วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

60 ปีบ้านเณรฟาติมาท่าแร่ (3)



2.4       คุณพ่อแบร์นาร์ด  กิลแมง: อธิการองค์ที่ 4  ค.ศ. 1965-1968
คุณพ่อแบร์นาร์ด กิลแมง เข้ามาประจำสามเณราลัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 (พ.ศ. 2499) และได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการองค์ที่ 4  ในปี ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) คุณพ่อได้จัดหาสื่อและอุปกรณ์การเรียนสมัยใหม่โดยได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ทำให้การเรียนการสอนมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น  รวมถึงส่งเสริมด้านพิธีกรรม ดนตรี และกีฬา เช่น ขับร้องเพลงประสานเสียง เพลงเกรโกเรียน และบทเพลงของศิลปินเอกของโลก ทำให้สามเณรมีส่วนร่วมในพิธีกรรมและได้รับการขัดเกลาด้วยดนตรีและกีฬา
ปี ค.ศ. 1966 (พ.ศ. 2509) คุณพ่อกิลแมง ได้สร้างโถงอเนกประสงค์หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โรงพละ”  โดยผู้รับเหมาจากกรุงเทพฯ ปีต่อมาคุณพ่อได้ติดต่อและขอความร่วมมือจากกรมทรัพยากรธรณีมาเจาะบ่อบาดาลที่สามเณราลัย  ทำให้ปัญหาเรื่องน้ำที่เป็นปัญหาเรื่อยมาตั้งแต่เปิดสามเณราลัยได้รับการแก้ไข  บรรดาสามเณรไม่ต้องเดินไปอาบน้ำและซักผ้าที่หนองหารอีก
2.5        คุณพ่อโรแบร์ กอสเต: อธิการองค์ที่ 5 ค.ศ. 1968-1969
คุณพ่อโรแบร์ กอสเต เข้ามาเป็นพระสงฆ์ประจำสามเณราลัยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1956 (พ.ศ. 2499)  ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการองค์ที่ 5 ในปี ค.ศ. 1968 (พ.ศ. 2511)  เหตุการณ์ที่น่าชื่นชมยินดีสำหรับบรรดาสามเณรในสมัยของคุณพ่อ คือการที่คุณพ่อได้รับแจ้งจากกระทรวงเผยแพร่ความเชื่อให้เป็นพระสังฆราชของสังฆมณฑลอุบลราชธานี แต่ด้วยความสุภาพของคุณพ่อได้ปฏิเสธตำแหน่งดังกล่าว  ที่สุด คุณพ่อแยร์แมง แบร์ทอลด์ ซึ่งเคยเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ วิญญาณรักษ์ และบุรุษพยาบาลประจำสามเณราลัยระหว่างปี ค.ศ. 1954-1968 (พ.ศ. 2497-2511) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชแทน 
เดือนมีนาคม ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) คุณพ่อกอสเต และพระสงฆ์คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีสทั้งหมด ได้มอบสามเณราลัยฟาติมา ท่าแร่คืนให้คณะสงฆ์ของอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง แต่เพื่อให้งานทุกอย่างดำเนินต่อไปได้ คุณพ่อได้มอบหมายให้คุณพ่อฟรังซิโนกับคุณพ่อเตอโนด์ อยู่ช่วยเป็นพี่เลี้ยงระยะหนึ่ง ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางกลับไปทำงานที่สังฆมณฑลอุบลราชธานี 
2.6      คุณพ่อลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน: อธิการองค์ที่ 6  ค.ศ. 1969-1979
คุณพ่อลอเรนซ์ คายน์  แสนพลอ่อน ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการองค์ที่ 6 พร้อมกับเป็นอธิการและครูใหญ่โรงเรียนเซนต์ยอแซฟ โดยมีผู้ร่วมงานคือ คุณพ่อหลุยส์ จำเนียร  สันติสุขนิรันดร์ ค.ศ. 1972-1975, คุณพ่อยอแซฟ ประสาน  ทองอันตัง ค.ศ. 1974-1976, คุณพ่อยอแซฟ ตรรกวิทย์  เวียรชัย ค.ศ. 1975-1977, คุณพ่อเอากุสติน สำราญ  พันธ์วิไล ค.ศ. 1975-1977 และคุณพ่อลูกา สุพล  ยงบรรรทม ค.ศ. 1977-1982
ปี ค.ศ. 1973 (พ.ศ. 2516) ทางอัครสังฆมณฑลฯ ได้มีมติให้ยุบโรงเรียนวรธรรมพิทยาคาร เพื่อรวมกับโรงเรียนเซนต์ยอแซฟ เนื่องจากอัครสังฆมณฑลฯขาดบุคลากรที่จะทำงานด้านการศึกษา  อีกทั้งเพื่อเป็นการผนึกกำลังของคณะครูและนักเรียนให้เข้มแข็ง และยกระดับการศึกษาของนักเรียนเซนต์ยอแซฟให้สูงขึ้น   โรงเรียนวรธรรมพิทยาคารจึงถึงกาลอวสาน เหลือไว้แต่เพียงชื่อในฐานะโรงเรียนอันดับ 1 ของเขตการศึกษา 9 และความทรงจำเก่าๆ ของบรรดาศิษย์ที่เคยผ่านการศึกษาอบรมจากสถาบันแห่งนี้ 

ปี ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522) เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั้งโลกตื่นตระหนกเนื่องจากสถานีอวกาศลอยฟ้าที่เรียกว่า “สกายเล็ป” (Skylab) ของสหรัฐอเมริกาสูญเสียการควบคุมและกำลังจะตกลงสู่พื้นโลก  มีรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ตามสื่อทุกแขนงเตือนให้เฝ้าระวัง จนกระทั่งตกลงสู่มหาสมุทรอินเดียและออสเตรเลียฝั่งตระวันตกในเดือนกรกฎาคมปีนั้นเอง
บรรดาสามเณรต่างสนใจและตื่นเต้นกับข่าวเรื่องนี้มาก เพราะก่อนหน้านั้นไม่นานได้มีประสบการณ์ในลักษณะเดียวกัน  เนื่องจากเพดานห้องนอนอาคารฟาติมาที่ทำด้วยไม้ไผ่ฉาบปูนขาวได้พังลงมาเหมือนลูกอุกกาบาต  ทำให้ต้องนอนใต้เตียงด้วยความหวาดผวา  นอกจากนั้น ยังมีอุกกาบาตอีกลูกหนึ่งที่บรรดาสามเณรกลัวนักกลัวหนาคือ ข้อความบนบอร์ดที่ว่า “ให้ผู้ที่มีรายชื่อต่อไปนี้ไปพบอธิการ”  นี่คืออุกกาบาตลูกใหญ่ที่ไม่รู้จะตกลงบนหัวเมื่อไหร่โดยเฉพาะในคืนวันอำลาหลังจบปีการศึกษา  ใครที่มีรายชื่อต่อท้ายข้อความดังกล่าว ก็แน่ใจได้เลยว่าเตรียมเก็บข้าวของกลับบ้านได้ หรือที่บรรดาสามเณรเรียกอาการอย่างนี้ว่า “หัวเย็น”  
เหตุการณ์สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในสมัยของคุณพ่อคายน์  แสนพลอ่อน คือ การฉลองครบรอบ 25 ปีของสามเณราลัยในปี ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522)  งานเตรียมฉลองเริ่มจากการซ่อมแซมอาคารฟาติมาครั้งใหญ่ ควบคู่ไปกับการจัดเตรียมพิธีกรรมและการชุมนุมศิษย์เก่า  ก่อนวันฉลองมีการแห่พระรูปแม่พระเหมือนเช่นทุกปี  แต่ที่พิเศษกว่าปกติคือสามเณรทุกคนใส่ชุดช่วยพิธีสีขาว ชุดเก่งที่ใช้ออกงานในอดีต  นัยว่าเพื่อเป็นการย้อนอดีตแต่ที่คาดไม่ถึงคือฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ที่สุด เมื่อฝนซาพิธีแห่พระรูปแม่พระได้เริ่มขึ้นมีพี่น้องคริสตชนมาร่วมเป็นจำนวนมาก  รวมถึงพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันรุ่งขึ้น 
2.7    คุณพ่อยอแซฟ กมล เสมอพิทักษ์: อธิการองค์ที่ 7  ค.ศ. 1980-1982
คุณพ่อยอแซฟ กมล  เสมอพิทักษ์ ได้ไปเรียนเกี่ยวกับการเป็นผู้ให้การอบรมที่ประเทศฟิลิปปินส์  ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการองค์ที่ 7 โดยมีผู้ร่วมงานคือ คุณพ่อลูกา สุพล  ยงบรรทม, คุณพ่อยอแซฟ ธีระยุทธ  อนุโรจน์ ค.ศ. 1981, คุณพ่อคริสเตียน  มีแชล ค.ศ. 1982-1986 และคุณพ่อชาร์ลโบโรเมโอ นิยุต  ศรีอ่อน ค.ศ.1980-1982
ด้วยความที่ได้รับการศึกษาเกี่ยวกับการเป็นผู้ให้การอบรมมาโดยตรง  จึงทำให้การอบรมสามเณรในสมัยของคุณพ่อกมล เสมอพิทักษ์ มีแบบแผนและแนวทางที่ชัดเจน  แนวทางการอบรมอย่างหนึ่งที่บรรดาสามเณรสมัยนั้นจำได้ดีนั่นคือ “สำนึกของการเป็นเจ้าของ” (Sense of Belonging)   ที่คุณพ่อจะย้ำเสมอเพื่อให้สามเณรตระหนักว่า ตนเองไม่ใช่ผู้อาศัย แต่เป็นเจ้าของ  ดังนั้น ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างจะต้องช่วยกันระวังรักษา ใช้แล้วจะต้องเก็บให้เป็นที่เป็นทาง ไม่เช่นนั้นจะถูกปรับไหม
ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 25 ปีของสามเณราลัยคือ จำนวนสามเณรในปี ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) ที่มีมากถึง 217 คน เกินกว่าที่จะรับได้  คุณพ่อกมล เสมอพิทักษ์ แก้ปัญหาด้วยการให้สามเณรจากบ้านท่าแร่ที่เข้าใหม่ในปีนั้นประมาณ 22 คน พักอยู่ที่บ้านแต่ให้มาเรียนและร่วมกิจกรรมที่สามเณราลัยเหมือนสามเณรทั่วไป สามเณรรุ่นนี้จึงได้ชื่อว่า “สามเณรไปกลับ”  จนกระทั่งปี ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) จึงได้กลับเข้าสามเณราลัยเหมือนเดิม เนื่องจากสามเณรจากสังฆมณฑลอื่นได้แยกตัวกลับไปสามเณราลัยของตนเอง 

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Importance of English



IMPORTANCE OF  ENGLISH
Opening Speech of the English Camp

Thursday, October 4, 2014
My dear teachers, facilitators and beloved children,
Today is a special day for our school because we are going to start the English Camp 2014. I am very happy to preside over the English Camp this year. I hope everyone will be happy also and gets good experience during these two days and one night.
As you know English is the most commonly used in the world as the universal language. It is the official language in a large number of countries. It is estimated that the number of people in the world that use in English to communicate on a regular basis is 2 billion!
In addition, English is the dominant business language and it has become almost a necessity for people. Many of the world’s books, films and music are published and produced in English and most of the content produced on the internet is in English. So knowing English will allow you access to an incredible amount of information.
Although learning English can be challenging and time consuming, we can see that it is also very valuable to learn and can create many opportunities! We need to know English well if we want to have great success in life, especially in this coming Asean Economic Community (AEC) 2015.
I dare say that I envy all of you. When I was young in primary school like you, I didn’t have the English Camp; I didn’t have any foreigner teachers. At that time I had to learn English by reading from textbook and listening to cassette tape. So you are lucky and have a good opportunity more than me.
I hope it is a great chance for you all to improve your English. So you have to open your minds and your hearts to all activities and try to do your best during this camp. Don’t be shy to speak English. Day by day if you try to speak and learn, you will be confidence and finally can speak fluently.
I think it is a suitable time for opening the English Camp 2014 now. May Almighty God bless you all! Enjoy learning and have a nice day!

Rev. Fr. Daniel Khuan THINWAN
St. Joseph Kuchinarai School
October 4, 2014