วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ความอดทนของพระเจ้า


ความอดทนของพระเจ้า
เสาร์
สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา
ยรม ึ7:1-11
มธ 13:24-30
พระวรสารวันนี้เตือนเราให้รู้จักอดทนและให้โอกาส มองเห็นความดีของกันและกัน ไม่ตัดสินใครว่าดีหรือไม่ดี น่าไว้ใจหรือไม่น่าไว้ใจ แต่ควรเลียนแบบพระเจ้าผู้ทรงอดทนและให้โอกาสทุกคน “พระองค์โปรดให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นเหนือคนดีและคนชั่ว โปรดให้ฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม” (มธ 5:45) โดยทั่วไป เรามักจำแนกสิ่งดีและไม่ดีจากสิ่งที่ปรากฏภายนอก แต่พระเจ้าทรงมองลึกเข้าไปถึงสิ่งที่อยู่ในใจ
อุปมาเรื่อง “ข้าวละมาน” พระเยซูเจ้าต้องการบอกว่า เราเป็นเนื้อนาของพระเจ้า เป็นดินที่ทรงหว่านเมล็ดพันธุ์ดีให้เจริญเติบโต และเป็นหมู่คณะที่ทรงเจิมด้วยพระจิตเจ้า อุปมาได้แสดงให้เห็นถึงความอดทนและพระทัยเมตตาของพระเจ้า ทรงปล่อยให้คนดีกับคนไม่ดีอยู่ด้วยกันในโลก เพื่อให้โอกาสคนไม่ดีได้กลับใจก่อนถึงวาระสุดท้ายและรับการลงโทษ “จงปล่อยให้ข้าวสองชนิดงอกงามขึ้นด้วยกันจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว” (มธ 13:30)
พระเจ้าทรงเรียกร้องให้เราอดทนต่อความผิดพลาดของกันและกัน ไม่มองใครว่าเป็นคนชั่ว เป็นวัชพืชที่ต้องกำจัดทิ้ง เพราะในความเป็นจริงตัวเราเองก็มีทั้งความดีและความไม่ดี นักบุญเปาโลเป็นผู้ที่ตระหนักถึงธรรมชาติของความดีและความชั่วในตัวท่าน “เมื่อใดข้าพเจ้าอยากทำดี เมื่อนั้นความชั่วก็มาอยู่ใกล้ข้าพเจ้าเสมอ...” (รม 7:21-25) และตระหนักว่า ในความอ่อนแอมีความช่วยเหลือ “พระหรรษทานของเราเพียงพอสำหรับท่าน” (2 คร 12:9)
อุปมาบอกให้เราทราบว่า การพิพากษายังมาไม่ถึงโดยทันที ต้องรอถึงวาระสุดท้ายและเป็นหน้าที่ของพระเจ้า เป็นเวลาของการเก็บเกี่ยวที่มีการแยกข้าวละมานออกจากข้าวพันธุ์ดี แยกปลาดีจากปลาเน่าเสีย (มธ 13:47-50) แยกแกะออกจากแพะ (มธ 25:31-46) สิ่งที่เราพึงกระทำคือร่วมมือกับพระหรรษทานของพระเจ้า ในการกำจัดข้าวละมานแห่งความเห็นแก่ตัว ความโลภ ความอิจฉาริษยา และความเกลียดชังให้ออกไปจากใจเรา
ผู้หว่านอนุญาตให้ข้าวพันธุ์ดีและข้าวละมานเติบโตขึ้นด้วยกัน แสดงถึงความอดทนและให้โอกาส รอจนถึงเวลาเก็บเกี่ยวถึงแยกข้าวพันธ์ุดีและข้าวละมานออกจากกัน ศิษย์พระคริสต์ต้องเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้า อดทนต่อความบกพร่องของกันและกัน ไม่ตัดสินคนอื่นโดยเบาความ และให้โอกาสกับคนทำผิดได้ปรับปรุงแก้ไขตนเอง บนพื้นฐานแห่งความรักไม่มีเงื่อนไขและการให้อภัยไม่สิ้นสุด ตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
27 กรกฎาคม 2018
ภาพ : ทุ่งนา, ซานจอร์โจ, เรจโจ-เอมีเลีย, อิตาลี; 2008-08-22

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ดินดีที่เกิดผล


ดินดีที่เกิดผล
ศุกร์
สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา
อพย 20:1-17
มธ 13:18-23
พระเยซูเจ้าทรงสอนด้วยอุปมา แต่มิได้ทรงอธิบายอุปมาทุกเรื่อง นอกจากอุปมาเรื่อง “ผู้หว่าน” บ้างว่าเป็นคำอธิบายและตีความในสมัยหลัง มิใช่ถ้อยคำของพระเยซูเจ้า พระวรสารวันนี้ บอกเราชัดเจนว่า เมล็ดพืช ได้แก่ พระวาจา พระประสงค์ หรือบทบัญญัติของพระเจ้า และดินคือใจของมนุษย์ คำอธิบายได้เน้นถึงชนิดของใจหลายแบบที่ปฏิเสธพระวาจาของพระเจ้า ในความเป็นจริง เราแต่ละคนคือตัวแทนของดินสี่ประเภทที่แตกต่างกัน
1) ดินตามทางเดิน หมายถึง “ใจที่แข็งกระด้าง” แสดงถึงหัวใจที่ปิดสนิท ความจริงไม่สามารถทะลุเข้าไปได้ ขาดความเข้าใจพระวาจาเพราะไม่เปิดใจรับ มองพระวาจา หรือบทบัญญัติเป็นสิ่งไร้เหตุผล ตกยุค และล้าสมัย ค่านิยมของโลกได้ขโมยพระวาจาไปจากใจคนประเภทนี้
2) ดินบนหิน หมายถึง “ใจที่มีความเชื่อตื้นเขิน” เมล็ดพืชไม่สามารถหยั่งรากลึกได้และเหี่ยวเฉาไปเมื่อแดดจัด คนส่วนใหญ่เป็นเช่นนี้คือขาดราก เป็นคริสตชนในทะเบียนบ้าน มาวัดเพื่อให้เหมือนคนอื่น เมื่อเผชิญปัญหา หรือความยากลำบากได้ละทิ้งความเชื่อไป
3) ดินในพงหนาม หมายถึง “ใจที่หมกมุ่นกับหลายสิ่ง” ไม่มีเวลามาวัด ไม่มีเวลาอ่านพระคัมภีร์ หรืออยู่เงียบ ๆ กับพระเจ้า เคยชินกับความสะดวกสบายและความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติทำให้จิตใจถูกครอบงำ ไม่สามารถอุทิศตัวเพื่อพระเจ้าได้ ยูดาสเป็นเช่นนี้
4) ดินดี หมายถึง “ใจที่เปิดกว้าง” พร้อมรับฟังพระวาจาของพระเจ้าอย่างเข้าใจ และนำมาปฏิบัติในชีวิตจริงด้วยความร้อนรน จนเกิดผลในจิตใจและเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตอย่างแท้จริง บรรดานักบุญเป็นเช่นนี้
เราเป็นดินประเภทไหนในสี่ประเภทนี้ พระวาจาของพระเจ้าช่วยเราให้พบพระองค์ไหม เราพร้อมติดตามพระองค์ในห้วงเวลาแห่งความยากลำบากหรือเปล่า เราได้หันหลังให้บาปและความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติที่ครอบงำจิตใจเพียงใด เราต้องกลับใจมาหาพระเจ้า ให้พระองค์พรวนดินรดน้ำดินที่แข็งให้ร่วนซุย ขุดหินขึ้นมาให้เหลือแต่เนื้อดิน และตัดหนามทิ้งไป เพื่อให้ใจเรากลายเป็นเนื้อดินดีและเกิดผล
คริสตชนไม่เพียงมาวัดฟังพระวาจาของพระเจ้าสัปดาห์ละครั้ง แต่ต้องตอบสนองด้วยหัวใจทั้งครบ รำพึงถึงพลังและความหมายของพระวาจา เจริญชีวิตตามพระประสงค์และบทบัญญัติ และประกาศแก่ทุกคนผ่านทางแบบอย่างชีวิตดีงาม ศิษย์พระคริสต์ต้องเป็นดินดีที่เกิดผล ทำให้เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจาหยั่งรากลึกในใจ เติบโตอย่างมั่นคง และเกิดผลอย่างสมบูรณ์ในชีวิตของตนและหมู่คณะ
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
26 กรกฎาคม 2018
ภาพ : ที่ราบเชิงเขาทาบอร์, แคว้นกาลิลี, อิสราเอล; 2018-04-24