วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ความวางใจในพระเยซูเจ้า

 

ความวางใจในพระเยซูเจ้า

อาทิตย์

สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

ปี B

โยบ  38:1, 8-11

2 คร 5:14-17

มก 4:35-41

บทนำ

 มีเรื่องเล่าว่า แม่น้ำมิสซิสซิปปี้ในสหรัฐอเมริกาเอ่อท่วมฝั่ง และน้ำขึ้นอย่างรวดเร็วรอบบ้านของโดโรธี  น้ำขึ้นถึงระดับระเบียงหน้าบ้านที่โดโรธียืนอยู่ เมื่อมีชายคนหนึ่งในเรือพายผ่านมาและเรียกโดโรธีขึ้นเรือเพื่อพาไปยังที่สูง  โดโรธีตอบว่า “ไม่ พระเยซูผู้ทรงทำให้พายุในทะเลสงบลงจะทรงช่วยฉันให้พ้นจากน้ำท่วม!” 

น้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปที่หน้าต่างชั้นสอง และโดโรธีมองออกไปเห็นเรือยนต์แล่นขึ้นมา  ชายในเรือยนต์ร้องเรียกโดโรธีขึ้นเรือเพื่อพาไปยังที่สูง โดโรธีตอบว่า “ไม่ พระเยซูจะทรงช่วยฉัน!”   บัดนี้น้ำได้ขึ้นมาถึงหลังคาบ้าน โดโรธีนั่งอยู่บนสันหลังคาบ้าน เธอเห็นเฮลิคอปเตอร์บินผ่านมา และคนบนเครื่องบอกโดโรธีว่า “คว้าเชือกแล้วปีนขึ้นมา เราจะพาคุณขึ้นไปบนที่สูง”  โดโรธีตอบว่า “ไม่ พระเยซูจะทรงช่วยฉัน!” 

น้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สุดน้ำท่วมบ้านและโดโรธีจมน้ำตาย  สิ่งที่โดโรธีรู้คือเธอกำลังยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเยซูเจ้า  เธอบ่นกับพระเยซูด้วยความไม่พอใจว่า “ข้าพระองค์วางใจในพระองค์  ทำไมคุณถึงทอดทิ้งข้าพองค์เล่า”  และพระเยซูตรัสกับนางว่า “ท่านต้องการอะไรจากเราอีก  เราส่งเรือพาย เรือยนต์ และเฮลิคอปเตอร์ไปรับเธอ” บ่อยครั้งเรามองไม่เห็นการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าและความช่วยเหลือของพระองค์ ที่คอยดูแลปกป้องคุ้มครองเรา

1.        ความวางใจในพระเยซูเจ้า

พระวรสารวันนี้ บอกเราถึงเรื่องราวของบรรดาศิษย์ที่เผชิญกับพายุแรงกล้าขณะข้ามทะเลสาบกาลิลี ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 600 เมตร มีขนาดยาว 21 กิโลเมตร และกว้าง 13 กิโลเมตร การเกิดพายุจึงถือเป็นเรื่องปกติที่บรรดาศิษย์ซึ่งล้วนเป็นชาวประมงทราบดี แต่เหตุการณ์วันนั้นบรรดาศิษย์มีความรู้สึกว่า กำลังเผชิญพายุร้ายตามลำพัง คลื่นซัดเรือไปมาและน้ำเข้าเรือจนเกือบจะจม แต่พระเยซูเจ้ายังคงนอนหลับที่ท้ายเรือ บรรดาศิษย์ได้ปลุกพระองค์ให้ตื่นขึ้น พระองค์ทรงบังคับลมพายุให้สงบและตำหนิพวกเขาที่ขาดความวางใจในพระองค์

เรื่องราวการทำให้พายุและทะเลสงบอย่างอัศจรรย์ที่นักบุญมาระโกเล่า บอกให้เราทราบ 2 เรื่อง 1) พระเยซูเจ้าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพระเจ้า ผู้ทรงอำนาจเหนือธรรมชาติ และ 2) เราได้วางใจในพระเยซูเจ้าหรือเปล่า บรรดาศิษย์ต่างล้มเหลวทั้งสองเรื่อง แม้ว่าพวกเขาจะไม่สงสัยในตัวพระองค์ ยอมรับพระองค์เป็นอาจารย์ด้วยความยินดี แต่พวกเขาขาดสิ่งสำคัญคือ ความวางใจในความรักและการดูแลเอาใจใส่ของพระองค์ที่มีต่อพวกเขา

ความกลัว ความคลางแคลงสงสัย และความรู้สึกไม่ปลอดภัยได้ครอบงำจิตใจบรรดาศิษย์ ท่ามกลางพายุแรงกล้าวันนั้น นักบุญมาระโกต้องการบอกให้ทราบว่า ไม่มีสิ่งใดมาทำอันตรายบรรดาศิษย์ได้ ขณะที่พระเยซูทรงอยู่กับพวกเขา ท่ามกลางภยันตรายและสถานการณ์ยากลำบากของชีวิต พวกเขาจะรู้สักสบายใจและได้รับความบรรเทา หากพวกเขาตระหนักถึงการประทับอยู่และวางใจในพระองค์

ปิตาจารย์ของพระศาสจักรหลายท่านมองว่า เรื่องการบังคับลมพายุอย่างอัศจรรย์เทียบได้กับพระศาสจักรในระยะเริ่มแรก เรือที่เผชิญพายุร้ายคือพระศาสนจักรที่กำลังเผชิญการต่อต้าน และการเบียดเบียนจากภายนอกตลอดสามร้อยปีแรก ซึ่งบรรดาคริสตชนต่างคิดว่า พระเยซูเจ้าทรงทอดทิ้งพระศาสนจักรของพระองค์ แต่ในความเป็นจริงพระองค์ประทับอยู่ในพระศาสนจักร และเป็นผู้บันดาลความสงบที่แท้จริง

2.        บทเรียนสำหรับเรา

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิต

ประการแรก เราต้องวางใจในพระเยซูเจ้า ในการเดินทางข้ามทะเลแห่งชีวิตสู่ความรอดนิรันดร ถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องเผชิญกับพายุแรงกล้าหลายรูปแบบ อาทิ พายุแห่งความทุกข์โศก ความสงสัย ความวุ่นวายใจ ความวิตกทุกข์ร้อน การผจญ และกิเลสตัณหา พายุเหล่านี้ต้องนำเราให้ยิ่งเข้าใกล้พระเยซูเจ้า มีแต่พระองค์เท่านั้นสามารถทำให้พายุร้ายในจิตใจของเราสงบลง เราต้องรักษาความเชื่ออย่างมั่นคงและยืนหยัดในการร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์

ประการที่สอง เราต้องตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้า เวลาที่เราเผชิญปัญหาและความยากลำบากต่าง ๆ ในชีวิต เรามักคิดความเรากำลังถูกทอดทิ้งให้เผชิญชะตากรรมตามลำพัง แต่ในความเป็นจริงพระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางเรา ทรงพยุพยุงและอุ้มชูเรา เราจึงต้องมั่นมาหาพระองค์ และร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์อยู่เสมอผ่านทางการอธิษฐานภาวนาและศีลศักดิ์สิทธิ์

ประการที่สาม เราต้องเชื่อในแผนการของพระเจ้า ในห้วงเวลาของการทดลอง เราต้องลุกขึ้นยืนและเชื่อในแผนการของพระเจ้า มากกว่าที่จะตั้งคำถามว่า “ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้” หรือ “ทำไมจึงมีแต่เรื่องเลวร้ายในชีวิต” เราต้องมั่นคงเข้มแข็งในความเชื่อในพระเจ้าว่า พระองค์ทรงมีแผนการที่ดีสำหรับบุตรของพระองค์เสมอ “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อความดีของผู้ที่รักพระเจ้า”

บทสรุป

พี่น้องที่รัก ในการเดินทางข้ามทะเลแห่งชีวิตสู่ความรอดนิรันดร แต่ละคนต่างพบกับพายุร้ายในชีวิตแตกต่างกันไป นักบุญมาระโกบอกให้ทราบว่า ไม่มีสิ่งใดมาทำอันตรายบรรดาศิษย์ได้ ขณะที่พระเยซูประทับอยู่กับพวกเขา ท่ามกลางภยันตรายและสถานการณ์ยากลำบากของชีวิต พวกเขาจะได้รับความบรรเทา หากพวกเขาตระหนักถึงการประทับอยู่ มั่นคงเข็มแข็งในความเชื่อ และวางใจในพระองค์

ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของพระศาสนจักรได้เผชิญกับพายุแรงกล้า ทั้งการต่อต้านและการเบียดเบียนจากภายนอก แต่พระเยซูเจ้าประทับอยู่ในพระศาสนจักรเหมือนที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ และเป็นผู้บันดาลความสุขสงบ ศิษย์พระคริสตชนต้องมั่นคงในความเชื่อและวางใจในพระเยซูเจ้า ตระหนักถึงการประทับอยู่และเชื่อในแผนการของพระองค์ ร่วมมือกับพระหรรษทานและวางทุกอย่างไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์

คุณพ่อขวัญ  ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร

22 มิถุนายน 2024

ภาพ : การวางศิลารากฐานวัดใหม่, วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร; 2024-03-19

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567

จงวางใจในพระเจ้า

 

จงวางใจในพระเจ้า

เสาร์

สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

2 พศด 24:17-25

มธ 6:24-34

บทอ่านแรก หนังสือพงศาวดารเน้นไปที่ช่วงเวลาที่ยากลำบากของอาณาจักรทางตอนใต้ของยูดาห์ ซึ่งเป็นอาณาจักรของกษัตริย์ดาวิด เมื่อสมณะเยโอยาดาสิ้นชีวิตแล้ว กษัตริย์โยอาชได้แต่งตั้งที่ปรึกษาที่ไม่เป็นสมณะ และในที่สุดพระองค์ได้ละทิ้งพระเจ้า แม้มีประกาศกของพระเจ้ามาตักเตือนแต่ไม่มีผล เศคาริยาห์ถูกข้างหินจนตายในลานพระวิหาร  และขอให้พระเจ้าทรงลงโทษ ผลที่ตามมาคือกษัตริย์โยอาชพ่ายแพ้สงคราม ถูกละทิ้งและถูกลอบปลงพระชนม์

พระวรสารวันนี้  พระเยซูเจ้าทรงสอนบรรดาศิษย์มิให้กังวลเกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องนุ่งห่ม เราเป็นบุตรที่มีค่ายิ่งของพระเจ้า ทรงรักและดูแลเอาใจใส่เรา ทรงเตือนเรามิให้วิตกทุกร้อน หรือกังวลสิ่งใด ทรงบอกเราให้ดูนกในอากาศและดอกไม้ในทุ่งนาที่พระบิดาเจ้าทรงดูแลและเลี้ยงดูมัน ทั้งนี้ เพื่อให้เราได้วางใจพระองค์เพราะมนุษย์ประเสริฐกว่านกและดอกไม้ยิ่งนัก และทรงเอาใจใส่เราเป็นพิเศษ

พระเจ้าทรงดูแลเอาใจใส่บุตรของพระองค์ทุกคน เราไม่ควรวิตกทุกข์ร้อน แต่ควรวางใจในความรักและการเอาใจใส่ของพระองค์ คริสตชนต้องวางทุกอย่างในพระหัตถ์ของพระเจ้า ดังนั้น ความภักดีของเราต่อพระเจ้าไม่ควรแบ่งแยก ต้องวางใจในพระองค์อย่างสิ้นเชิง พระเยซูเจ้าทรงยืนยันหนักแน่นว่า เราไม่สามารถเป็น “ข้าสองเจ้า บ่าวสองนายได้” (มธ 6:24) เราไม่สามารถรับใช้พระเจ้าและเงินตราในเวลาเดียวกันได้

พระเยซูเจ้าต้องการสอนบรรดาศิษย์และเราว่า “อะไรเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต” เราต้องตัดสินใจเลือกระหว่างพระเจ้ากับเงิน ต้องไม่ถือเงินเป็นพระเจ้าซึ่งขัดแย้งกับเป้าหมายของชีวิต ทรงแนะนำมิให้กังวลเกี่ยวกับเรื่องการกินการดื่มและการนุ่งห่ม เพราะพระบิดาเจ้าทรงทราบว่าเราต้องการสิ่งเหล่านี้ “จงแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มทุกสิ่งเหล่านี้ให้” (มธ 6:33)

พระเยซูเจ้าทรงเตือนบรรดาศิษย์และเราให้วางใจในพระเจ้า ผู้เป็นองค์ความรักและความดีบริบูรณ์ พระองค์ทรงทราบดีถึงความต้องการของแต่ละคน และทรงจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับบุตรของพระองค์ทุกคน ศิษย์พระคริสต์ต้องวางใจในพระเจ้าสุดจิตใจ ไม่เชื่อมั่นเพียงความรอบรู้ของตน (สภษ 3:5) ตระหนักถึงการประทับอยู่และการดูแลเอาใจใส่ของพระองค์ ชีวิตของเรามีความหมายเมื่อเราเดินมุ่งตรงไปยังอาณาจักรของพระบิดาเจ้า นี่คือสิ่งเดียวที่เราต้องกังวล

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร

21 มิถุนายน 2024

ภาพ : สักการสถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง, สามพราน นครปฐม; 2024-06-19