วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ดีหรือชั่ว


ดีหรือชั่ว
พฤหัสบดี
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
อพย 40:16-21, 34-38
มธ 13:47-53
อุปมาเรื่องอวนที่หย่อนลงไปในทะเล เป็นอุปมาสุดท้ายในบรรดาอุปมาของนักบุญมัทธิว คล้ายกับอุปมาเรื่องข้าวละมาน พระเยซูเจ้าทรงเปรียบเทียบอาณาจักรสวรรค์กับงานของชาวประมง ซึ่งใช้อวนจับปลาทุกชนิดและคัดแยกปลาที่จับได้ “อาณาจักรสวรรค์ยังเปรียบได้กับอวนที่หย่อนลงไปในทะเล ติดปลาทุกชนิด” (มธ 13:47) ทั้งปลาดีมีประโยชน์และปลาเลวไร้ประโยชน์ ปลาดีถูกคัดเลือกไว้ ส่วนปลาเลวถูกโยนทิ้ง
พระอาณาจักรของพระเจ้าในโลกเป็นเช่นนี้ รวมถึงในพระศาสนจักรที่ทรงตั้งขึ้น แคบลงมาคือพระศาสนจักรระดับบ้านหรือชุมชนวัด ล้วนประกอบด้วยคนทุกประเภท ทั้งดีและเลว มีประโยชน์และไร้ประโยชน์ ชอบธรรมและอธรรม ชาวประมงไม่สามารถคัดแยกปลาขณะอวนยังอยู่ในทะเล กระทั่งลากอวนขึ้นฝั่งจึงสามารถคัดแยกปลาดีปลาเลวได้ นั่นคือวาระสุดท้ายของโลก
พระเจ้าทรงอดทนและให้โอกาสมนุษย์เพื่อกลับใจ ทรงเปิดเผยให้เห็นถึงพระทัยเมตตากรุณาของพระองค์ ทรงพอพระทัยตั้งพระศาสนจักรซึ่งประกอบด้วยคนทุกประเภททรงอดทนและรอจนถึงเวลาสิ้นโลก ในความเป็นจริงสายตาของมนุษย์ไม่สามารถแยกสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ประการสำคัญ การแยกคนดีออกจากคนชั่วเป็นธุระของพระเจ้า มิใช่หน้าที่ของเรา
ปลาทุกชนิดรวมอยู่ในอวน เช่นเดียวกับคริสตชนเป็นสมาชิกพระอาณาจักรของพระเจ้า เป็นส่วนหนึ่งของพระศาสนจักรทั้งระดับบ้านและชุมชนวัด เราจัดอยู่ในประเภทไหน ดีหรือเลว มีประโยชน์หรือไร้ประโยชน์ ชอบธรรมหรืออธรรม ศรัทธาหรือเฉยชา การเป็นสมาชิกของพระศาสนจักรอย่างเดียวไม่พอ เราต้องมีชีวิตชีวาและปฏิบัติตามคำสอนของพระเยซูเจ้า เราได้ดำเนินชีวิตเหมาะสมกับการเป็นสมาชิกของพระศาสนจักรไหม
พระเจ้าทรงอดทนและให้โอกาสมนุษย์ทุกคน ทรงรอจนถึงวาระสุดท้ายของโลกเพื่อพิพากษาตัดสิน ศิษย์พระคริสต์ต้องอดทนต่อความผิดของกันและกัน ให้โอกาสคนทำผิดได้แก้ไขปรับปรุงตนเอง บนพื้นฐานแห่งความรักไม่มีเงื่อนไขและการให้อภัยไม่สิ้นสุด และพร้อมยื่นมือช่วยเหลือคนประสบทุกข์ร้อน โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ไม่อวดตัวว่าดีกว่าคนอื่น “เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น”
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
31 กรกฎาคม 2019
ภาพ: ลากอวนจับปลา, เซกา, บึงกาฬ; 2010-03-11

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่

ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่
พุธ
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
อพย 34:29-35
มธ 13:44-46
ปาเลสไตน์เป็นดินแดนที่อยู่ในภาวะสงครามตั้งแต่โบราณนานมา การนำทรัพย์สมบัติมีค่าไปฝังดินไว้ถือเป็นเรื่องปกติ และถือเป็นวิธีปฏิบัติที่ปลอดภัยที่สุดเพราะสมัยนั้นยังไม่มีธนาคารหรือตู้นิรภัย หากเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตหรือถูกเนรเทศไม่สามารถกลับถิ่นเดิมได้อีก ทรัพย์สินนั้นยังคงฝังดินต่อไปอีก จนกว่าจะถูกค้นพบโดยนักล่าสมบัติ
พระวรสารวันนี้พระเยซูเจ้าทรงตรัสอุปมาเรื่อง “ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในทุ่งนา” และ “ไข่มุกเม็ดงาม” ในสมัยโบราณ “ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่” เป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหา และ “ไข่มุก” เป็นทรัพย์สมบัติที่มีค่ายิ่ง ซึ่งคนทั่วไปหลงใหลและอยากเป็นเจ้าของ ผู้ค้นพบขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ทราบดีว่านั่นไม่ใช่ของเขา แต่เขาได้รวบรวมเงินเพื่อซื้อที่นาแปลงนั้น แม้ในความเป็นจริงกฎหมายกำหนดว่าขุมทรัพย์ดังกล่าวเป็นของคนที่ค้นพบ
พระเยซูเจ้าทรงต้องการบอกเราว่าการค้นพบพระอาณาจักรสวรรค์เป็นเช่นเดียวกัน เมื่อเราค้นพบพระอาณาจักรสวรรค์ เท่ากับเราได้พบขุมทรัพย์ล้ำค่าคือองค์พระเยซูเจ้า ผู้เป็นขุมทรัพย์แท้และมีค่ายิ่งของพระบิดาเจ้าสวรรค์เพื่อความรอดของมนุษยชาติ เมื่อเราค้นพบพระองค์ในชีวิต เราต้องพร้อมละทิ้งทุกสิ่งแม้กระทั่งครอบครัว เพื่อติดตามและกลายเป็นศิษย์ของพระองค์ 
พระเยซูเจ้าทรงเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อครอบครองเป็นเจ้าของต้องละทิ้งทุกสิ่ง ใครแสวงหาและพบขุมทรัพย์ย่อมมีความยินดีหาที่สุดมิได้ เป็นความสุขแห่งการได้พบและอยู่กับพระเยซูเจ้าผู้เป็นความเชื่อของเรา และทรงมอบพันธกิจในการทำให้อาณาจักรของพระองค์เริ่มตั้งแต่ในโลกนี้ เมื่อเราดำเนินชีวิตในความรัก รับใช้ ให้อภัย และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
เราพร้อมสละทุกสิ่งเพื่อเป็นศิษย์ติดตามพระเยซูเจ้าผู้เป็นขุมทรัพย์ของเราไหม หรือเรามีขุมทรัพย์อื่นที่มีค่ามากกว่าซึ่งใจของเราผูกติดอยู่ ศิษย์พระคริสต์ต้องพร้อมสละทุกสิ่งเพื่อครอบครองและเป็นเจ้าของพระอาณาจักรสวรรค์ ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ต้องออกแรงขุดค้นและขายทุกสิ่งที่มี เพราะมั่นใจว่าพระอาณาจักรสวรรค์มีค่ามากกว่าสิ่งใด และดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้าผู้เป็นขุมทรัพย์แท้และมีค่ายิ่งของเรา
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
30 กรกฎาคม 2019

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

รอให้ถึงฤดูเก็บเกี่ยว


รอให้ถึงฤดูเก็บเกี่ยว
อังคาร
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
อพย 33:7-11, 34:5ข-9, 28
มธ 13:36-43
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้อธิบายอุปมาเรื่องข้าวละมาน “ผู้หว่านเมล็ดพันธุ์ดีคือบุตรแห่งมนุษย์ ทุ่งนาคือโลก เมล็ดพันธุ์ดีคือพลเมืองแห่งอาณาจักร ข้าวละมานคือพลเมืองของมารร้าย” (มธ 13: 37-38) แสดงถึงพระประสงค์ของพระเจ้า ทรงโปรดให้คนดีและคนชั่วอยู่ด้วยกัน ในทุกสังคมจึงมีทั้งคนดีและคนไม่ดี คนที่รักเราและคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเรา คนที่ชื่นชมเราและคนที่เหยียดหยามเรา
ที่สุดแล้วจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวคือเวลาแห่งอวสานของโลก ซึ่งเป็นเวลาที่พระเจ้าทรงพิพากษาและตัดสิน คนดีจะถูกแยกจากคนชั่ว คนชอบธรรมจะถูกแยกจากคนอธรรม ในอุปมาข้าวพันธุ์ดีได้รับการเก็บอย่างดีในยุ้งฉาง ขณะที่ข้าวละมานถูกรวบรวมและเผาไฟ ข้าวพันธุ์คือคนดีและคนชอบธรรม ข้าวละมานคือคนชั่วและคนอธรรม ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในทุกสังคมและทุกสาขาอาชีพ นี่เป็นประสบการณ์ที่แต่ละคนมีและเข้าใจเป็นอย่างดี
บ่อยครั้งความดีและความชั่วมีอยู่ในตัวเรา เรากำลังหว่านข้าวพันธุ์ดีและข้าวละมานให้เติบโตด้วยกัน แต่ที่สุดแล้วเราต้องกำจัดข้าวละมานให้หมดสิ้นไป เก็บรักษาเพียงข้าวพันธุ์ดีที่มีประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องทำด้วยตนเอง เพราะ “ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง” มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่ติดตัวเราไปและช่วยเราให้อยู่กับองค์พระเจ้าในสวรรค์ อันเป็นความสุขนิรันดรที่ทรงเตรียมไว้สำหรับคนดีพร้อม ไม่มีที่สำหรับคนชั่วในสวรรค์
การตัดสินและการแยกคนดีออกจากคนชั่วในวาระสุดท้ายเป็นหน้าที่ของพระเจ้า ไม่ใช่หน้าที่ของมนุษย์ ดังนั้น เราไม่ควรตัดสินใคร แต่ปล่อยให้พระเจ้าทรงตัดสิน หากเราเป็นคนตัดสินย่อมผิดพลาดได้ง่าย เพราะธรรมชาติมนุษย์มักเข้าข้างตัวเอง เรามองเห็นแต่ความดีในตัวเรา มีแต่เราเท่านั้นที่เป็นข้าวพันธุ์ดี ส่วนคนอื่นเป็นข้าวละมานที่ต้องกำจัดทิ้ง เราไม่สามารถแยกข้าวพันธุ์ดีและข้าวละมานออกจากกันได้
พระเจ้าทรงอดทนและให้โอกาสทุกคน ทรงปล่อยให้คนดีและคนชั่วอยู่ด้วยกัน ทรงรอจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวพระองค์ถึงปฏิบัติต่อคนดีและคนชั่วตามความประพฤติของเขา ศิษย์พระคริสต์ต้องอดทนต่อความผิดบกพร่องของกันและกัน ให้โอกาสคนทำผิดได้ปรับปรุงแก้ไขตนเอง บนพื้นฐานแห่งความรักไม่มีเงื่อนไขและการให้อภัยไม่สิ้นสุดตามแบบอย่างพระเยซูเจ้า ไม่ไปตัดสินใครและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระเจ้า
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
29 กรกฎาคม 2019
ภาพ: การเก็บเกี่ยวของพี่น้งชาวนาบัว, วานรนิวาส, สกลนคร; 2011-11-15

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

มารธา แบบอย่างแห่งความเชื่อ


มารธา แบบอย่างแห่งความเชื่อ
29 กรกฎาคม
ระลึกถึง น.มารธา
1 ยน 4:7-16
ยน 11:19-27
วันนี้พระศาสนจักรให้เราระลึกถึงนักบุญมารธา องค์อุปถัมภ์ของผู้หญิงทำงาน แม่บ้าน และคนทำอาหาร จากความทุ่มเทเอาใจใส่ในการต้อนรับพระเยซูเจ้าและบรรดาอัครสาวก มารธามีน้องชาวชื่อมารีย์และมีพี่ชายชื่อลาซารัสแห่งเบธานี มารธาได้ชื่อว่าเป็นสตรีแห่งความเชื่อ จากการตอบคำถามของพระเยซูเจ้า “เชื่อพระเจ้าข้า ดิฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าที่จะต้องเสด็จมาในโลกนี้” (ยน 11:27)
นักบุญลูกาได้บรรยายให้ทราบว่ามารธามีความร้อนรนในการต้อนรับแขก สลวนอยู่กับการเตรียมสำรับกับข้าว ขณะที่มารีย์นั่งแทบพระบาทพระเยซูเจ้า ฟังพระองค์ตรัสสอน (ลก 10:38-42) นี่เป็นสองรูปแบบของการมอบชีวิตแด่พระเจ้า ชีวิตแห่งการรำพึงภาวนาและชีวิตของการปฏิบัติภายนอก เราสามารถเห็นอย่างเด่นชัดในชีวิตของพระเยซูเจ้า ชีวิตแห่งการรำพึงภาวนาเป็นการเตรียมสำหรับกิจการภายนอก
มารธาเป็นแบบอย่างแก่เราด้านความเชื่อ จากเหตุการณ์ที่ลาซารัสตายและถูกฝังในคูหา มารธาได้ออกไปต้อนรับพระเยซูเจ้าและแสดงความเชื่อของเธอ “ดิฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าที่จะต้องเสด็จมาในโลกนี้(ยน 11:27) เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเสด็จไปที่คูหาและบอกให้ยกแผ่นหินปิดคูหาฝังศพออก มารธาได้ทูลพระองค์ว่า “พระเจ้าข้า ศพมีกลิ่นแล้ว เพราะฝังมาสี่วันแล้ว” (ยน 11:39)
ความเชื่อของมารธาได้ก่อให้เกิดอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ ลาซารัสกลับคืนชีพจากความตาย บางตำนานเล่าว่าหลังพระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์ มารธาได้ออกจากแค้วนยูเดียไปประกาศข่าวดีทางตอนใต้ของฝรั่งเศส พร้อมกับมารีย์น้องสาว และลาซารัสพี่ชาย คนส่วนใหญ่มักทำอย่างมารธา ชีวิตเร่งรีบและหมดไปกับการทำงาน มิใช่เพื่อปรนนิบัติรับใช้และถวายเกียรติแด่พระเยซูเจ้าอย่างมารธา แรงจูงใจของเราอยู่ที่สิ่งภายนอก อาทิ เงินทอง บ้าน และสิ่งอำนวยความสะดวก
การบริการรับใช้เป็นงานสำคัญในชีวิตคริสตชน แต่พระเยซูเจ้าทรงให้ความสำคัญกับการอยู่ต่อหน้าพระเจ้ามากกว่า พระองค์ทรงอธิษฐานภาวนาเสมอก่อนออกไปทำสิ่งดีงามเพื่อประชาชน พระพรพิเศษเป็นของประทานมิใช่สำหรับตัวเราเท่านั้น แต่สำหรับหมู่คณะและผู้อื่น ศิษย์พระคริสต์ต้องมีความเชื่อในพระเจ้า ดำเนินชีวิตตามสิ่งที่เชื่อ และเจริญชีวิตสมดุลระหว่างการอยู่ต่อหน้าพระเจ้าและกิจการ เลือกสิ่งดีที่สุดสำหรับชีวิตเพื่อพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
28 กรกฎาคม 2019
ที่มาภาพ: https://rednuns.com/wp-content/uploads/2009/01/the-death-of-lazarus.jpg


วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ, ปีที่ 2, ฉบับที่ 63


สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ

ปีที่ 2  ฉบับที่  63;  อาทิตย์ที่  28  กรกฎาคม  2019  (2562): http.//dondaniele.blogspot.com

107 หมู่ 6 บ้านดอนม่วย ตำบลช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร 47130È086-231-3231

สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
งานเลี้ยงต้อนรับคุณแม่มารีอา เกสร ฉายแก้วและสมาชิกสถาบันธิดาพระราชินีมาเรีย
ที่บ้านกมล มงคลล้อม, โนนค้อ; เสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2019
พี่น้องที่รัก การอธิษฐานภาวนาเป็นการยกจิตใจขึ้นหาพระเจ้าเพื่อสนทนาแบบใจต่อใจกับพระองค์  พระวาจาของพระเจ้าวันนี้สอนเราว่าต้องอธิษฐานภาวนาโดยไม่หยุดหย่อน (ลก 11:1) พระเยซูเจ้าคือพระอาจารย์เจ้าของเรา ทรงอธิษฐานภาวนาเพื่อเราและทรงสอนเราให้รู้จักอธิษฐานภาวนา ครอบครัวใดอธิษฐานภาวนาร่วมกันจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่มีวันแตกแยก
พิธีบูชาขอบพระคุณคือสุดยอดของคำภาวนาที่มนุษย์สามารถมีต่อพระเจ้าได้ เพราะในพิธีบูชาขอบพระคุณมีทั้งคำสรรเสริญ ขอบพระคุณ ขอสมาโทษ และคำวอนขอ อีกทั้ง เครื่องบูชาและคำภาวนาเดียวที่พระบิดาเจ้าทรงพอพระทัยคือ เครื่องบูชาและคำภาวนาของพระเยซูเจ้า ทรงมอบถวายพระองค์เองและสิ้นพระชนมบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปเรา และเรามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในพิธีบูชาขอบพระคุณ
 อบรมการใช้โปรแกรมทะเบียนศีลศักดิ์สิทธิ์, สำนักมิสซังฯ สกลนคร; 22-24 กรกฎาคม 2019
บทอ่านแรก อับราฮัมได้ต่อรองกับพระเจ้าเพื่อเห็นแก่เมืองโสดมและโกโมราเมืองซึ่งเต็มไปด้วยความชั่วร้าย เรื่องราวหายนะและการล่มสลายของเมืองทั้งสอง เตือนใจเราว่าคนชอบธรรมเพียงไม่กี่คนเพียงพอช่วยคนอธรรมจำนวนมากให้รอดได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระทัยเมตตากรุณาของพระเจ้า แต่มีคนชอบธรรมไม่ถึง 10 คนตามที่อับราอัมร้องขอ
บทอ่านที่สอง นักบุญเปาโลบอกชาวโคโลสีว่าเครื่องบูชายิ่งใหญ่ของพระเจ้าสำหรับมนุษย์คือพระเยซูเจ้า พระบุตรของพระองค์ การสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระองค์ ได้ลบล้างบาปและความตายเพื่อนำเราให้มีชีวิตใหม่ในพระองค์ ผ่านทางศีลล้างบาปเรามีส่วนในการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ และทำให้เรามีชีวิตใหม่ในพระองค์
พระวรสาร นักบุญลูกาบอกเราว่ายอห์น บัปติสต์และอาจารย์ชาวยิว (รับบี) ทุกคนได้สอนศิษย์ของตนให้รู้จักอธิษฐานภาวนา ถือเป็นหน้าที่สำคัญที่ต้องทำ พระวรสารวันนี้พระเยซูเจ้าได้ทรงกระทำในแบบเดียวกัน ดังที่ศิษย์คนหนึ่งทูลขอให้พระองค์ทรงสอนพวกเขาให้อธิษฐานภาวนา และพระองค์ได้เปิดเผยให้เราทราบว่าพระบิดาเจ้าเป็นใคร
 ฉลองวัดนักบุญมารีอา ชาวมักดาลา นาโพธิ์; จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2019
°ข่าวสารและประชาสัมพันธ์
1.          ขอบคุณพี่น้องที่ร่วมทำบุญทำต้นเงินและไปร่วมฉลอรองอาสนวิหารนักบุญอันนา หนองแสง นครพนม เมื่อวานนี้ (27 ก.ค. 2019)
2.          จันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2019 เชิญสภาอภิบาลและผู้นำกลุ่มคริสตชนพื้นฐานร่วมประชุมเตรียมความพร้อม ก่อนการประชุมกลุ่มย่อย ที่บ้านพักพระสงฆ์ เวลา 19.00 น.
3.          เชิญร่วมทำบุญผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนสร้างวัดนักบุญหลุยส์ สมเด็จ และเชิญร่วมเปิดและเสกวัดนักบุญหลุยส์ สมเด็จ เสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2019 พิธีบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.00 น.
4.          เสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2019 เชิญร่วมฉลองวัดนักบุญลอเรนซ์ ภูคำ ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พิธีบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.00 น.
5.          เงินทาน อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2019: วัดดอนม่วย 1,802.- บาท และเงินบำรุงวัด (ค่าน้ำค่าไฟ) งานแต่งงานภาสกร-นงนุช 2,000.- บาท; วัดโนนค้อ 1,381.- บาท
6.          ขอบคุณ กลุ่มคริสตชนพื้นฐานกลุ่มที่ 7-8 ที่มาทำความสะอาดวัด สัปดาห์หน้ากลุ่มที่ 9-10 (โนนค้อ: กลุ่มที่ 3)
 ร่วมฉลองวัดนักบุญอันนา หนองแสง นครพนม; เสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2019
พิธีบูชาขอบพระคุณและวันฉลองในรอบสัปดาห์
วัน
ที่
เวลา
                                    ผู้ขอ/วันฉลอง
จุดประสงค์
อาทิตย์
28
07.00 น.
08.30 น.
สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา
สุขสำราญพี่น้องชาวโนนค้อ
สุขสำราญพี่น้องชาวดอนม่วย
จันทร์
29
06.00 น.
ระลึกถึง น.มาร์ธา

อังคาร
30
06.00 น.
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

พุธ
31
06.00 น.
ระลึกถึง น.อิกญาซีโอโลโยลา พระสงฆ์

พฤหัสบดี
1
06.00 น.
ระลึกถึง น.อัลฟองโซ มารีย์ เด ลิกวารี พระสังฆราช

ศุกร์-เสาร์
2-3
06.00 น.
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

 การประชุมพลมารีย์เปรซิเดียมแม่พระราชินีแห่งสายประคำศักดิ์สิทธิ์
วัดดอนม่วย; พฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2019







ความจำเป็นของการอธิษฐานภาวนา




ความจำเป็นของการอธิษฐานภาวนา
อาทิตย์
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
ปี C
ปฐก 18:20-32
คส 2:12-14
ลก 11:1-13
บทนำ
มีเรื่องเล่าว่าวันหนึ่งขณะนักบุญเบเนดิกต์กำลังขี่ม้าไปตามทาง และได้พบชาวนาคนหนึ่งซึ่งพูดกับท่านว่า “งานของท่านช่างสบายจริงนะ ผมอยากเป็นเหมือนท่านบ้าง จะได้ขี่ม้าไปไหนมาไหนตามใจชอบ ไม่ต้องทำอะไร” ท่านนักบุญย้อนถามชาวนาว่า “ท่านคิดว่าการอธิษฐานภาวนาเป็นงานง่ายหรือ ลองสวดบทข้าแต่พระบิดาให้ฟังหน่อยสิ หากสวดจบโดยไม่ติดขัดเลย ฉันจะให้ม้าตัวนี้”
ชาวนาตาเบิกโพลงและยิ้มด้วยความลิงโลดใจ เพราะมั่นใจว่าสวดบทข้าแต่พระบิดาจบและได้เป็นเจ้าของม้างามตัวนั้น เขาหลับตา พนมมือและเริ่มอธิษฐานภาวนาว่า “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามของพระองค์ทรงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง...” เมื่อสวดมาถึงตรงนี้เขาหยุด ลืมตาขึ้นและถามท่านนักบุญว่า “ผมจะได้อานม้าและบังเหียนด้วยไหม”
 พระวรสารวันนี้ทำให้เราทราบบทภาวนาที่เป็นแบบแผนของคริสตชนคือ “บทข้าแต่พระบิดา” ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงสอนศิษย์ให้อธิษฐานภาวนาตามแนวทางของศาสนาใหม่ที่ทรงนำมา เพื่อมีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า สามารถติดต่อกับพระเจ้าได้ง่าย ไม่ใช่ในฐานะพระผู้สร้างทรงสรรพานุภาพ แต่เป็นดัง พ่อ (Abba) หรือบิดาที่ใจดีซึ่งเราสามารถวางใจและพูดกับพระองค์ได้อย่างสนิทใจ บทข้าแต่พระบิดาถือเป็นบทภาวนาสำคัญและบอกให้รู้ว่า “คริสตชนเป็นใคร”
1.        ความจำเป็นของการอธิษฐานภาวนา
การอธิษฐานภาวนาสำคัญและจำเป็นสำหรับชีวิตคริสตชน เราต้องอธิษฐานภาวนาอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ท้อถอย (เทียบ ลก 18:1) ต้องออกแรงและทำส่วนของตนให้ดีที่สุด คงเหมือนกับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการผ่านการสอบ แต่ไม่ยอมอ่านหนังสือ หรือเตรียมสอบอย่างดี การอธิษฐานภาวนาขอพระเจ้าคงไม่ช่วยอะไร เพราะพระองค์ไม่ทรงช่วยคนไม่ช่วยตนเอง การอธิษฐานภาวนาและการออกแรงทำงานต้องไปด้วยกัน
เคลเมนต์แห่งอเล็กซานเดรีย ปิตาจารย์ของพระศาสนจักรกล่าวว่า “การอธิษฐานภาวนาเป็นการสนทนากับพระเจ้า” แสดงถึงความเชื่อและความวางใจพระเจ้าผู้เป็นท่อธารแห่งพระพรนานัปการ เมื่ออธิษฐานภาวนาเรามักคุ้นเคยกับการวอนขอ “จงขอเถิดแล้วท่านจะได้รับ จงแสวงหาเถิดแล้วท่านจะพบ จงเคาะเถิดแล้วเขาจะเปิดประตูรับท่าน” (ลก 11:9) พระเยซูเจ้าทรงแสดงให้เห็นว่า พระบิดาเจ้าสวรรค์ทรงเป็นองค์ความดีบริบูรณ์และความเมตตากรุณา พร้อมประทานสิ่งดีและจำเป็นแก่บุตรของพระองค์ทุกคนเสมอ
การอธิษฐานภาวนาไม่ใช่การรบเร้าพระเจ้าให้ประทานตามที่เราต้องการ แต่เป็นลักษณะของบุตรซึ่งวอนขอสิ่งที่พระบิดาทรงประสงค์ประทานให้ ความจริงพระองค์ทรงทราบล่วงหน้าก่อนที่เราขอด้วยซ้ำ เงื่อนไขก็คือ “จงขอ... จงแสวงหา... จงเคาะ...” เพราะเมื่อเราขอ พระเจ้าจะทรงสดับฟังคำวอนขอของเรา  เมื่อเราแสวงหาพระเจ้า เราจะพบพระองค์ และเมื่อเราเคาะประตูบ้านของพระเจ้า พระองค์จะทรงเปิดรับเรา
2.        บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก เราต้องอธิษฐานภาวนาอย่างสม่ำเสมอ พระเยซูเจ้าทรงสอนและมอบแบบอย่างแก่เราเรื่องการอธิษฐานภาวนา ซึ่งเป็นการติดต่อกับพระเจ้าอย่างใกล้ชิดแบบพ่อกับลูก ให้เราได้อธิษฐานภาวนาอย่างสม่ำเสมอ เพราะการอธิษฐานภาวนาเป็นการช่วยให้ความเชื่อของเรามีชีวิต และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์เพราะชีวิตของเราขึ้นอยู่กับพระเจ้า เราต้องอธิษฐานภาวนาโดยไม่หยุดหย่อน เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและเข้าใจถึงพระประสงค์ของพระองค์
ประการที่สอง เราต้องให้อภัยความผิดของกันและกัน นี่คือเงื่อนไขและเครื่องหมายสำคัญของการเป็นคริสตชน พระศาสนจักรให้เราสวด บทข้าแต่พระบิดา ในพิธีบูชาขอบพระคุณก่อนรับศีลมหาสนิทเพื่อเตือนใจเราว่า ทุกคนเป็นบุตรของพระบิดาเจ้าองค์เดียวกัน เป็นพี่น้องกันโดยไม่แบ่งแยกและได้ให้อภัยความผิดของกันและกันแล้ว หากเรายังไม่ยอมรับว่าทุกคนเป็นพี่น้องและไม่ให้อภัยกันอย่างสนิทใจ เท่ากับว่าเราสวด บทข้าแต่พระบิดา ไม่จบ
ประการที่สาม เราต้องอธิษฐานภาวนาร่วมกัน การอธิษฐานภาวนาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตครอบครัวและหมู่คณะ เราต้องหาเวลาอธิษฐานภาวนาร่วมกันเพื่อขอบพระคุณพระเจ้าและวอนขอพระพรเพื่อกันและกัน อย่างน้อยให้เราได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของนักบุญยอห์น มารีย์เวียนเนย์ ใช้เวลาสามนาทีในการสรรเสริญและขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่มี, สามนาทีในการขอสมาโทษสำหรับบาปที่กระทำและวอนขอสิ่งที่ต้องการ และสามนาทีในการอ่านพระคัมภีร์และฟังพระองค์ในความเงียบ โดยทำเช่นนี้ทุกวัน”
บทสรุป
พี่น้องที่รัก บทข้าแต่พระบิดาเป็นบทภาวนาที่เป็นแบบแผนและบอกให้เราทราบว่าคริสตชนเป็นใคร พระเยซูเจ้าทรงสอนเราว่า ทุกคนมีพระบิดาเจ้าองค์เดียวกัน ต่างเป็นบุตรของพระเจ้าและเป็นพี่น้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้อภัยความผิดของกันและกัน แต่ละคนล้วนเป็นคนบาป อ่อนแอ และบกพร่อง แต่ยังสามารถเรียกพระเจ้าว่าเป็น “บิดา” เมื่อพระเจ้าได้ทรงอภัยบาปของเราอย่างไม่สิ้นสุด เราต้องให้อภัยความผิดของกันและกันด้วย
พระเยซูเจ้าทรงให้ความมั่นใจกับเราว่า “แม้ท่านทั้งหลายที่เป็นคนชั่วยังรู้จักให้ของดี ๆ แก่ลูก แล้วพระบิดาผู้สถิตในสวรรค์จะไม่ประทานพระจิตเจ้าแก่ผู้ที่วอนขอพระองค์มากกว่านั้นหรือ” (ลก 11:13) ศิษย์พระคริสต์ต้องเห็นความจำเป็นของอธิษฐานภาวนา หาเวลาอธิษฐานภาวนาร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะคำภาวนาสามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้ และไม่มีคำภาวนาใดที่พระเจ้าไม่ทรงตอบรับ ครอบครัวที่อธิษฐานภาวนาร่วมกันไม่มีวันแตกแยก
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
27 กรกฎาคม 2019
ภาพ : การอธิษฐานภาวนาเพื่อผู้ป่าย, โคกสง่า, กุรุคุ, นครพนม; 2022-07-17