วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569

วัดนักบุญยูดา อัครสาวก ดอนเชียงคูณ

 


วัดนักบุญยูดา อัครสาวก ดอนเชียงคูณ

บ้านดอนเชียงคูณ ตำบลเชียงเครือ  อำเภอเมือง  จังหวัดสกลนคร  47000

              บ้านดอนเชียงคูณ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนที่ราบริมหนองหารห่างจากบ้านท่าแร่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 6 กิโลเมตร  ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพ ทำนา จับปลา ต้มเกลือ และรับจ้างทั่วไป

1.        ประวัติความเป็นมา

1.1 วัดแม่พระองค์อุปถัมภ์

เดิมทีเดียวได้มีครอบครัวชาวพุทธเชื้อสายของเจ้าเมืองสกลนคร 4-5 ครอบครัว อพยพจากสกลนครมาอยู่ที่บ้านดอนเชียงคูณและได้ตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้น ปี 1920 (2463) ได้มีคริสตชนจากบ้านท่าแร่อพยพมาอยู่บ้านดอนเชียงคูณจำนวน 3 ครอบครัว ได้แก่ ครอบครัวนายเบ้า ครอบครัวนายพั่ว-นางมณฑา ปาละรีย์ พร้อมบุตรธิดารวม 7 คน และครอบครัวนายจันทร์สิงห์ มรดก ได้มาประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา ต้มเกลือ และจับปลา  คุณพ่อยอแซฟ กอมบูริเออ ธรรมทูตคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (MEP) และเจ้าอาวาสวัดอัครเทวดามีคาเอลท่าแร่ ได้มอบหมายให้ธรรมทูตผู้ช่วยของท่านคือ คุณพ่อฌอง ทีโบต์ ได้ติดตามมาดูแลและอภิบาลคริสตชนกลุ่มแรกนี้  พร้อมกับได้นำครูคำสอนจากท่าแร่มาสอนคำสอนด้วย เช่น ครูบุญมี ครูผา และครูอุ่น ตามลำดับ

ในระยะเริ่มแรก คุณพ่อฌอง ทีโบต์ ได้สร้างโรงสวดเล็ก ๆ ขึ้น ลักษณะเหมือนบ้านชาวบ้านทั่วไปทำด้วยไม้ยกพื้นสูง เพื่อใช้เป็นที่พักและใช้สอนคำสอน ต่อมาช่วง ปี 1926-1927 (2469-2470) คุณพ่อฌอง ทีโบต์ ได้สร้างวัดไม้หลังเล็ก ๆ ขึ้นเป็นหลังแรก โดยให้ชื่อว่า “วัดแม่พระองค์อุปถัมภ์” พร้อมกับได้สร้างโรงเรียนของวัดขึ้นในเวลาต่อมา เพื่อให้เด็กนักเรียนบ้านดอนเชียงคูณและป่าหว้านทั้งคริสต์และพุทธได้มาศึกษาเล่าเรียน โดยมีครูนิล  ครูศรีทา ครูคำหวา และครูคำพอง เป็นครูสอน

คุณพ่อฌอง ทีโบด์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มคริสตชนและสร้างวัดหลังแรก

ปี 1930 (2473) บ้านดอนเชียงคูณมีผู้นับถือศาสนาพุทธอยู่สองส่วนและนับถือศาสนาคริสต์อยู่หนึ่งส่วน  โดยมีคุณพ่อผู้ช่วยเจ้าอาวาสอาสนวิหารอัครเทวดามีคาเอล ท่าแร่ ผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลเป็นเวลานานหลายสิบปี ในปีเดียวกันนั้นคุณพ่อเกลาดิอุส บาเย เป็นผู้มาดูแลกลุ่มคริสตชนดอนเชียงคูณต่อจากคุณพ่อฌอง ทีโบต์ ปี 1940 (2483) เกิดกรณีพิพาทอินโดจีน คริสตศาสนาถูกเบียดเบียนโดยถูกบังคับให้นับถือศาสนาพุทธ วัดและโรงเรียนของวัดถูกสั่งปิด  บรรยากาศตึงเครียดอย่างมาก  เป็นผลทำให้คริสตชนหลายคนยอมละทิ้งความเชื่อไป 

เมื่อการเบียดเบียนผ่านพ้นไป คุณพ่อซามูแอล สมุห์  พานิชเกษม จากมิสซังกรุงเทพฯได้มาเปิดวัดอีกครั้งหนึ่ง คริสตชนที่เข้มแข็งได้กลับมาปฏิบัติศาสนกิจอีกครั้งหนึ่งแต่มีจำนวนน้อยมาก  ส่วนใหญ่ละเลย เย็นเฉย และออกจากศาสนาไป หลังจากนั้นได้มีพระสงฆ์หลายองค์ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดูแลคริสตชนที่เหลือ ได้แก่ คุณพ่ออาร์โนด์, คุณพ่อยวง แฟร์ส, คุณพ่อเตอร์โน, คุณพ่อเปาโล คำเขียน อุดมเดช, คุณพ่อวิกตอร์ สีนวน  ถินวัลย์, คุณพ่ออังเยโล มาร์เกซี, คุณพ่อเปโตร วันดี พรหมสาขา ณ สกลนคร, คุณพ่อยอห์น บัปติสต์ แท่ง  ยวงบัตรี, คุณพ่อฟอร์ลัสซีนี, คุณพ่ออันเดร ฟรังซิโน, คุณพ่อเรอเน ลามูเรอ, คุณพ่อหลุยส์ เลอดึ๊ก, คุณพ่อฌอง ยักเกอแมง, คุณพ่อเปาโล สมชาย  สลับเชื้อ และคุณพ่อมีคาเอล เสนีย์  สกนธวัฒน์ ตามลำดับ

ปี 1954 (2497) คุณพ่อเปาโล ศรีนวล  ศรีวรกุล ได้มาเป็นเจ้าอาวาสโดยพักประจำที่วัดแม่พระที่พึ่งคริสตชน ป่าหว้าน คุณพ่อได้สร้างวัดไม้หลังที่สองขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของคริสตชน นอกจากนั้นยังได้เอาใจใส่ดูแลสัตบุรุษทั่งฝ่ายร่างกายและวิญญาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากจน เด็กกำพร้า ในช่วงบั้นปลายชีวิตคุณพ่อได้สร้างวัดหลังที่สามขึ้น นับว่าคุณพ่อได้ทุ่มเทและอุทิศชีวิตในการดูแลคริสตชนดอนเชียงคูณ กระทั่งวาระสุดท้ายแห่งชีวิตที่พระเจ้าได้เรียกคุณพ่อไปรับรางวัลในสวรรค์เมื่อ 31 พฤษภาคม 1982 (2525) เดือนมิถุนายน 1982 (2525) คุณพ่อยอแซฟ อินทร์  นารินรักษ์ ได้มาดูแลสืบต่องาน จนกระทั่งย้ายไปเมื่อ 14 เมษายน 1985 (2528)

คุณพ่อเปาโล พิชิต ศรีอ่อน ผู้ก่อสร้างวัดหลังที่ 4

28 เมษายน 1985 (2528) คุณพ่อเปาโล พิชิต  ศรีอ่อน ได้มาดูแล คุณพ่อเห็นว่า วัดหลังเก่าทรุดโทรมมาก จึงได้ทำการสร้างวัดหลังใหม่หลังที่สี่ขึ้น โดยได้รับความอนุเคราะห์ด้านงบประมาณจากครอบครัวคุณนิรันดร์กับคุณสุปรียา พนายางกูร  วัดหลังใหม่นี้เริ่มก่อสร้างปี 1988 (2531) และมีพิธีเสกและเปิดเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 1989 (2532) โดยพระอัครสังฆราชลอเรนซ์ คายน์  แสนพลอ่อน ต่อมาได้มีคุณพ่อยอแซฟ ตรรกวิทย์  เวียรชัย, คุณพ่อโทมัส สมเกียรติ  พลจางวาง, คุณพ่อยอห์น บันลือ  เกียรติธาตรี มาทำหน้าที่ดูแลตามลำดับ

เดือนพฤษภาคม ปี 1988 (2541) คุณพ่อเปโตร ทวีชัย  ศรีวรกุล ได้มาดูแล คุณพ่อได้ถวายพิธีบูชาขอบพระคุณสำหรับชาวดอนเชียงในคืนวันเสาร์แทนวันอาทิตย์ โดยมานอนค้างคืนที่วัดทุกวันศุกร์เพื่อจะได้มีโอกาสพบปะใกล้ชิดสัตบุรุษ นอกจากนั้นคุณพ่อได้แยกเอกสารของวัดทุกประเภทออกจากวัดป่าหว้านให้เป็นสัดส่วนสำหรับวัดดอนเชียงคูณ ได้ขุดสระน้ำข้างวัดและถมดินพื้นที่วัด 2 แห่งเพื่อใช้เป็นที่สร้างศาลาประชาคมและได้สร้างบ้านพักพระสงฆ์ เมื่อบ้านพักแล้วเสร็จได้ขอทีมแพร่ธรรมคณะภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่มาอยู่ประจำ เพื่อฟื้นฟูจิตใจสัตบุรุษและออกติดตามลูกแกะที่หลงทาง

คุณพ่อเปโตร ทวีชัย ศรีวรกุล ผู้ก่อสร้างบ้านพักพระสงฆ์

ปี 2005 (2548) คุณพ่ออันดรูว์ สำเราญ วงศ์เสงี่ยม ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดดอนเชียงคูณ สมัยแรก นับเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกที่อยู่ประจำที่ดอนเชียงคูณ คุณพ่อได้ปรับปรุงบ้านพักให้สวยงามน่าอยู่ เลี้ยงปลาที่สระน้ำที่คุณพ่อทวีชัย ศรีวรกุลขุดไว้ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ได้ทำศาลาพักผ่อนหย่อนใจสำหรับสัตบุรุษและผู้มาพบ ก่อนย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดแม่พระแห่งสายประคำศักดิ์สิทธิ์ จอมแจ้ง ปี 2008 (2551) โดยมีคุณพ่อยอห์น บอสโก สมบัติ มังทะ ได้มาเป็นเจ้าอาวาสที่ดอนเชียงคูณสมัยแรก

ปี 2013 (2556) คุณพ่ออันดรูว์ สำเราญ วงศ์เสงี่ยม ได้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดดอนเชียงคูณอีกครั้ง นับเป็นวาระที่ 2 ถือเป็นห้วงเวลาของการได้ชื่นชมกับไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกไว้ได้เติบโตให้ดอกผลและร่มเงา มีความสุขในการทำหน้าที่อภิบาลชาวดอนเชียงคูณซึ่งคุณพ่อคุ้นเคยเป็นอย่างดี และได้ทำหน้าที่สงฆ์อย่างสมบูรณ์ในฐานะเจ้าอาวาสวัดแห่งสุดท้ายของชีวิตสงฆ์ เมื่อครบวาระปี 2018 (2561) ได้ขอเกษียณอายุเข้าพักประจำที่สำนักมิสซังฯ สกลนคร

ศาลาคุณพ่ออันดรูว์ สำราญ วงศ์เสงี่ยม

1.2 วัดนักบุญยูดา อัครสาวก

ปี 2018 (2561) คุณพ่อยอห์น บอสโก สมบัติ มังทะ ได้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดดอนเชียงคูณอีกครั้งเป็นวาระที่สอง ได้สานต่องานที่ได้เริ่มไว้ตั้งแต่สมัยแรก และได้จุดประกายเรื่องการสร้างวัดใหม่กับพี่น้องดอนเชียงคูณ เนื่องจากวัดปัจจุบันเริ่มทรุดโทรมและคับแคบ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพี่น้องดอนเชียงคูณเป็นอย่างดี ในการรณรงค์สะสมทุนทรัพย์ และอธิษฐานภาวนาเพื่อโครงการก่อสร้างวัดใหม่

ปี 2020 (2563) คุณพ่อยอห์น บอสโก สมบัติ มังทะ ได้จัดฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งความเชื่อของการก่อตั้งชุมชนวัดดอนเชียงคูณ ได้ใช้เงินสะสมเพื่อโครงการก่อสร้างวัดใหม่ ด้วยการถมดินและปรับพื้นที่นาด้านหน้าวัดเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้างวัดใหม่ พร้อมกับการฟื้นฟูความเชื่อคริสตชนให้เข็มแข็ง ด้วยการสวดสายประคำตามบ้าน การประชุมกลุ่มคริสตชนพื้นฐาน (BECs) และการพัฒนาวัดในด้านต่าง ๆ

ปี 2023 (2566) คุณพ่อยอห์น บอสโก สมบัติ มังทะ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดดอนเชียงคูณอีก เป็นวาระที่สาม คุณพ่อได้สานต่อโครงการต่าง ๆ ที่ได้ริเริ่มไว้ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างวัดใหม่ ผ่านทางการอธิษฐานภาวนาต่อพระนางมารีย์  ซึ่งพระนางได้ฟังคำภาวนาของพี่น้องดอนเชียงคูณในการทำให้โครงการก่อสร้างวัดใหม่หลังที่ห้าปรากฏเป็นจริง ผ่านทางคุณมาระโก แสงชัย อภิชาติธนพัฒน์ นักธุรกิจและประธานกรรมการบริหาร บริษัทฟาติมา ดิเว็ลล๊อปเม็นท์ 2018 จำกัด และเจ้าของโรงแรม S Sriracha Hotel & Residence ได้มอบเงินเพื่อการสร้างวัดใหม่ทั้งหมดจำนวน 5 ล้านบาท

การดำเนินการก่อสร้างวัดใหม่ในชื่อ “วัดนักบุญยูดา อัครสาวก” ได้มีพิธีเสกและวางศิลารากฐานโดยพระอัครสังฆราชอันตน วีระเดช ใจเสรี โอกาสฉลองความเชื่อประจำปีและสมโภชปีศักดิ์สิทธิ์ เมื่ออังคารที่ 25 มีนาคม 2025 (2568) พร้อมด้วยคุณแสงชัย อภิชาติธนพัฒน์ ท่ามกลางความปีติยินดีอย่างล้นเหลือของพี่น้องดอนเชียงคูณ ที่ความฝันและความปรารถนาอยากได้วัดใหม่จะปรากฏเป็นจริงในไม่ช้า

การก่อสร้างวัดนักบุญยูดาอัครสาวก ดอนเชียงคูณ ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการกลางเดือนเมษายน ปี 2025 (2568) ด้วยการทำสัญญาว่าจ้างนายสุนทร ตระกูลมา (ช่างจิ) เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเฉพาะค่าแรงงาน ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแผนกก่อสร้างอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง นำโดยคุณพ่ออันฟอนโซ สุรวุฒิ สมงาม การก่อสร้างดำเนินไปด้วยดีและก้าวหน้าเป็นลำดับ โดยมีพระอัครสังฆราชอันตน วีระเดช ใจเสรี ไปตรวจเยี่ยมและดูความคืบหน้าของการก่อสร้างเป็นระยะ กระทั่งอังคารที่ 28 ตุลาคม 2025 (2568) ได้มีพิธีเสกกางเขนและยกส่วนยอดโดมของหอวัดใหม่ขึ้น ทำให้มองเห็นกางเขนและยอดวัดจากระยะไกล


การก่อสร้างวัดได้ดำเนินเรื่อยมา เมื่องานโครงสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้เริ่มงานตกแต่งภายใน การติดตั้งตู้ศีล พระแท่น บรรณฐาน ซึ่งสั่งทำขึ้นพิเศษให้สวยงามเหมาะกับวัด ส่วนม้านั่นในวัดได้ปรับปรุงม้านั่งเก่าซึ่งได้รับบริจาคจากวัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก โดยได้ทำการซ่อมแซมให้แข็งแรงและทาสีใหม่ กระทั่งเสร็จสมบูรณ์ สิ้นค่าก่อสร้างวัดทั้งหมด 5,426,999.- บาท

เมื่อการก่อสร้างวัดแล้วเสร็จ ได้ดำเนินการก่อสร้างกำแพงและรั้วด้านหน้าวัดให้สวยงามเข้ากับวัดใหม่ ทำประตู้ทางเข้าและเทถนนเข้าสู่ตัววัด ทำป้ายชื่อวัดและซุ้มแม่พระองค์อุปถัมภ์ด้านหลังป้ายชื่อวัด อีกทั้งได้ปรับภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม  จนงานทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ใช้เงินในการก่อสร้าง 630,000.- บาท รวมค่าก่อสร้างทั้งหมด 6,056,299.- บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 23 กันยายน 2026) และมีพิธีเปิดเสกวัดใหม่ พุธที่ 28 ตุลาคม 2026 เวลา 10.00 น. โดยพระอัครสังฆราชอันตน วีระเดช ใจเสรี โอกาสครบรอบ 106 ปีแห่งความเชื่อของชุมชนวัดดอนเชียงคูณ ยังความปราบปลื้มยินดีเป็นล้นพ้นของพี่น้องดอนเชียงคูณ


2.        ลำดับพระสงฆ์ผู้ดูแลและเจ้าอาวาส

วัดนักบุญยูดา อัครสาวก ดอนเชียงคูณ เป็นวัดที่ก่อตั้งโดยคุณพ่อฌอง ทีโบต์ ธรรมทูตคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (MEP) โดยมีพระสงฆ์จากอาสนวิหารอัครเทวดามีคาเอล ท่าแร่ และวัดแม่พระที่พึ่งคริสตชน ป่าหว้าน มาทำหน้าที่ดูแลตั้งแต่เริ่มแรกจนกระทั่งแยกเป็นเอกเทศและมีเจ้าอาวาสประจำ ดังนี้

2.1   คุณพ่ออันดรูว์ สำเราญ  วงศ์เสงี่ยม (วาระแรก)         ปี 2005-2008 (2548-2551)

2.2   คุณพ่อยอห์น บอสโก สมบัติ  มังทะ (วาระแรก)       ปี 2008-2013 (2551-1556)

2.3   คุณพ่ออันดรูว์ สำราญ  วงศ์เสงี่ยม (วาระที่ 2)           ปี 2013-2018 (2556-2561)

2.4   คุณพ่อยอห์น บอสโก สมบัติ  มังทะ (วาระที่ 2-3)    ปี 2018 (2561) -ปัจจุบัน

3.        ข้อมูลปัจจุบัน

3.1   วัดหลังปัจจุบัน    เป็นวัดหลังที่ 5 สร้างในสมัยคุณพ่อยอห์น บอสโก สมบัติ มังทะ ปี  2025

3.2   เจ้าอาวาส             คุณพ่อยอห์นบอสโก สมบัติ  มังทะ             087 8218518

3.3   เนื้อที่     5 ไร่

3.4   จำนวนสัตบุรุษ    25 ครอบครัว      จำนวน 95 คน

3.5   เวลามิสซา           วันอาทิตย์            เวลา 7.30 น.

3.6   กิจการคาทอลิก   สภาอภิบาลวัด, เด็กคำสอน และกลุ่มคู่สมรสเพื่อพระคริสต์







วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569

วันแห่งการทำความดี

 

วันแห่งการทำความดี

จันทร์

สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

อฟ 4:32-5:8

ลก 13: 10-17

บทอ่านแรก นักบุญเปาโลได้เตือนชาวเอเฟซัสเรื่องการดำเนินชีวิตฝ่ายจิตที่ดีต่อกัน ด้วยการมีใจเมตตากรุณา เห็นอกเห็นใจ และให้อภัยกันเหมือนที่พระเจ้าได้ทรงให้อภัยบาปเราในองค์พระคริสตเจ้า นอกนั้นยังต้องเป็นผู้เลียนแบบพระเจ้าและดำเนินชีวิตด้วยความรัก เหมือนที่พระคริสต์ทรงรักเรา อีกทั้งต้องละทิ้งพฤติกรรมของความมืด อาทิ การล่วงประเวณี การพูดจาหยาบคาย หรือพูดเรื่องไร้สาระที่ไม่สมควร และไปดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่าง

พระเยซูเจ้าทรงสังเกตเห็นหญิงหลังค่อม ยืดตัวตรงไม่ได้ และทรงสงสาร พระองค์สามารถรอคอยได้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งเรื่องการรักษากฎวันสับบาโต แต่หญิงคนนั้นได้รับความทุกข์ทรมานมาสิบแปดปีแล้ว ทรงแสดงความเมตตาด้วยการช่วยหญิงหลังค่อม เพื่อทำให้บทบัญญัติของพระเจ้าสมบูรณ์ พระองค์ทรงทราบดีว่า เมื่อทรงกระทำเช่นนั้นในวันสับบาโต ย่อมเกิดความขัดแย้งกับฟาริสีอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่พระองค์ไม่ทรงลังเลในการทำความดี

พระเยซูเจ้าทรงเห็นความต้องการของหญิงที่ถูกปีศาจสิงและหลังค่อมมา 18 ปี พระองค์ทรงรักษาเธอในทันที “พระองค์ทรงปกพระหัตถ์เหนือนาง ทันใดนั้นนางก็ยืดตัวตรงและถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า” (ลก 13:13) ทรงต้องการแสดงให้เห็นว่า พระองค์เสด็จมาในโลกเพื่อช่วยมนุษย์ และปลดปล่อยมนุษย์ให้เป็นอิสระจากภาระของกฎหมาย ที่ให้คุณค่ากฎเกณฑ์มากกว่าความเป็นมนุษย์

การรักษาหญิงหลังค่อมแสดงถึงความเมตตากรุณาของพระเยซูเจ้าต่อคนเจ็บป่วย คนยากจน และคนที่อยู่ในสภาพน่าเวทนา ซึ่งเป็นภาพพจน์ของมนุษย์ที่ไร้อิสรภาพ อีกทั้ง ได้ให้ความหมายใหม่ของวันสับบาโตว่าเป็น วันของพระเจ้า วันแห่งการทำความดี วันแห่งการช่วยคน วันแห่งการสรรเสริญและโมทนาคุณพระเจ้า ทรงทำให้เห็นว่า กฎหมายมีไว้สำหรับมนุษย์ ทรงเรียกร้องให้เราใช้สามัญสำนึก และคำนึงถึงความเดือดร้อนของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

บ่อยครั้งเรามีข้ออ้างสารพัดเพื่อไม่ต้องทำดี ไม่ต้องช่วยคน หรือไม่ต้องมาวัด เราต้องจำนนต่อความรักและความเมตตาหาที่สุดมิได้ของพระเจ้า อีกทั้ง ต้องให้กำลังใจและช่วยคนที่พยายามทำดี ศิษย์พระคริสต์ต้องไม่ลังเลในการทำความดีเพื่อเห็นแก่พระเจ้า  โดยเฉพาะในการช่วยเหลือคนจนและคนทุกข์ยากเดือดร้อน มีความกล้าหาญในการทำความดี การยืนหยัดในความดีและความถูกต้องชอบธรรม และเลียนแบบอย่างพระเยซูเจ้าในการทำความดีทุกเวลา

คุณพ่อขวัญ  ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร

25 ตุลาคม 2026

ภาพ : การส่งศีลมหาสนิท, มอนีกา บุญปัน ไชยดวง, วัดดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร; 2026-10-25