่านเป็นศิษย์ของเรา (ยน 13:35)
การเสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธของพระนางมารีย์ นำความชื่นชมยินดีมาสู่นางเอลีซาเบธและเราทุกคน พระนางมารีย์ได้แสดงความรัก ความเอาใจใส่ และการรับใช้นางเอลีซาเบธตลอดเวลาสามเดือน คำสรรเสริญของนางเอลีซาเบธและคำตอบของพระนางมารีย์ทำให้เราทราบความจริงว่า พระเจ้าทรงพอพระทัยคนสุภาพถ่อมตน ศิษย์พระคริสต์ต้องเลียนแบบพระนางมารีย์ในการนำพระเยซูเจ้าไปสู่ผู้อื่นด้วยความรัก ให้ความเอาใจใส่ด้วยความห่วงใย และช่วยเหลือกันด้วยความเต็มใจ  อีกทั้ง มีความสุภาพถ่อมตน  และไวต่อความต้องการของผู้อื่น
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
https://dondaniele.blogspot.com/
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
30 พฤษภาคม 2018
ภาพ : พระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธ, The Church of The Visitation, Ein Karem, Israel; 2018-04-15

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

การเรียกเพื่อรับใช้


การเรียกเพื่อรับใช้
พุธ
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา
บสร 36:1,4-5ก,10-17
มก 10:32-45
พระวรสารวันนี้สะท้อนความปรารถนาในใจของมนุษย์ทุกสมัย ที่แสวงหาตำแหน่งแห่งอำนาจ พระเยซูเจ้าตรัสถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เป็นครั้งที่สามแล้ว (มก 8:31, 9:31, 10:32) แต่ยากอบและยอห์น สองในสามศิษย์ที่ใกล้ชิดกลับคิดว่าพระองค์จะเป็นผู้นำทางการเมืองจึงทูนขอตำแหน่งซ้ายขวา เนื่องจากชาวยิวถือว่า พระแมสิยาห์ต้องเป็นกษัตริย์ที่ประทับบนบัลลังก์ของดาวิด เพื่อปกครองและรวมชาติอิสราเอลให้เป็นหนึ่งเดียวกัน (ขับไล่ชาวโรมัน)
ยากอบและยอห์นแสวงหาตำแหน่งและเกียรติยศมากกว่าการรับใช้ ความปรารถนาอยากได้ตำแหน่งทำให้ทั้งสองยืนยันกับพระเยซูเจ้า พร้อมยอมรับถ้วยที่พระองค์จะดื่มและการล้างที่พระองค์จะรับทันทีแม้ไม่เข้าใจ การกระทำของพี่น้องสองคนนี้ทำให้อัครสาวกที่เหลือโกรธเคือง พระเยซูเจ้าทรงเรียกพวกเขามารวมกัน และสอนบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการเป็นผู้นำในพระอาณาจักรของพระองค์ ซึ่งตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับคำสอนและวิธีปฏิบัติของโลก
พระเยซูเจ้าทรงท้าทายบรรดาศิษย์ให้รับใช้และมอบชีวิตของตนเพื่อผู้อื่น “ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่งในหมู่ท่าน ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน” (มก 10:43-44) ทรงให้บทเรียนแก่บรรดาศิษย์และเราแต่ละคน เพื่อจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ต้องเป็นผู้รับใช้ เพื่อจะเป็นที่หนึ่งต้องรับใช้ทุกคน ตำแหน่งสำหรับศิษย์ของพระองค์หมายถึง การรับใช้ทุกคนด้วยความรัก ความสุภาพ และความเสียสละ
พระเยซูเจ้าทรงเป็นต้นแบบของการรับใช้ และตรัสชัดเจนถึงพันธกิจของพระองค์ “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์” (มก 10:45) พระองค์ทรงทำให้พันธกิจนี้สมบูรณ์ด้วยการรับทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ศิษย์พระคริสต์ต้องตอบรับการเรียกเพื่อรับใช้ผู้อื่นเช่นเดียวกับพระองค์ ตำแหน่งที่ได้รับหมายถึงความรับผิดชอบ มิใช่เกียรติยศ ต้องรับใช้มากกว่าตั้งตนเป็นนาย เพราะชีวิตที่มีความสุขคือชีวิตที่อุทิศตนรับใช้ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
29 พฤษภาคม 2018
ภาพ : หมวกสูงและหมวกเล็กของพระสังฆราช, พิธีอภิเษกพระสังฆราช, อาสนวิหารฯ อุดรธานี; 2010-02-02

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

รางวัลร้อยเท่า


รางวัลร้อยเท่า
อังคาร
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา
1 ปต 1:10-16
มก 10:28-31
พระวรสารวันนี้ เป็นตอนที่ต่อเนื่องจากเรื่องอันตรายจากทรัพย์สมบัติ นักบุญเปโตรได้ถามพระเยซูเจ้า “ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สละทุกสิ่งและติดตามพระองค์แล้ว” (มก 10:28) ในความหมายว่าจะได้อะไรเป็นรางวัล พระเยซูเจ้าทรงให้ความมั่นใจกับทุกคนที่ได้สละทุกสิ่งเพื่อพระองค์ จะได้รับตอบแทนร้อยเท่าในโลกนี้ รวมถึงการเบียดเบียนและชีวิตนิรันดร การสละทุกสิ่งจะไม่มีความหมาย หากเราไม่ติดตามพระคริสตเจ้า
รางวัลตอบแทนร้อยเท่าที่พระเยซูเจ้าตรัสถึงมิใช่ปริมาณ แต่เป็นคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไป สมบัติส่วนตัวและทรัพย์สินทำให้มนุษย์เป็นอิสระไม่ต้องขึ้นอยู่กับผู้อื่น แต่ผู้ที่สละทุกสิ่งที่มีเป็นผู้มีอิสระอย่างแท้จริง ไม่ผูกติดกับสิ่งใดหรือผู้ใด สามารถมุ่งความสนใจไปที่งานของพระเจ้า เขาสละทุกสิ่งในโลกเพื่อจะได้เมืองสวรรค์ ด้วยเหตุนี้บรรดาศิษย์จึงถูกเรียกร้องการติดตามพระคริสตเจ้าในความยากจน ซึ่งเรียกร้องการเสียสละมากเดียว
พระเยซูเจ้าทรงสัญญาจะประทานชีวิตนิรันดรแก่ศิษย์ของพระองค์ ที่สละทุกสิ่งเพื่อติดตามพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดำเนินชีวิตยากจนที่พระเยซูเจ้าเรียกร้อง ความยากจนทำให้เราเป็นอิสระจากสิ่งของในโลกนี้เพื่อให้เวลาทั้งหมดกับพระเจ้า เราได้ดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์ความยากจนเพียงใด เราได้จัดวางทุกสิ่งที่มีเพื่อให้ความสนใจพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียวไหม เราได้ผูกติดอยู่กับพระเยซูเจ้าและพระอาณาจักรของพระองค์แค่ไหน
พระเยซูเจ้าทรงให้ความมั่นใจว่าใครที่สละทุกสิ่งติดตามพระองค์ จะได้รับความสุขตอบแทนตั้งแต่ในโลกนี้ เขาจะได้รับรางวัลร้อยเท่ามากว่าสิ่งที่เขาได้ละทิ้ง แต่ความสุขและรางวัลตอบแทนต้องผ่านความลำบากและการเบียดเบียนก่อนเสมอ ศิษย์พระคริสต์ต้องสละทุกสิ่งเพื่อเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ดำเนินชีวิตในความยากจน พร้อมเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตเพราะเห็นแก่พระองค์ และ “เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ในความประพฤติทุกประการตามแบบฉบับของผู้ศักดิ์สิทธิ์” (1 ปต 1:16)
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, พรรณานิคม
28 พฤษภาคม 2018
ภาพ: ภาพปูนปั้นพระเยซูเจ้าและบรรดาศิษย์, วัดนักบุญเปโตรไก่ขัน, นครเยรูซาเล็ม, อิสราเอล; 2018-04-17

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร


เพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร
จันทร์
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา
1 ปต 1:3-9
มก 10:17-27
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงบอกเราอย่างชัดเจนถึงแนวปฏิบัติ 2 ประการเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร ได้แก่ แนวทางแห่งบทบัญญัติและแนวทางแห่งการสละทุกสิ่งเพื่อเห็นแก่พระเจ้า การถือบทบัญญัติเป็นแนวทางที่ชัดแจ้งที่ทุกคนทราบดี พระเยซูเจ้าทรงสรุปบทบัญญัติสิบประการให้เหลือสองประการ: รักพระเจ้าสิ้นสุดจิตใจและรักพี่น้องเหมือนรักตนเอง แต่ในพระวรสารทรงอ้างถึงบทบัญญัติเพียงหกประการ ซึ่งถือเป็นบทบัญญัติพื้นฐานที่สุด
 การถือบทบัญญัติเป็นแนวทางพื้นฐานที่ไม่ง่าย เพราะต้องใช้ความพยายามมากทีเดียว หลายคนคงไม่สามารถกล่าวได้อย่างชายผู้นั้นว่า “ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติเหล่านี้ทุกข้อมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว” (มก 10:20) ในแง่นี้ ต้องชมเศรษฐีหนุ่มในการปฏิบัติตามบทบัญญัติทุกข้อ เขาต้องการบอกพระเยซูเจ้าว่าเขาได้รักพระเจ้าและเพื่อนพี่น้องตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว แต่การถือบทบัญญัติอย่างดีเท่านั้นยังไม่เพียงพอ
พระเยซูเจ้าทรงท้าทายและมอบอีกแนวทางหนึ่งที่สูงกว่า “จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด” (มก 10:21) พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าทรัพย์สมบัติในโลกนี้ ทรงเป็นขุมทรัพย์ที่มีค่าที่สุดที่เราต้องเลือกและรับใช้ เป็นต้นในคนยากจน คนไร้ที่พึ่ง และคนถูกทอดทิ้ง นี่คือแนวทางที่บรรดานักบุญและธรรมทูตได้เลือก พวกท่านได้ละทิ้งทุกสิ่งและดำเนินชีวิตเป็นพยานถึงพระองค์
เมื่อเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องการแล้ว ย่อมสามารถรับใช้พระเจ้าได้โดยง่าย แต่ในสถานการณ์แห่งความยากลำบากที่ไม่มีอะไร เราต้องอาศัยความเชื่อ ความวางใจในพระเจ้า และความเสียสละอย่างมาก เหมือนอย่างบรรดาธรรมทูตในอดีต ศิษย์พระคริสต์ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติเพื่อเห็นแก่พระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง และสละทุกสิ่งเพื่อรับใช้พระเจ้าในรูปแบบต่างๆ ที่ทรงประสงค์ เป็นต้นในคนยากจน เช่นนี้เองเราจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, พรรณานิคม
27 พฤษภาคม 2018
ภาพ: หญิงชาวยิวกำลังอธิฐานภาวนา, กำแพงร้องไห้, กรุงเยรูซาาเล็ม, อิสราเอล; 2018-04-16

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ, ปีที่ 1 ฉบับที่ 2



สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ

ปีที่ 1  ฉบับที่ 2;  อาทิตย์ที่ 27  พฤษภาคม 2018 (2561): http.//dondaniele.blogspot.com

107 หมู่ 6 บ้านดอนม่วย ตำบลช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร 47130È086-231-3231

สมโภชพระตรีเอกภาพ
พี่น้องชาวดอนม่วยต้อนรับคุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์ เจ้าอาวาสใหม่ 20 พฤษภาคม 2018
พี่น้องที่รัก การสมโภชพระตรีเอกภาพเชื้อเชิญเราให้เจริญชีวิตด้วยการตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าสามพระบุคคล พระบิดา พระบุตรและพระจิตในชีวิตเรา “ธรรมล้ำลึกเรื่องพระตรีเอกภาพ” เป็นข้อความเชื่อที่ได้รับการประกาศโดยสังคายนาสากลแห่งนิเชอาและคอนสแตนติโนเปิล ถือเป็นข้อความเชื่อพื้นฐานและสำคัญที่สุด นั่นคือ “มีพระเจ้าหนึ่งเดียว แต่มีสามพระบุคคลคือ พระบิดา พระบุตรและพระจิต ทั้งสามพระบุคคลรวมเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว” (CCC 234)
พระตรีเอกภาพมีบทบาทสำคัญในชีวิตคริสตชน บทภาวนาทางการของพระศาสนจักร พิธีกรรม และศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เริ่มด้วยการออกนามพระตรีเอกภาพ “เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตรและพระจิต” เพื่อขอให้อวยพรเราและกิจการที่กำลังกระทำ เราได้รับศีลล้างบาป การอภัยบาปและการเจิมในพระนามของพระตรีเอกภาพ พระบิดา พระบุตรและพระจิต
 วัดพระเมตตาแห่งพระเยซูเจ้าและพี่น้องชาวโนนค้อ 20 พฤษภาคม 2018
บทอ่านแรก หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติพูดถึงพระเจ้าหนึ่งเดียวของอิสราแอล “จงรู้และจำใส่ใจว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า ทั้งในสวรรค์และบนแผ่นดินเบื้องล่าง และไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก”  พระองค์ได้พิสูจน์ผ่านทางเครื่องหมายและอัศจรรย์ต่างๆ ว่าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ ทำให้เราได้เข้าใจถึงประสบการณ์เกี่ยวกับพระเจ้าในพันธสัญญาเก่า
บทอ่านที่สอง จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโรม ได้กล่าวถึงงานของพระตรีเอกภาพ ที่มีสามพระบุคคลในพระเจ้าหนึ่งเดียว “พระบิดา พระบุตรและพระจิต” พระจิตเจ้าได้ให้ความมั่นใจกับเราว่า เราต่างเป็นทายาทของพระเจ้าและทายาทร่วมกับพระคริสตเจ้า “หากเราร่วมกับทรมานกับพระองค์ เราก็จะรับพระสิริรุ่งโรจน์ร่วมกับพระองค์ด้วย”
พระวรสาร พระเยซูเจ้าทรงสั่งบรรดาศิษย์ให้สานต่อพันธกิจของพระองค์แก่นานาชาติ ด้วยการโปรดศีลล้างบาปเขาในพระนาม พระบิดา พระบุตรและพระจิต และทรงสัญญาว่าจะอยู่กับพวกเขาเสมอไปจนสิ้นพิภพ จึงเป็นหน้าที่ของเราแต่ละคนที่จะสานต่อภารกิจในการนำความรักของพระเจ้าไปสู่ผู้อื่น
 ตัวแทนพี่น้องชาวดอนม่วยกล่าวต้อนรับคุณพ่อเจ้าอาวาสใหม่
°ข่าวสารและประชาสัมพันธ์
1)     อาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2018 หลังพิธีบูชาขอบพระคุณมีการประชุมสภาอภิบาลวัดแบบไม่เป็นทางการ คุณพ่อเจ้าอาวาสได้ขอให้สภาอภิบาลชุดเดิมทำงานต่อไป และเลือกคนมาแทนตำแหน่งที่ว่างเพื่อให้งานทุกอย่างเดินไปได้ ส่วนเวลามิสซาวันอาทิตย์ วัดโนนค้อ 7.00 น. และวัดดอนม่วย 8.30 น. ขอให้เริ่มตรงเวลา เพื่อจะได้ไม่สายจนเกินไป
2)     ขอขอบคุณสภาอภิบาลวัดที่ช่วยหาแม่ครัวมาช่วยทำกับข้าวให้คุณพ่อเจ้าอาวาส โดยเริ่มงานเดือนมิถุนายน และขอขอบคุณที่หาช่างมาปรับปรุงห้องทำงาน กั้นห้อง ติดมุ้งลวด และเครื่องปรับอากาศ ค่ากั้นห้องและติดมุ้งลวด 30,000.- บาท ค่าเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่องพร้อมค่าติดตั้ง 15,000.-บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 45,000.- บาท
3)     ทุกวันจันทร์หลังพิธีบูชาขอบพระคุณ มีการส่งศีลผู้ป่วยและผู้สูงอายุตามปกติ และจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2018 เวลา 10.00 น. มีพิธีปลงศพที่ท่าแร่
4)     ขอให้พี่น้องได้ตักเตือนและส่งบุตรหลานให้มาวัดเรียนคำสอนหลังพิธีบูชาขอบพระคุณทุกเช้า เนื่องจากจำนวนเด็กมาวัดในแต่ละวันยังน้อยอยู่
5)     เงินทาน อาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2018: ดอนม่วย 1,470.- บาท และ โนนค้อ 1,340.- บาท
6)     สัปดาห์น้า อาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2018 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า
 สภาอภิบาลวัดดอนม่วยพบปะและแนะนำตัวคุณพ่อเจ้าอาวาสใหม่
พิธีบูชาขอบพระคุณและวันฉลองในรอบสัปดาห์
วัน
ที่
เวลา
ผู้ขอ/วันฉลอง
จุดประสงค์
อาทิตย์
27
07.00 น.
08.30 น.
สมโภชพระตรีเอกภาพ
สุขสำราญสำหรับพี่น้องชาวดอนม่วย
† สุขสำราญสำหรับพี่น้องชาวโนนค้อ
จันทร์-พุธ
28-29
06.00 น.
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

พฤหัสบดี
31
06.00 น.
ฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมเยียน

ศุกร์
01
06.00 น.
ระลึกถึง น.ยุสติน มรณสักขี
วันศุกร์ต้นเดือน
เสาร์
02
06.00 น.
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

 คุณพ่อวอลเตอร์ มอร์กันเต และสมาชิกคณะภราดาน้อยกาปูชินแวะเยี่ยม
22 พฤษภาคม 2018

 พิธีฝังศพเปาโล สมพงษ์ มณีนพ ที่สุสานวัดดอนม่วย 23 พฤษภาคม 2018




พระตรีเอกภาพในชีวิตคริสตชน


พระตรีเอกภาพในชีวิตคริสตชน
วันอาทิตย์
สมโภชพระตรีเอกภาพ
ปี B
ฉธบ 4:32-34, 39-40
รม 8:14-17
มธ 28:16-20
บทนำ
การสมโภชพระตรีเอกภาพ เชื้อเชิญเราให้เจริญชีวิตด้วยการตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าสามพระบุคคล พระบิดา พระบุตรและพระจิตในชีวิตเรา “ธรรมล้ำลึกเรื่องพระตรีเอกภาพ” เป็นข้อความเชื่อที่ได้รับการประกาศโดยสังคายนาสากลแห่งนิเชอา (Nicaea: 325) และคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople: 381) ถือเป็นข้อความเชื่อพื้นฐานและสำคัญที่สุดของคริสต์ศาสนา นั่นคือ “มีพระเจ้าหนึ่งเดียว แต่มีสามพระบุคคลคือ พระบิดา พระบุตรและพระจิต ทั้งสามพระบุคคลรวมเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว” (CCC. 234, 253-256)
เป็นเรื่องยากต่อความเข้าใจในความเชื่อที่ว่า “พระเจ้าสามพระบุคคลรวมเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว” นักบุญซีรีล อาจารย์ชาวสลาฟได้พยายามอธิบายเรื่องพระตรีเอภาพโดยใช้ภาพของดวงอาทิตย์ “พระเจ้าพระบิดาเป็นเหมือนกับเปลวเพลิง พระบุตรเป็นความสว่าง และพระจิตเป็นความร้อน แต่มีเพียงดวงอาทิตย์ดวงเดียว เช่นเดียวกับพระเจ้าสามพระบุคคลในพระตรีเอกภาพที่เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวและไม่สมารถแยกจากกันได้”
โดยทั่วไปมักเข้าใจพระบิดาเจ้าในฐานะพระผู้สร้าง พระบุตรในฐานะพระผู้ไถ่ และพระจิตในฐานะผู้ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสามพระบุคคลเป็นพระเจ้าที่เท่าเสมอกัน แตกต่างกัน และแยกจากกันมิได้ บทภาวนาทางการของพระศาสนจักร พิธีบูชาขอบพระคุณและศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เริ่มด้วยการออกนามพระตรีเอกภาพ “เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตรและพระจิต” เพื่อขอให้พระองค์อวยพรเราและกิจการที่กำลังจะทำ เราได้รับศีลล้างบาป การอภัยบาปและการเจิมในพระนามของพระตรีเอกภาพ พระบิดา พระบุตรและพระจิต
1.       พระตรีเอกภาพในชีวิตคริสตชน
พระตรีเอกภาพเป็นความเชื่อเก่าแก่ที่สุดของพระศาสนจักร พบใน “บทข้าพเจ้าเชื่อ” สัญลักษณ์ของอัครสาวก ที่ได้ใช้ในการสอนคำสอนผู้สมัครเป็นคริสตชน และในการยืนยันความเชื่อเวลาล้างบาปตั้งแต่ศตวรรษที่สองเป็นต้นมา ต่อมาภายหลัง บทข้าพเจ้าเชื่อนี้ได้รับการประกาศรับรองโดยสังคายนาสากลแห่งนีเชอาและคอนสแตนติโนเปิล
พระเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์แก่เราในหน้าที่ที่แตกต่างกันสามประการ  ในฐานะพระบิดา พระเจ้าทรงสร้างจักรวาลและสิ่งมีชีวิต รวมถึงมนุษย์แต่ละคนซึ่งเป็นสิ่งสร้างที่ประเสริฐที่สุด ในฐานะพระบุตร พระเยซูเจ้าทรงทำให้เราเข้าใจว่าพระเจ้าทรงฟัง ทรงเอาพระทัยใส่ ทรงรัก ทรงทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อเรา ในฐานะพระจิต พระเจ้าทรงประทับอยู่กับเราและภายในตัวเรา เพื่อทำให้เราศักดิ์สิทธิ์และเกิดผลอย่างอุดม
พระเยซูเจ้าทรงสอนเรื่องพระตรีเอกภาพ ในคำอุปมาเรื่องลูกล้างผลาญ (ลก 15:11-32) ที่เปิดเผยให้ทราบว่า พระบิดาเจ้าทรงเป็นพ่อที่ใจดีที่รักและให้อภัยลูกเสมอ, ใน “บทข้าแต่พระบิดา” (มธ 6:7-15) ที่ทรงสอนบรรดาศิษย์ให้เรียกพระเจ้าเป็น “บิดา” (Abba), ทรงยืนยันกับบรรดาศิษย์ว่าพระองค์กับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน “ผู้ที่เห็นเราก็เห็นพระบิดาด้วย” (ยน 14:9) อีกทั้ง ทรงประทานพระจิตและสั่งบรรดาศิษย์ให้ไปสั่งสอนนานาชาติ โปรดศีลล้างบาปในนามของ พระบิดา พระบุตรและพระจิต (มธ 28:19)
2.       บทเรียนสำหรับเรา
พระตรีเอกภาพที่เราสมโภชและพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการในการนำไปปฏิบัติ
ประการแรก เราต้องตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิต พระตรีเอกภาพ สามพระบุคคลรวมเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยากด้วยสติปัญญา (ด้วยสมอง) แต่เราสามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้ด้วยหัวใจเมื่อเราเจริญชีวิตในความรักต่อกัน เวลาที่เรารักกันพระเจ้าประทับอยู่กับเราและเราอยู่ในพระเจ้า สายสัมพันธ์แห่งความรักได้รวมพระบิดา พระบุตร และพระจิตให้เป็นหนึ่งเดียวกันในพระตรีเอกภาพ  อีกทั้งรวมมนุษย์เราให้เป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์และกับเพื่อนพี่น้อง
ประการที่สอง เราต้องดำเนินชีวิตแบบพระตรีเอกภาพ บรรดาคริสตชนและนักบุญทั้งหลายเชื่อในพระเจ้าพระตรีเอกภาพ และพยายามเจริญชีวิตแบบพระตรีเอกภาพ คือชีวิตแห่งความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าและกับเพื่อนพี่น้องในชีวิตประจำวัน เป็นต้นในครอบครัว หมู่คณะ และชุมชนวัดของเรา ที่ต้องมีความรักและความเป็นน้ำหนึ่งหนึ่งใจเดียวกันเสมอ เหมือนอย่างพระบิดา พระบุตรและพระจิต ที่ทรงมีความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแน่นแฟ้น
ประการที่สาม เราต้องประกาศพระนามพระตรีเอกภาพ คริสตชนอธิษฐานภาวนาถึงพระเจ้า พระบิดา พระบุตรและพระจิต ด้วยการทำสำคัญมหากางเขนที่หน้าผาก หน้าอกและไหล่ทั้งสองข้าง เราออกนามพระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระจิต ให้มาประทับอยู่กับเราและอวยพรเรา เป็นการประกาศให้ทุกคนทราบว่า “เราเป็นคริสตชน” อีกทั้ง เป็นการยืนยันว่าเราเชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียวสามพระบุคคล และดำเนินชีวิตในพระตรีเอกภาพ พระบิดา พระบุตร และพระจิต
บทสรุป
พี่น้องที่รัก พระตรีเอกภาพ พระบิดา พระบุตร และพระจิต เป็นความเชื่อและความหวังของคริสตชน พระเจ้าเที่ยงแท้ที่เราเชื่อศรัทธาและมีพลังต่อชีวิตของเรามากที่สุด เป็นพระเจ้าแห่งความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวแท้จริง ไม่มีการแบ่งแยก แต่เท่าเสมอกัน และสมบูรณ์ครบครันในความเป็นหนึ่งเดียวกัน นี่เป็นข้อความเชื่อลึกซึ้งซึ่งเราจะเข้าใจอย่างถ่องแท้เมื่ออยู่ต่อหน้าพระเจ้า และเมื่อเราเจริญชีวิตในความรักต่อกัน ทั้งกับพระเจ้าและกับเพื่อนมนุษย์
ชีวิตของเรากับพระเจ้า ควรเป็นชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์ ศรัทธา และเชื่อในพระเจ้าเที่ยงแท้ มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าอย่างแน่นแฟ้น จนกล่าวได้ว่า พระเจ้าทรงเป็นที่หนึ่งและสำคัญที่สุดในชีวิตเรา” ทรงเป็นพระเจ้าที่เราเชื่อ รัก และวางใจมากที่สุด จนแยกจากกันไม่ได้
ชีวิตของเรากับเพื่อนมนุษย์ ควรเป็นชีวิตแห่งความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียว มีความไว้ใจกัน แสดงออกในความรัก ความเมตตา และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน เป็นชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ รักเสมอ และให้อภัยเสมอ นี่คือการเป็นพยานถึงพระตรีเอกภาพที่เราสมโภชในวันนี้
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย
25 พฤษภาคม 2018
ที่มาภาพ: http://catholicdefender2000.blogspot.com/2012/12/faq-about-catholic-church-holy-trinity.html