วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ศาลาศานติคาม


ศาลาศานติคาม: ฝันที่เป็นจริงของคริสตชนโพนสวาง

วัดพระนามเยซู โพนสวาง ตำบลหนองแวงใต้ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร เป็นวัดหนึ่งในอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ที่อยู่ในความดูแลของวัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานคู่กับวัดนาบัว เนื่องจากคริสตชนโพนสวางคือชาวนาบัว ที่มาตั้งบ้านเรือนทำเลือกสวนไร่ในในบริเวณทุ่ง “นาเงาะ” เมื่อร่วม 80 ปีก่อน สมัย คุณพ่อยอห์นบัปติสต์ แท่ง ยวงบัตรี เป็นเจ้าอาวาส (ค.ศ. 1932-1949)
 การถมดินและปรับพื้นที่ก่อสร้าง (17 กุมภาพันธ์ 2012)
 การโค่นไม้ประดู่ที่สุสานเก่าเพื่อทำเป็นไม้เครื่อง
 หลุมเสาขนาดกว้าง 80 ซ.ม. ลึก 1 เมตร จำนวน 6 หลุม

เดิมทีเดียวบรรพชนชาวโพนสวางตั้งบ้านเรือนตามที่นาของตน ซึ่งต่างประสบปัญหาน้ำท่วมถึงทุกปี ต่อมาได้พากันย้ายบ้านเรือนมาตั้งบนที่สูงน้ำท่วมไม่ถึงที่เรียกว่า “โคกแมงดั้น” เมื่อมีคนมาอยู่อาศัยมากขึ้นได้ตั้งเป็นหมู่บ้านอย่างเป็นทางการโดยให้ชื่อว่า “บ้านโพนสวาง” อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ปัจจุบันร่างของผู้บุกเบิกยังคงฝังอยู่ที่สุสานเก่าที่ติดกับลำห้วย  กระทั่งเมื่อมีการสร้างวัดหลักแรกสมัยคุณพ่อยอแซฟ อินตา นันสีทอง (ค.ศ. 1957-1966) จึงได้ใช้ผืนป่าสาธารณะหลังวัดเป็นสุสานใหม่ ซึ่งทุกปีลูกหลานชาวโพนสวางจะมาร่วมพิธีภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ ณ สุสานแห่งนี้ แม้จะยังไม่มีสถานที่สำหรับใช้ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม
 เริ่มตั้งเสาตั้นแรก วันที่ 1 พฤษภาคม 2012
 เป็นเสาไม้เต็งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40-50 เซนติเมตร สูง 4 เมตร
 เริ่มตั้งจั่วขนาดสูง 4 เมตร วันที่ 6 พฤษภาคม

วันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 2011 (พ.ศ. 2554) หลังเสกสุสาน คุณพ่อดาเนียล ขวัญ ถิ่นวัลย์ เจ้าอาวาส ได้จุดประกายเรื่องศาลาพักญาติที่สุสาน เพื่อใช้เป็นที่วางศพและประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ในโอกาสเสกสุสานในอนาคต ซึ่งทุกคนต่างเห็นดีด้วย โดยเฉพาะคุณพ่อธวัสไชย ผิวยะเมือง พระสงฆ์คณะคามิลเลียน ลูกวัดหนึ่งเดียวของวัดโพนสวางอาสาจะช่วยหาทุนเพื่อโครงการนี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) คุณพ่อได้มอบเงินจำนวน 100,000.- บาท ที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อโครงการนี้แก่ทางวัด
 เริมต่อปีกข้างโดยรอบ วันที่ 12 พฤษภาคม
 งานโครงสร้างแล้วเสร็จและเริ่มมุงหลังคา 27 พฤษภาคม
 เมื่อเทคานคอดินแล้วเสร็จ 28 พฤษภาคม

ส่วนพี่น้องชาวโพนสวางได้มีส่วนในโครงการนี้ ด้วยการบริจาคไม้และเงินตามกำลังความสามารถของแต่ละคน เมื่อทุกอย่างพร้อมทางวัดได้ว่าจ้างช่างโดยตกลงราคาค่าแรงสำหรับโครงการนี้ในวงเงิน 50,000.- บาท และเริ่มการก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555)  การก่อสร้างได้ดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์ มีพิธีเสกพระแท่นบูชาในคืนวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน โอกาสภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับโดยคุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
 งานเทพื้นคอนกรีตช่วงสุดท้าย 22 ตุลาคม
 กว่าจะมาเป็นกางเขนใหญ่หลังพระแท่น
 เตรียมไม้ขวางพาดกับเสาเพื่อทำเป็นกางเขน 25 ตุลาคม

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวัดโพนสวาง ที่มีการจุดเทียนและพิธีบูชาขอบพระคุณที่สุสานในเวลากลางคืนก่อนวันเสกสุสาน ทั้งนี้ เพื่อภาวนาอุทิศให้บรรดาธรรมทูต คุณพ่อเจ้าอาวาสในอดีตและบรรพชนชาวโพนสวาง จึงมีลูกหลานชาวโพนสวางมาร่วมจุดเทียน ภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับและเฉลิมฉลองศาลาใหม่นี้เป็นจำนวนมาก ทำให้สุสานที่เคยเงียบสงบสว่างไสวไปด้วยแสงเทียนและไฟฟ้าที่เดินสายใหม่มาจนถึงสุสาน
 ตอไม้ก่อนจะกลายมาเป็นพระแท่นและที่อ่านบทอ่าน
 การติดตั้งเสาไฟคอนกรีตขนาดสูง 5 เมตรไปยังสุสาน 28 พฤษภาคม
 พิธีเสกพระแท่นบูชาและมิสซาอุทิศให้ผู้ล่วงลับ 3 พฤศจิกายน

วันรุ่งขึ้น วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) ได้มีพิธีเสกศาลาซึ่งให้ชื่อว่า “ศาลาศานติคาม” (บ้านแห่งความสุขสงบ) อย่างเป็นทางการ โดยคุณพ่อยอแซฟ สมยศ พาพรหมฤทธิ์ อดีตเจ้าอาวาส (ค.ศ. 1998-2003) ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณสมโภชนักบุญทั้งหลายและเสกสุสานในปีนี้ ซึ่งคุณพ่อได้เตือนคริสตชนโพนสวางให้ตระหนักในพระพรแห่งความเชื่อ ที่แต่ละคนได้รับการประทับตราศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่วันที่เรารับศีลล้างบาป และจะต้องทำให้ความเชื่อนี้เติบโตยิ่งขึ้นในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน เมื่อใดก็ตามที่เราเชื่อและอยู่ในองค์พระเจ้าเราก็จะมีกำลังใจและรู้ว่าควรทำสิ่งใด
 ชาวโพนสวางที่มาร่วมพิธีเสกพระแท่นและพิธีมิสซา
 หลังมิสซามีการกินอาหารร่วมกัน
 และเฉลิมฉลองศาลาใหม่กันอย่างสนุกสนาน

ศาลาศานติคาม หรือ “บ้านแห่งความสุขสงบ” หลังนี้ จึงเป็นความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวโพนสวาง ทำให้ฝันของพวกเขาที่ต้องการมีศาลาพักญาติและสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่สุสานปรากฏเป็นจริง อีกทั้งเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและความร่วมแรงร่วมใจกันของพี่น้องคริสตชนโพนสวางทุกคนที่มีส่วนทำให้โครงการนี้สำเร็จ และเป็นหน้าที่ของพี่น้องชาวโพนสวางทุกคนจะต้องช่วยกันสืบสานความเชื่อที่บรรพชนได้ส่งมอบให้กับพวกเขาต่อไป ตราบนานเท่านาน
 พิธีเสกศาลาและสมโภชนักบุญทั้งหลาย 4 พฤศจิกายน
 โดยคุณพ่อสมยศ พาพรหมฤทธิ์ อดีตเจ้าอาวาส
 มีลูกหลานชาวโพนสวางมาร่วมเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณผู้มีอุปการคุณทุกคนที่มีส่วนทำให้ “ศาลาศานติคาม” ฝันของคริสตชนโพนสวางเป็นจริง เพราะลำพังชาวโพนสวางซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ทำนาและมีฐานะยากจน คงไม่สามารถสร้างศาลาที่สวยงามนี้ให้สำเร็จได้ ขอพระเจ้าได้ประทานพระอันอุดมมายังทุกคน ให้มีความสุขความเจริญ ประสบผลสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน ตามที่มุ่งหวังทุกประการ
 พระแท่นและที่อ่านพระคัมภีร์ที่ทำมาจากตอไม้
 หลังมิสซามีการเสกสุสานและรับประทานอาหารร่วมกัน
 ลูกหลานโทมัส สังกา วงศ์บัว ครูคำสอนที่ถูกฆ่าตายขณะทำหน้าที่
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com
วัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว
7 พฤศจิกายน 2012

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น