วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562

การเผยแสดงของพระเจ้า

 การเผยแสดงของพระเจ้า 
อาทิตย์
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
ปี C
ปฐก 15:5-12, 17-18
ฟป 3:20-4:1
ลก 9:28-36
บทนำ
เวลาเป็นเด็กเราคงเคยศึกษาวงจรชีวิตผีเสื้อซึ่งแตกต่างจากบรรดาแมลงทั่วไป ผีเสื้อมีวงจรชีวิต 4 ระยะ ได้แก่ ระยะไข่ (Egg Stage) ระยะหนอน หรือบุ้ง (Caterpillar Stage) ระยะดักแด้ (Chrysalis Stage) และระยะเจริญวัย (Adult Butterfly Stage) โดยเฉพาะขั้นตอนการเปลี่ยนจากตัวหนอนเป็นดักแด้ที่ต้องอยู่ภายในเปลือกดักแด้ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่การพัฒนาเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นระยะของการสะสมอาหารก่อนดันตัวออกมาจากรังดักแด้ กลายเป็นผีเสื้อมีสีสันสวยงาม
เทศกาลมหาพรต เป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูชีวิตคริสตชนตลอด 40 วันเหมือนหนอนผีเสื้ออยู่ในดักแด้ เพื่อการกลับใจมาหาพระเจ้า มหาพรตคือ “มาหาพระ” ละทิ้งชีวิตเก่าที่ไม่ดีหันมาหาพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง ผ่านทางการอธิษฐานภาวนา (ปฏิบัติกิจศรัทธาเป็นพิเศษ) การพลีกรรมใช้โทษบาป (ลด ละ เลิก สิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ) และการทำบุญให้ทาน (ปฏิบัติกิจเมตตาเป็นพิเศษ) เพื่อทำให้ชีวิตคริสตชนของเราเติบโตและกลับคืนชีพพร้อมกับพระคริสตเจ้า
บทอ่านวันนี้พูดถึงการเผยแสดงของพระเจ้าต่อประชากรที่ทรงเลือกสรร ทรงทำพันธสัญญากับอับราฮัมและบุตรหลาน ด้วยการมอบแผ่นดินพันธสัญญาที่อุดมด้วยน้ำนมและน้ำผึ้งและให้เป็นชนชาติใหญ่ อับราฮัมตอบสนองด้วยความเชื่อวางใจพระเจ้า ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งความเชื่อ นี่คือจุดเริ่มต้นการเผยแสดงของพระเจ้า โดยมีอับราฮัมและประชากรอิสราเอลเป็นตัวแทน และบรรลุถึงความสมบูรณ์ในองค์พระเยซูเจ้าผู้รับเอากายบังเกิดเป็นมนุษย์
1.       การเผยแสดงของพระเจ้า
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงเผยแสดงให้เห็นว่า พระองค์เป็นบุตรสุดที่รักของพระบิดา ซึ่งเป็นการแสดงให้อัครสาวกเปโตร ยากอบ และยอห์นได้เห็น และเป็นพยานถึงความยิ่งใหญ่และพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นหลังจากพระองค์ได้ตรัสทำนายถึงพระทรมานของพระองค์เป็นครั้งแรก บุตรแห่งมนุษย์จะต้องรับทรมานเป็นอันมาก... และจะถูกประหารชีวิต แต่จะกลับคืนชีพในวันที่สาม (ลก 9:22) พระองค์ทรงเลือกหนทางแห่งไม้กางเขน เพื่อนำพามนุษย์กลับไปหาพระบิดาเจ้า และการประจักษ์พระวรกายบนภูเขาทาบอร์เป็นภาพล่วงหน้าของเหตุการณ์บนไม้กางเขน และพระสิริรุ่งโรจน์ที่มนุษย์จะได้รับ
เป้าหมายของพระเยซูเจ้าในการเผยแสดงพระองค์ให้อัครสาวกที่ทรงเลือกทั้งสาม เพื่อยืนยันถึงแผนการของพระบิดาเจ้าสวรรค์ ที่ทรงมอบบุตรสุดที่รักของพระองค์ให้รับทนทรมาน สิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพ อีกทั้ง ทรงประสงค์ให้สาวกของพระองค์ได้รับรู้ถึงสภาวะพระเจ้าของพระองค์ เพื่อช่วยพวกเขาให้ละทิ้งความทะเยอทะยานฝ่ายโลกที่มองพระผู้ไถ่เป็นผู้นำทางการเมือง ทั้งนี้เพื่อทำให้พวกเขาได้มีความเข้มแข็งในยามที่ต้องเผชิญกับการทดลอง
นักบุญลูกาเน้นการอธิษฐานภาวนาของพระเยซูเจ้า ทรงเสด็จขึ้นภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนา ขณะกำลังอธิษฐานภาวนานาพระพักตร์ของพระองค์ได้เปลี่ยนไป และฉลองพระองค์มีสีขาวเจิดจ้า (ลก 9:29) การอธิษฐานภาวนาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เพื่อมีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าและได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ การสนทนากับโมเสสและเอลียาห์เผยแสดงให้เห็นแผนการของพระบิดาเจ้า ที่มีความสำคัญยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์อิสราเอล และบรรลุความสมบูรณ์ผ่านทางการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า
2.       บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก เราต้องเชื่อวางใจพระเจ้าเช่นเดียวกับอับราฮัม ที่เชื่อและวางใจพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม พระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับอับราฮัมและบุตรหลานของท่าน และอับราฮัมได้ตอบสนองพันธสัญญานี้ด้วยความเชื่อและความวางใจพระเจ้า อับราฮัมได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งความเชื่อ ผู้เป็นแบบอย่างสำหรับคริสตชนทุกยุคสมัย
ประการที่สอง เราต้องแบกไม้กางเขนและฟังเสียงของพระเยซูเจ้า โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่เราอยู่ในความทุกข์และสิ้นหวัง ให้เราได้มอบความอยากลำบากทุกอย่างและการพลีกรรมใช้โทษบาปตลอดเทศกาลมหาพรตนี้ เพื่อร่วมในพระมหาทรมานของพระองค์ เพื่อกลับคืนชีพและมีส่วนในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ ประการสำคัญ เราต้องฟังเสียงของพระองค์ที่ตรัสกับเราผ่านทางพระวาจาที่เราได้ฟัง และบุคคลต่าง ๆ ที่ตักเตือนเรา
ประการที่สาม เราต้องตั้งใจร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความเข้มแข็ง ที่พระเยซูเจ้าทรงเปลี่ยนปังและเหล้าองุ่นให้กลายเป็นพระกายและพระโลหิตของพระองค์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังสำหรับบรรดาศิษย์ ให้สามารถเอาชนะการทดลองและฟื้นฟูชีวิตของตนตลอดเทศกาลมหาพรต ศีลมหาสนิทที่รับต้องเปลี่ยนชีวิตและจิตใจของเรา ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ดีของพระเจ้าในการรัก รับใช้ และให้อภัยกันด้วยความสุภาพ และปราศจากความเห็นแก่ตัว
บทสรุป
พี่น้องที่รัก ให้เราทำตามพระสุรเสียงของพระบิดาเจ้าที่ตรัสกับศิษย์ทั้งสามคนบนภูเขาทาบอร์ จงเชื่อฟังพระองค์เถิด ยอมรับ หนทางแห่งไม้กางเขน เป็นหนทางชีวิตของบรรดาศิษย์ติดตามพระองค์ เราต้องผ่านกางเขนเพื่อได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ ทั้งนี้เพราะไม้กางเขนเป็นแบบอย่างแห่งความรัก และการมอบชีวิตเพื่อไถ่บาปมนุษย์ทั้งหลาย
คริสตชนไม่เพียงเดินรูป 14 ภาคที่วัดทุกวันศุกร์เท่านั้น แต่ต้องแบกไม้กางเขนของตน และเดินตามรูปแบบชีวิตพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขนทุกวันตลอดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในความรักและการให้อภัยเพื่อนมนุษย์ด้วยใจกว้าง เริ่มจากในครอบครัวของเราก่อน แล้วขยายไปสู่เพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้าง เพราะนี่คือการดำเนินชีวิตคริสตชนแท้ บนหนทางแห่งไม้กางเขนที่พระเยซูเจ้าทรงมอบแก่เรา ซึ่งพระศาสนจักรเรียกร้องเป็นพิเศษในเทศกาลมหาพรตนี้
ขวัญ ถิ่นวัลย์, เทศกาลมหาพรต 40 วันแห่งการฟื้นฟูชีวิตคริสตชน, (สกลนคร: สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2561), หน้า 46-49.
ภาพ : พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระวรกาย, วัดแห่งการประจักษ์บนภูเขาทาบอร์, กาลิลี, อิสราเอล; 2018-04-23

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น