วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ไม่ใช่เราที่ทำให้ทุกอย่างสำเร็จ

 

ไม่ใช่เราที่ทำให้ทุกอย่างสำเร็จ

เสาร์

สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

ฮบก 1:12-2:4

มธ 17:14-20

หนังสือฮาบากุกได้นำเสนอภาพชีวิตแห่งความเชื่อสองภาพ  ภาพแรกคือคนชอบธรรมดำเนินชีวิตตามคำสัญญาที่พวกเขาได้รับด้วยความเชื่ออย่างเต็มเปี่ยม วางใจว่านิมิตของพระเจ้ากำลังมา ภาพที่สองคือจิตวิญญาณชื่นชมยินดีในพรของพระเจ้า แม้ว่าทุกอย่างจะว่างเปล่า  เป็นภาพของใจที่รักพระเจ้า มีความชื่นชมยินดีในพระเจ้าผู้ประทานให้  และช่วงเวลาที่ตกต่ำไม่ใช่สัญญาณว่าพระเจ้าทอดทิ้งเรา ความวางใจอันชอบธรรมต่อพระเจ้าในความทุกข์ทรมานของเรา

พระวรสารวันนี้ บรรดาศิษย์รู้สึกแปลกใจที่ไม่สามารถรักษาเด็กชายที่เป็นโรคลมชักได้ และถามพระเยซูเจ้าว่า “ทำไมพวกเราจึงขับไล่มันไปไม่ได้” (มธ 17:19) คำตอบคือ “เพราะท่านมีความเชื่อน้อย” (มธ 17:20) พวกเขาได้ตัดความเชื่อมโยงการรักษากับพระเจ้า โดยคิดว่า ตนเองสามารถรักษาให้หายได้ด้วยอำนาจของตน การรักษาจึงไม่เกิดขึ้น เพราะ “ปราศจากพระเจ้าเราไม่สามารถทำอะไรได้เลย” (เทียบ ยน 15:5)

บรรดาศิษย์ได้ตกในกับดักที่ว่า “เป็นฉันเอง” ที่รักษาคนเจ็บป่วย พวกเขาหลงภูมิใจในตนเองมากกว่าวางใจในองค์พระเจ้า พวกเขาล้มเหลวในการตระหนักว่า แหล่งพลังของการรักษาคือพระเยซูเจ้าเอง ดังนั้น เราไม่ควรดีใจหากได้รับพระพรพิเศษในการรักษา เพราะอำนาจในการรักษามาจากพระเจ้า แต่เราควรดีใจว่า พระเจ้าทรงรักเราและทรงเลือกเราเป็นเครื่องมือแห่งพระพร เพื่อแสดงความรักยิ่งใหญ่ของพระองค์ต่อเพื่อนมนุษย์

เรามักคิดว่า “เป็นเราเองที่ทำให้งานทุกอย่างสำเร็จ ไม่ใช่พระเจ้า” ความหยิ่งจองหองทำให้เราตกในกับดักนี้ และถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ เราต้องตระหนักเสมอ เราเป็นเพียงเครื่องมือของพระเจ้า ทรงทำงานผ่านทางเรา และเป็นพระองค์ที่ทำให้งานทุกอย่างสำเร็จ พระเยซูเจ้าเคยเตือนบรรดาศิษย์มิให้มีท่าทีเช่นนี้ “อย่าชื่นชมยินดีที่ปีศาจอ่อนน้อมต่อท่าน แต่จงชื่นชมยินดีมากกว่าที่ชื่อของท่านจารึกไว้ในสวรรค์” (ลก 10:20)

คริสตชนควรยินดีที่พระเจ้าทรงรักเรา และทรงเลือกเราให้เป็นเครื่องมือแห่งพระพรของพระองค์สำหรับผู้อื่น พระองค์คือผู้ทำให้งานทุกอย่างสัมฤทธิ์ผล ศิษย์พระคริสต์ต้องเพิ่มพูนความเชื่อและความวางใจในพระเจ้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่านทางการอธิษฐานภาวนา การอ่านพระคัมภีร์ และการปฏิบัติตามพระวาจา วางทุกอย่างไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ และทำส่วนของตนให้ดีที่สุด ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระเจ้าตามที่ทรงประสงค์

คุณพ่อขวัญ  ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร

7 สิงหาคม 2026

ภาพ : กลุ่มพระหฤทัย, วัดดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร; 2026-8-07

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

สิ่งที่ทำให้เป็นมลทิน

 

สิ่งที่ทำให้เป็นมลทิน

อังคาร

สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

ยรม 30:1-2, 12-15, 18-22

มธ 15:1-2, 10-14

บทอ่านแรกเป็นส่วนที่เรียกกันว่า “หนังสือแห่งการปลอบประโลมใจ” กล่าวถึงการฟื้นฟูครั้งสำคัญของทั้งอิสราเอลและยูดาห์ ประกาศกเยเรมีย์ได้เตือนชาวเมืองยูดาห์ว่า ความทุกข์ยากมากมายของพวกเขานั้นเป็นผลมาจากการกระทำของพวกเขา แต่ยุคใหม่กำลังจะมาถึง เมืองและพระราชวังของยูดาห์จะได้รับการบูรณะ เยรูซาเล็มจะถูกสร้างขึ้นใหม่บนซากปรักหักพัง การบรรลุความหวังของเรานั้นขึ้นอยู่กับการร่วมมืออย่างแข็งขันของเราในการทำสิ่งที่พระเจ้าทรงประสงค์

พระวรสารวันนี้พระเยซูเจ้าทรงสอนชาวยิวว่า สิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นมลทิน ไม่ใช่สิ่งที่มาจากภายนอก แต่เป็นสิ่งที่ออกมาจากใจต่างหาก สิ่งต่าง ๆ ในตัวมันเองไม่ใช่สิ่งที่เป็นมลทิน หรือไม่เป็นมลทิน เพราะทุกอย่างที่พระเจ้าทรงสร้างมาล้วนแต่ดีทั้งนั้น แต่เป็นมนุษย์ทำให้เป็นมลทิน การกระทำของแต่ละคนบ่งบอกเจตนาและความต้องการของเขา บทบัญญัติต่าง ๆ ต้องนำมนุษย์ไปหาพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ นี่คือแก่นแท้และหัวใจของบทบัญญัติธรรมประเพณี

พระเยซูเจ้าทรงพยายามให้ชาวยิวได้เข้าใจสิ่งที่บริสุทธิ์และสิ่งที่ป็นมลทิน ซึ่งชาวยิวถือว่ามาจากสิ่งภายนอก อาทิ การแตะต้องศพ การประพฤติผิดทางเพศ และการกินอาหารโดยไม่ล้างมือ ดังนั้น เพื่อไม่เป็นมลทินชาวยิวต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การเป็นมลทินอย่างเคร่งครัด  พระเยซูเจ้าทรงปฏิรูปกฎเกณฑ์นี้ให้สมบูรณ์ ทรงแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่กินเข้าไปไม่ทำให้มนุษย์มีมลทิน “แต่สิ่งที่ออกมาจากปากนั่นแหละทำให้มนุษย์มีมลทิน” (มธ 15:11)

ชาวยิวมีกฎเกณฑ์มากมายเกี่ยวกับการชำระให้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นการขยายความบทบัญญัติของพระเจ้าให้กว้างออกไป พระเยซูเจ้าทรงทำให้กฎเกณฑ์นี้สมบูรณ์ขึ้น การสัมผัสสิ่งต่าง ๆ หรือการกินอาหารไม่ได้ทำให้มนุษย์เป็นมลทิน ในความเป็นจริง บาปซึ่งเป็นความชั่วและทำให้มนุษย์เป็นมลทินมาจากเจตจำนงซึ่งอยู่ภายในใจมิใช่สิ่งภายนอก ดังนั้น สิ่งบริสุทธิ์ หรือเป็นมลทินอยู่ในขอบเขตแห่งใจมนุษย์

“หากคนหนึ่งมีความเกลียดชังในใจ แม้ได้รับพรพระสันตะปาปานับพันครั้งไม่ได้ช่วยอะไรเขาได้ ตรงข้ามคนหนึ่งเต็มเปี่ยมด้วยความรักในพระเยซูเจ้า คำสาปแช่งนับล้านครั้งทำอันตรายเขาไม่ได้” (Jame Mckarns) ศิษย์พระคริสต์ต้องชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ เหมาะสมสำหรับเป็นที่ประทับของพระเจ้า ดำเนินชีวิตเป็นตัวอย่างดีสำหรับผู้อื่น ประการสำคัญ ต้องไม่เป็นผู้นำทางตาบอดที่นำคนอื่นให้ตกในบาป

คุณพ่อขวัญ  ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร

3 สิงหาคม 2026

ภาพ : พิธีบูชาขอบพระคุณหน้าศพ, ปาตรีซิอุส นิสสัย สุวรรณเทน, ชุนชนวัดดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร; 2026-8-02