วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2561

เวลาแห่งพระสิริรุ่งโรจน์


เวลาแห่งพระสิริรุ่งโรจน์
วันอาทิตย์
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต
ปี B
ยรม 31: 31-34
ฮบ 6: 7-9
ยน 12: 20-33
บทนำ
มีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่งขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังเดินเล่นตามชายหาด เขาสังเกตเห็นเด็กชายคนหนึ่งกำลังเก็บบางสิ่งบางอย่างโยนลงทะเล เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ได้ถามว่า “หนูกำลังทำอะไร” เด็กนั้นตอบว่า “ผมกำลังเก็บปลาดาวโยนกลับลงทะเล คลื่นซัดมันขึ้นมาเกยตื้น หากไม่มีใครโยนมันกลับลงไปมันคงตายแน่ๆ” ชายนั้นพูดกับเขาว่า “ลูกเอ๋ย มีปลายดาวมากมายอย่างนี้และชายหาดยาวหลายกิโลเมตร หนูคงไม่สามารถทำให้เกิดความแตกต่างขึ้นได้”
เด็กชายฟังคำแนะนำจากชายนั้นอย่างสุภาพ เขาก้มลงเก็บปลาดาวตัวหนึ่งและโยนลงทะเล เขายิ้มให้ชายนั้นและพูดว่า “ดูสิครับ ผมทำให้เกิดความแตกต่างขึ้นกับปลาดาวตัวนี้” เรื่องเล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังในตัวเราแต่ละคน ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในชีวิตของผู้คนมากมาย ในครอบครัว สังคม และหมู่คณะของเราได้
พระวรสารวันนี้ท้าทายเราให้สร้างความแตกต่างในชีวิตของผู้คน โดยการถ่อมตนรับใช้ผู้คนที่อยู่รอบตัวเรา ในครอบครัว ในที่ทำงาน และในสังคมของเรา พระเยซูเจ้าได้ประกาศว่าเวลาแห่งพระสิริรุ่งโรจน์ของพระผู้ไถ่มาถึงแล้ว เป็นเวลาที่บุตรแห่งมนุษย์ต้องรับทนทรมานและมอบชีวิตของพระองค์เพื่อผู้อื่น การตายต่อบาปและตายต่อตนเอง ทำให้เราสามารถมอบชีวิตของเราเองเพื่อรับใช้คนอื่นได้เช่นเดียวกัน
1.        เวลาแห่งพระสิริรุ่งโรจน์
พระวรสารวันนี้บอกให้เราทราบว่ามีชาวกรีกบางคนรู้สึกประทับใจพระเยซูเจ้า พวกเขาได้มาหาฟิลิปบอกว่าอยากพบพระองค์ พระเยซูเจ้าได้ใช้โอกาสนี้ประกาศว่าพระองค์เป็นบุตรแห่งมนุษย์ที่ประกาศกดาเนียลกล่าวถึง และเวลาแห่งพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์มาถึงแล้ว พระองค์ได้ทำให้พวกเขาได้เข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับพระผู้ไถ่ มิใช่ผู้มีอำนาจทางการเมืองแต่เป็นผู้ยอมรับการทรมาน การสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพ
เวลาแห่งพระสิริรุ่งโรจน์สำหรับบุตรแห่งมนุษย์ เป็นเวลาที่พระเยซูเจ้าทรงทำให้พระบิดาเจ้าได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ และพระองค์ทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์จากพระบิดา เป็นเวลาแห่งการรวบรวมมนุษย์เข้าในงานไถ่กู้ของพระเจ้า การที่พระองค์ถูกยกขึ้นบนไม้กางเขนทำให้พระบิดาได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ เตือนใจเราว่า เราสามารถทำให้พระเจ้าได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ ด้วยการยอมรับไม้กางเขนที่พระบิดาเจ้าประทานให้ด้วยความเต็มใจ
คำอุปมาเรื่องเมล็ดข้าวที่ตกลงดินและตายไป พระเยซูเจ้าได้อธิบายให้บรรดาศิษย์ได้เข้าใจว่า โดยการทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ได้นำชีวิตและปลดปล่อยโลกให้พ้นจากบาป เหมือนเมล็ดข้าวที่เปื่อยเน่าและก่อให้เกิดผลมากมาย ในทำนองเดียวกัน เมื่อเราตายต่อบาปและตายต่อตนเอง เราจะเกิดใหม่ในองค์พระเยซูเจ้า การถูกฝังในดินหมายถึงการหลีกหนีบาป ยอมรับทนทรมานและเจริญชีวิตเพื่อผู้อื่น
2.        บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ได้ให้บทเรียนและแนวปฏิบัติในชีวิตประจำวันสำหรับเราหลายประการ
ประการแรก เพื่อได้รับชีวิตนิรันดรเราต้องตายต่อตนเอง พระเยซูเจ้าทรงสอนเราว่า การตายได้ทำให้เกิดชีวิตใหม่ “เลือดของมรณสักขีคือเมล็ดพันธ์ชั้นดีของพระศาสนจักร” การที่พวกเขาได้ยอมรับการทรมานและความตาย ได้ทำให้พระศาสนจักรเจริญเติบโตและเป็นปึกแผ่นมั่นคง การตายต่อตัวเองทีละเล็กละน้อย ตายต่อความเห็นแก่ตัวและอคติ เหมือนเปลวเทียนที่ละลายตัวเอง ทำให้เรากลายเป็นบุตรของพระเจ้าและสมาชิกของพระศาสนจักร
ประการที่สอง เพื่อได้รับพระสิริรุ่งโรจน์เราต้องรับใช้ผู้อื่น พระเยซูเจ้าทรงสอนเราว่า กระแสเรียกแห่งการเป็นคริสตชนคือ การรับใช้ เราต้องใช้พระพรและความสามารถต่างๆ ที่มีรับใช้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้องของเรา นักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตาเป็นตัวอย่างสำหรับเราในการอุทิศตนรับใช้คนยากจนที่สุดในเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย  ท่านสอนสมาชิกในคณะว่า “ความเชื่อในภาคปฏิบัติคือ ความรัก และความรักในภาคปฏิบัติคือ การรับใช้”
ประการที่สาม เราต้องเจริญชีวิตด้วยความเสียสละ เราต้องใช้เวลาตลอดเทศกาลมหาพรตนี้ ในการสละตนเองและบางสิ่งที่มี เพื่อแบ่งปันให้ผู้ที่เดือดร้อนและอยู่ในฐานะด้อยกว่าเรา ดังคำกล่าวของจอห์น เวสลีย์ (John Wesley) “จงทำความดีทุกอย่างที่ท่านสามารถทำได้ ด้วยเครื่องมือทุกอย่างที่ท่านสามารถทำได้ ด้วยวิธีการต่างๆ ที่ท่านสามารถทำได้ ในทุกสถานที่ที่ท่านสามารถทำได้ กับทุกคนที่ท่านสามารถทำได้ ตราบเท่าที่ท่านยังสามารถกระทำมันได้”
บทสรุป
พี่น้องที่รัก ความตายสำหรับคนทั่วไปหมายถึงการสิ้นสุดของทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สำหรับพระเยซูเจ้า ความตายเป็นการทำให้ชีวิตและพันธกิจของพระองค์บรรลุความสมบูรณ์ พระเยซูเจ้าทรงเชื้อเชิญเราให้ออกจากตัวเอง ด้วยการตายต่อตัวเองทีละเล็กละน้อย ตายต่อความเห็นแก่ตัวทุกอย่างที่เรามี พร้อมรับใช้กันและกันและสละบางสิ่งบางอย่างเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือในเทศกาลมหาพรตนี้
เรากำลังเดินทางเข้าใกล้สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ศิษย์พระคริสต์ต้องเลียนแบบพระเยซูเจ้าในการน้อมรับและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า ผ่านทางการรับทนทรมานและความตายบนไม้กางเขน เพื่อจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์พร้อมกับพระบิดาเจ้า ให้เราวอนขอพระพรจากพระเจ้าผ่านทางคำเสนอวิงวอนของพระนางมารีย์ เพื่อให้ความรักและการให้อภัยของพระองค์เปิดดวงใจเรา ให้สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองและเตรียมสมโภชปัสกาที่กำลังจะมาถึง
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com
San Tomasso Ashram, วัดแม่พระแห่งภูเขาการ์แมล ป่าพนาวัลย์
17 มีนาคม 2018
ที่มาภาพ: http://www.bethimmanuel.org/audio/more-conquerors

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น