วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2560

แต่ละคนคือคนพิเศษ

แต่ละคนคือคนพิเศษ
วันเสาร์
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลปัสกา
กจ 28:16-20, 30-31
ยน 21:20-25
เรามาถึงวันสุดท้ายของเทศกาลปัสกา พระวรสารวันนี้เป็นตอนสุดท้ายของพระวรสารของนักบุญยอห์น ซึ่งได้ให้บทเรียนที่งดงามแก่เรา ในการปรากฏพระองค์ครั้งสุดท้ายของพระเยซูเจ้า องค์พระเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพ พระองค์ได้บอกกับเปโตรว่าท่านจะต้องรับทรมาน และที่สุดจะเป็นพยานถึงพระองค์ด้วยการเป็นมรณสักขี
แม้พระเยซูเจ้าไม่ได้บอกเปโตรว่ายอห์นจะตายอย่างไร แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเปโตรได้ทูลถามพระองค์ว่า “คนนี้จะเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า” (ยน 21:21) พระองค์มิได้ให้คำตอบที่ชัดแจ้งแก่เปโตร “ถ้าเราอยากให้เขาอยู่จนกว่าเราจะกลับมา ธุระอะไรของท่านเล่า ท่านจงตามเรามาเถิด” (ยน 21:22) พระองค์ได้บอกเปโตรให้ตามรอยเท้าของพระองค์จนถึงที่สุดคือ การถูกตรึงบนไม้กางเขน
คนเรามักมีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่น เราควรตระหนักถึงแผนการและความรักของพระเจ้าที่มีต่อเราแต่ละคน สิ่งที่พระเยซูเจ้าตรัสกับเปโตรทำให้เราเข้าใจว่าพระองค์มิได้ต้องการให้แต่ละคนเป็นเหมือนกัน เพราะแต่ละคนคือคนพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะของตน ดังนั้น เราควรให้ความเคารพความเป็นปัจเจกบุคคลและพระพรพิเศษที่แต่ละคนมี
ความจริงที่เราควรตระหนักคือ พระเจ้าทรงเป็นองค์ความรัก ทรงรักทุกคนโดยไม่แบ่งแยก ทรงรักอย่างที่เขาเป็น เราจึงควรเรียนรู้ที่จะยอมรับความรักของพระองค์ที่มีต่อเรา และแนวทางที่พระองค์ทรงรักเรา เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องดำเนินชีวิตเป็นพยาน เปโตรได้เป็นพยานด้วยการหลังเลือดเป็นมรณสักขี และยอห์นได้เป็นพยานด้วยชีวิต การเทศน์สอนและด้วยงานเขียนที่ตกทอดมาถึงเรา ทั้งสองได้แสดงให้เห็นว่าพวกท่านรักพระเยซูเจ้ามากกว่าสิ่งใดๆ
ในห้วงเวลาที่ยอห์นเขียนพระวรสาร เปโตรได้เป็นพยานถึงองค์พระคริสตเจ้าอย่างสมบูรณ์แล้ว ท่านได้ทำให้อาณาจักรของพระเจ้าย้ายจากเยรูซาเล็มมาตั้งศูนย์กลางที่กรุงโรม คริสตชนแต่ละคนต้องเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้า และปฏิบัติหน้าที่ตามที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ โดยไม่พยายามหาคำตอบหรือเปรียบเทียบกับใคร ในอาณาจักรของพระคริสตเจ้า มิใช่ตำแหน่งที่สำคัญ แต่ความซื่อสัตย์มั่นคงในความเชื่อจนถึงวาระสุดท้ายต่างหากที่สำคัญ
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์
2 มิถุนายน 2017
ภาพประกอบ: คณะสงฆ์ท่าแร่-หนองแสง, เข้าเงียบประจำปี, สำนักมิสซังท่าแร่ (เดิม); c1979-11-xx

วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ท่านรักเราไหม

ท่านรักเราไหม
วันศุกร์
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลปัสกา
กจ 25:13-21
ยน 21:15-19
ครั้งหนึ่งมีคนถามอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ว่า “ทฤษฎีสัมพัทธภาพคืออะไร” ไอน์สไตน์ อธิบายว่า “หนึ่งชั่วโมงกับสาวงาม ดูเหมือนเวลาผ่านไปเร็วเหมือนหนึ่งนาที  แต่ถ้าเราถูกทำโทษให้นั่งบนเตาผิงเพียงหนึ่งนาที เรามีความรู้สึกว่ามันนานเป็นชั่วโมง นี่แหละคือ สัมพัทธภาพของโลกและจักรวาล” เวลาแห่งความรักเป็นเวลาแห่งความสุขซึ่งผ่านไปเร็วมาก พระเจ้าทรงเป็นองค์ความรัก ทรงรักมนุษย์อย่างไม่มีเงื่อนไข ไร้ขอบเขต และจีรังยั่งยืนไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
พระวรสารวันนี้เป็นตอนสุดท้ายของพระวรสารนักบุญยอห์น พระเยซูเจ้าทรงสนทนากับเปโตร ซึ่งถือเป็นบทสนทนาที่มีชื่อเสียงมาก พระองค์ไม่ได้มองที่ความสามารถและความผิดพลาดในอดีต แต่ทรงเรียกร้องความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว (Agape) จากผู้ที่จะเป็นผู้นำในอนาคตของพระศาสนจักร โดยถามเปโตรถึงสามครั้งว่า “ท่านรักเราไหม” ทั้งนี้เพราะเปโตรเคยปฏิเสธพระองค์ถึงสามครั้ง พระองค์ทรงให้โอกาสและทรงรักษาความรู้สึกผิดในใจของเปโตร
แม้เราเคยทำบาปและผิดพลาดเป็นประจำ แต่พระเจ้าทรงรัก ให้อภัย และให้โอกาสเราเสมอ ทรงมองข้ามความผิดที่เรากระทำ และทรงเข้าใจดีถึงธรรมชาติมนุษย์ที่อ่อนแอและบกพร่อง ดังคำพูดที่ว่า “ผิดพลาดคือมนุษย์ อภัยไม่สิ้นสุดคือพระเจ้า” (อเล็กซานเดอร์ โป๊บ) พระองค์ทรงเรียกเราให้รักพระองค์เหนือสิ่งอื่นใด พร้อมกับมอบหน้าที่ในการเลี้ยงลูกแกะ การดูแลแกะ และเลี้ยงแกะของพระองค์ ตามบทบาทและฐานะของเราแต่ละคน
“ท่านรักเราไหม” เป็นคำถามที่เราแต่ละคนจะต้องตอบด้วยตนเอง เรากล้าที่จะบอกกับพระเจ้าไหมว่า “เรารักพระองค์มากกว่าคนอื่น” และ “เรามีใจกว้างอย่างแท้จริงต่อทุกคนที่พระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเขา” ประการสำคัญ เราต้องพร้อมที่จะทำหน้าที่เลี้ยงลูกแกะและดูแลแกะของพระองค์ ที่ทรงมอบให้อยู่ความดูแลของเราอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว ในที่ทำงาน หรือในหมู่คณะของเรา บนพื้นฐานแห่งความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ไร้ขอบเขต และไม่มีวันสิ้นสุดตามแบบอย่างของพระองค์
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์
1 มิถุนายน 2017
ภาพประกอบ: พิธีบวชพระสงฆ์ คุณพ่อบันลือ เกียรติธาตรีและคุณพ่อสำราญ วงศ์เสงี่ยม, วัดพระคริสตราชา ช้างมิ่ง; 1971-03-19