วันศุกร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2560

การตื่นเฝ้าปัสกา

การตื่นเฝ้าปัสกา
วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์
คืนตื่นเฝ้าปัสกา
เสกน้ำเสกไฟ
อพย 14:15-15:1
รม 6:3-11
มธ 28:1-10

วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคืนที่คริสตชนทั่วโลกตื่นเฝ้าและรอคอยการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าด้วยความหวัง นักบุญเอากุสตินได้ให้คำจำกัดความการฉลองวันนี้ว่าเป็นหัวใจของปีพิธีกรรมและศูนย์กลางของการฉลองใดๆ ในพระศาสนจักร เนื่องจากเป็นค่ำคืนที่พระเยซูเจ้าทรงชนะบาปและความตาย สู่การกลับคืนพระชนมชีพ ถือเป็นเทศกาลแห่งการเกิดใหม่และความชื่นชมยินดีในพระศาสนจักร
บทอ่านต่างๆ ได้เล่าถึงประวัติศาสตร์แห่งความรอด พระเจ้าทรงสร้างทุกอย่างดีแต่มนุษย์ได้ทำบาป กระนั้นก็ดี พระเจ้ายังทรงสัญญาจะช่วยมนุษย์และทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญา ทรงช่วยให้พ้นจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ ทรงส่งพระเยซูเจ้ามาบังเกิดเป็นมนุษย์และยกพระองค์ขึ้นจากความตาย ทำให้เรามีส่วนในความตายของพระองค์ผ่านทางศีลล้างบาป กลับคืนชีพและมีส่วนในชีวิตนิรันดรกับพระองค์
พิธีกรรมวันนี้ได้แสดงถึงความเชื่อมโยงระหว่างวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์และวันอาทิตย์ปัสกา พระทรมานและการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าได้ก่อให้เกิดธรรมล้ำลึกปัสกา “พระคริสตเจ้าทรงสิ้นพระชนม์ พระคริสต์เจ้าทรงกลับคืนชีพ และพระคริสตเจ้าจะเสด็จมาอีกครั้งหนึ่ง” อาศัยการสิ้นพระชนม์พระองค์ได้ทำลายความตาย และแสดงให้เห็นถึงความนอบน้อมเชื่อฟังต่อพระบิดา อาศัยการกลับคืนพระชนมชีพพระองค์ได้ฟื้นฟูชีวิตของเราใหม่ (รม 6:4) และที่สุด พระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งในพระสิริรุ่งโรจน์
ผ่านทางไม้กางเขนและการกลับคืนพระชนมชีพพระเยซูเจ้าได้ปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระ หากปราศจากการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ การส่งพระจิตเจ้าและธรรมล้ำลึกปัสกาจะไม่สมบูรณ์ พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ครั้งเดียวเพื่อทุกคนบนไม้กางเขน แต่โลหิตและน้ำจากสีข้างของพระองค์ยังคงไหลอยู่ทุกวัน พระโลหิตของพระองค์หมายถึงการไถ่กู้เพื่อนำทุกคนที่กำลังทนทุกข์ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวในพระองค์ น้ำหมายถึงชีวิตที่พระองค์ทรงมอบแก่เราผ่านทางพระศาสนจักรและศีลศักดิ์สิทธิ์
พระวรสารวันนี้ พูดถึงมารีย์ชาวมักดาลาและพวกผู้หญิงรีบไปที่พระคูหาแต่เช้าตรู่ เพื่อเคารพและชโลมพระศพ พวกเธอพบพระคูหาว่างเปล่าเพราะพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว นับเป็นกลุ่มแรกที่ไปที่พระคูหา พบพระคูหาว่างเปล่าและได้ยินคำยืนยันของทูตสวรรค์ว่า “พระองค์มิได้ประทับอยู่ที่นี่ เพราะทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว” (มธ 28:6) อีกทั้งยังเป็นพวกแรกที่ประกาศความจริงเกี่ยวกับการกลับคืนพระชนมชีพให้อัครสาวกทราบ
พระเยซูเจ้าได้กลับคืนพระชนมชีพแล้ว ทรงพระชนม์อยู่ และประทับอยู่ท่ามกลางเรา นี่คือหัวใจของการฉลองในค่ำคืนนี้ เราจะประกาศข่าวดีนี้อย่างไร ข่าวดีแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ควรแสดงออกในชีวิตของเรา ยกชีวิตของเราให้สูงขึ้นโดยปราศจากความเห็นแก่ตัว ความหยิ่งจองหองและอคติ ศิษย์พระคริสต์ต้องดำเนินชีวิตเป็นพระเยซูเจ้าอีกองค์หนึ่ง และเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้เป็นเหมือนพระองค์ผู้เป็นแสงสว่างของโลก ให้ชีวิตของเรานำความหวัง สันติสุข ความชื่นชมยินดี ความช่วยเหลือ และนำทุกคนไปสู่บ้านพระบิดาเจ้า
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์
14 เมษายน 2017

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น