วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ศิษย์ที่แท้จริงของพระคริสตเจ้า

ศิษย์ที่แท้จริงของพระคริสตเจ้า
วันอาทิตย์
สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา
ปี C
1 พกษ 19:16, 19-21
กท 5:1, 13-18
ลก 9:51-62
บทนำ
 เรื่องราวชีวิตของอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา นอกจากเป็นผู้นำคนสำคัญของโลกที่ทุกคนรู้จักแล้ว ลินคอล์นยังเป็นผู้นำชีวิตฝ่ายจิตที่มีความศรัทธาลึกซึ้งมากกว่าประธานาธิบดีคนใด มีเรื่องเล่าว่าช่วงสงครามกลางเมืองเหนือ-ใต้ ลินคอล์นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักที่ไม่กระทำการรุนแรงต่อทหารฝ่ายใต้
หลังการต่อสู้สงบลงผู้บัญชาการทหารได้ถามลินคอล์นว่า “ทำไมท่านไม่ทำลายศัตรูเมื่อมีโอกาส” ประธานาธิบดีลินคอล์นได้ตอบด้วยถ้อยคำที่นำมาจากพระวรสารวันนี้ว่า “ข้าพเจ้าได้ทำลายศัตรูของข้าพเจ้าแล้ว ด้วยการทำให้เขากลายเป็นเพื่อน”  ซึ่งไม่เพียงกำจัดศัตรูให้หมดสิ้นไป แต่ยังได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน
นี่คือสิ่งที่พระเยซูเจ้าสอนเราในพระวรสารวันนี้ ความโกรธแค้นชิงชังในใจของเราหลายคนไม่ได้หมดไปด้วยการทำลายล้างศัตรูคู่อาฆาต หรือเห็นคู่อริถูกลงโทษและได้รับความทุกข์ทรมาน แต่เราจะพบความสุขสงบในใจจากการให้อภัยและไม่จดจำความผิด  นี่คือเครื่องหมายของการเป็นศิษย์ที่แท้จริงของผู้ติดตามพระคริสตเจ้าทุกคน

1.         ศิษย์ที่แท้จริงของพระคริสตเจ้า
ในตอนต้นของพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้ากำลังเดินทางจากแคว้นกาลิลีมุ่งหน้าสู่กรุงเยรูซาเล็มผ่านดินแดนของชาวสะมาเรีย ชาวยิวกับชาวสะมาเรียเป็นศัตรูที่เกลียดชังกันทั้งที่เดิมเป็นชาติเดียว เนื่องจากชาวสะมาเรียได้แต่งงานกับคนต่างชาติและหันไปนับถือรูปเคารพในช่วงเวลาที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่อัสซีเรีย (722 ก่อน ค.ศ.) ชาวยิวทางใต้จึงถือว่าพวกนี้ไม่มีเลือดยิวบริสุทธิ์ ขณะที่พวกเขายังคงรักษาความเป็นชาติและศาสนาของตนอยู่  แม้จะประสบชะตากรรมเดียวกันถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่บาบิโลน (587 ก่อน ค.ศ.)
อคติและความเกลียดชังทำให้ชาวสะมาเรียไม่ต้อนรับพระเยซูเจ้าและศิษย์ ทำให้ยากอบและยอห์นโกรธและร้องขอไฟจากฟ้ามาเผาผลาญพวกเขา เหมือนอลิยาห์ร้องขอไฟจากฟ้าในสมัยของท่าน (2 พกษ 1:9-12) พระเยซูเจ้าทรงห้ามปราม เพราะพระองค์มิใช่ผู้ทำลายล้างแต่เป็นผู้ช่วยให้รอด ที่สอนข่าวดีแห่งความรัก ความเมตตากรุณา และการให้อภัย
ในตอนที่สอง พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องผู้ที่ต้องการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์จะต้องละทิ้งทุกสิ่ง พระเยซูเจ้าและข่าวดีของพระองค์จะต้องสำคัญที่สุด และต้องเป็นอิสระจากสิ่งของหรือข้อผูกมัดใดๆในโลก โดยมุ่งมั่น เพียรทน และอุทิศตนทั้งครบในการเลียนแบบอย่างพระคริสตเจ้า พระองค์ทรงเรียกร้องการติดตามแบบไม่มีเงื่อนไข ออกจากตัวเองเพื่อเป็นพยานถึงข่าวดีในโลก

2.         บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ได้ให้บทเรียนสำหรับเราคริสตชนหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก เราต้องอดทนด้วยความรัก คนในสังคมปัจจุบันมีความอดทนต่ำ มักใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหามากกว่าเหตุผล เราต้องรักอย่างอดทนในการปฏิบัติต่อกัน เป็นต้นในครอบครัว สามี-ภรรยาต้องอดทนต่อความบกพร่องของกันและกัน รวมถึงในที่ทำงานระหว่างเพื่อนร่วมงาน และในหมู่คณะระหว่างเพื่อนบ้านและคนที่เราพบเห็น
ประการที่สอง เราต้องพร้อมที่จะให้อภัยและให้โอกาสคนที่ผิดพลาด พระเยซูเจ้าทรงรัก ให้อภัยและให้โอกาสเราโดยไม่มีเงื่อนไข เมื่อเราผิดพลาดเราต้องการการให้อภัยและโอกาสเพื่อเริ่มต้นใหม่ เราจึงไม่ควรเหยียบย่ำซ้ำเติมใครเมื่อผิดพลาด แต่พร้อมจะให้อภัยและให้โอกาส มีเพียงการให้อภัยเท่านั้นที่จะทำให้สันติสุขกลับคืนมา มิใช่การแก้แค้น
ประการสุดท้าย เราต้องละทิ้งทุกสิ่งและอุทิศตนทั้งครบ ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีผู้คนจำนวนมาก ที่ได้ยินข่าวดีที่พระเยซูเจ้าทรงท้าทายแต่ทิ้งพระองค์ไป และมีเป็นจำนวนมากที่ละทิ้งทุกสิ่งโดยปราศจากเงื่อนไขเพื่อเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ อย่างนักบุญฟรังซิส อัสซีซีที่ละทั้งความร่ำรวยและเกียรติยศชื่อเสียง เลียนแบบอย่างพระเยซูเจ้าด้วยหัวใจทั้งครบ เพื่อเป็นศิษย์ที่แท้จริงของพระองค์

บทสรุป
พี่น้องที่รัก พระเจ้าทรงเรียกเราแต่ละคนให้มาเป็นศิษย์ติดตามพระองค์  เราถูกเรียกร้องให้อุทิศตนทั้งครบอย่างมีอิสรภาพในการตอบรับต่อพระเยซูเจ้า เพื่อจะเป็นคริสตชนและเป็นศิษย์ที่แท้จริงของพระองค์ ไม่ใช่เพียงในวัด แต่ที่บ้าน ในที่ทำงาน และในความสัมพันธ์ทางสังคม ที่เราจะต้องเป็นพยานถึงความเชื่อคริสตชนในทุกที่ที่เราอยู่
เมื่อพระเจ้าทรงเรียกเราให้มาเป็นคริสตชน “พระองค์ทรงเรียกเราให้มาตาย” นั่นคือตายต่อตนเอง ต่อความเห็นแก่ตัว และต่อความชั่วร้ายทั้งสิ้น และกลับเป็นคนใหม่ในพระคริสตเจ้า ไม่มีทางสายง่ายสำหรับการเป็นคริสตชน การตายต่อตัวเองคือการออกจากตัวเองและเปิดไปสู่คนอื่นเสมอ ในความรัก การรับใช้ และการให้อภัยซึ่งกันและกันอย่างไม่มีเงื่อนไข
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์

26 มิถุนายน 2016

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

25 ปีคณะออกัสติเนียนในอัครสังฆมณฑล

คณะภคินีออกัสติเนียนแห่งแม่พระแห่งความบรรเทา:
25 ปีของการทำงานในอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
สมาชิกของคณะ 3 ท่านแรกที่เดินทางมาทำงาน กับพระคุณเจ้าคายน์ แสนพลอ่อน ผู้เชื้อเชิญ
โอกาสที่คณะภคินีออกัสติเนียนแห่งแม่พระแห่งความบรรเทา (Augustinian Sister of our Lady of Consolation) จากประเทศฟิลิปปินส์ ได้เข้ามาทำงานในประเทศไทยและอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสงครบ 25 ปี ซึ่งกำหนดฉลองวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559) ณ อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลท่าแร่ เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและขอบคุณคณะนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องราวของคณะนี้ในโอกาสพิเศษนี้
1.    ประวัติความเป็นมา
คณะภคินีออกัสติเนียนแห่งแม่พระแห่งความบรรเทาของประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1883 (พ.ศ. 2426) โดย คุณแม่ริตา บาร์เชโล (Rita Barcelo) เพื่อดูแลเด็กๆ ที่ต้องกลายเป็นกำพร้าเพราะอหิวาตกโรคระบาดเมื่อ ค.ศ. 1882 (พ.ศ. 2425) ในฐานะที่คณะอุทิศตนเพื่อการศึกษาโดยเฉพาะจึงถูกรวมเข้าไปในคณะนักบุญออกัสตินเมื่อ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1902 (พ.ศ. 2445) และ ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) ได้รับการยกฐานะเป็นคณะนักบวชจากสมณกระทรวงว่าด้วยคณะนักพรตและนักบวช
จิตตารมณ์
คณะได้ตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องของคนจนด้วยงานด้านการศึกษา ด้านสังคม และด้านศาสนบริการอื่นๆ หลายรูปแบบ ภายใต้จิตตารมณ์ “การประกาศข่าวดีกับคนจน” ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อที่มีชีวิต ในความเมตตากรุณาของพระเยซูคริสตเจ้าในหมู่คณะแห่งความเป็นพี่น้องและในการรับใช้ที่ต่ำต้อยอดทน ซึ่งเป็นความจำเป็นและต้องการของพระศาสนจักร
วิสัยทัศน์และพันธกิจ
คณะมีวิสัยทัศน์และพันธกิจในการปาวารนาตนเองว่า จะเป็นพยานที่เป็นประกาศกด้วยชีวิตการทำงาน การบำเพ็ญพรตด้วยความเป็นปึกแผ่นกับประชาชน เป็นต้นคนจน   อุทิศตนต่อพระเยซูคริสตเจ้าและพันธกิจของพระองค์  ด้วยการประกาศพระวรสารที่ได้รับการฟื้นฟูทั้งครบ ซึ่งมีผลต่อการกลับใจทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ในการเปลี่ยนแปลงโลกและความบริสุทธิ์ของสิ่งสร้างให้เป็นจริงขึ้นมาได้ในพระอาณาจักรของพระเจ้า
 ในระยะเริ่มแรกซิสเตอร์ทั้ง 3 พักอยู่ที่อารามรักกางเขนแห่งท่าแร่
2.    การเข้ามาทำงานในอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
เพื่อเป็นการตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องของสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ให้แบ่งปันความเชื่อกับพี่น้องที่ไม่เป็นคริสตชนของทวีปเอเชีย  และตอบสนองภาคผนวกของสมัชชาใหญ่ของคณะให้แบ่งปันพระพรแห่งความเชื่อของตน คณะได้ส่งธรรมทูตกลุ่มแรก 3 คนมาทำงานในประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) ตามคำเชิญของพระอัครสังฆราชลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน ประมุขแห่งอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสงขณะนั้น   เพื่อทำงานด้านสังคม การศึกษาและด้านสุขภาพอนามัยในอัครสังฆมณฑล 
ภคินี 3 รูปที่เดินทางมาและทำงานในอัครสังฆมณฑลในระยะเริ่มแรก ประกอบด้วย ภคินีมา ริตา ยูโล (Sr. Ma. Rita Yulo), ภคินีโซสิมา ดาเลนา (Sr. Zosima Dalena) และภคินีลูร์ด บานาเรส (Sr. Lourdes Banares) เพื่อทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษที่สามเณราลัยฟาติมาท่าแร่และโรงเรียนเซนต์ยอแซฟท่าแร่, ช่วยงานพยาบาลที่คลินิกเซนต์ยอแซฟท่าแร่ และสหกรณ์ร้านค้าท่าแร่ โดยพักอยู่ที่พักที่อารามภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่ ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เป็นเวลา 2 ปี ก่อนย้ายไปอยู่ที่ศูนย์คาทอลิกท่าแร่เมื่อ ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536)
คุณแม่มาลุซ อธิการเจ้าคณะเมื่อครั้งเดินทางมาร่วมงานเปิดบ้านของคณะ

ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) อธิการิณีเจ้าคณะได้ส่งสมาชิกมาเพิ่มอีก 1 คนคือ ภคินีเอเดน จิกานา (Sr. Eden Gicana) และ ค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541) อีก 1 คนคือ ภคินีเวโรนิกา จามิลี (Sr. Veronica Jamili) เพื่อทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนเซนต์ยอแซฟสกลนครและคลินิกเซนต์ยอแซฟท่าแร่ ต่อมา ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) ทางคณะได้ตอบรับคำเชิญจากพระสังฆราชยอร์ช ยอด พิมพิสาร แห่งสังฆมณฑลอุดรธานี โดยส่งภคินี 3 รูปไปเริ่มงานที่อำเภอพรเจริญ จังหวัดหนองคาย
บ้านหลังแรก
โครงการก่อสร้างบ้านพักของคณะเริ่มด้วยเงินสนับสนุนจากมิสซิโอ (2000 ยูโร) ผ่านคุณแม่มาลุซ มิจาเรส (Sr. Ma. Luz F. Mijares) อธิการิณีเจ้าคณะเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2003 (พ.ศ. 2546) และอัครสังฆมณฑลฯได้มอบที่ดิน 3 ไร่ติดกับอารามกลาริสกาปูชินท่าแร่เป็นที่ก่อสร้าง แต่การก่อสร้างเริ่มกลางปี 2005 (พ.ศ. 2548) กระทั่งเสร็จสมบูรณ์มีพิธีเสกและเปิด 6 เมษายน ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) โดยพระอัครสังฆราช หลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ พร้อมกับพระอัครสังฆราชกิตติคุณลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน และคณะสงฆ์ โดยมีคุณแม่มาลูส มิจาเรส ภคินี พี่น้องคริสตชนและผู้มีพระคุณมาร่วมพิธี
 ซิสเตอร์พิงกี้และซิสเตอร์แอนเจิล ธรรมทูตรุ่นล่าสุด
3.      รายนามสมาชิกของคณะที่เข้ามาทำงานในอัครสังฆมณฑล
ลำดับ
ชื่อ-สกุล
ปีที่ทำงาน
1.              
Sr. Ma. Rita Yulo,OSA
1991-2002
2.              
Sr. Zosima Dalena, OSA
1991-1999
3.              
Sr. Lourdes Banares, OSA
1991-1998
4.              
Sr. Eden Gicana,OSA
1997-2001
5.              
Sr. Veronica Jamili,OSA
1998-2003, 2004-2012
6.              
Sr. Lorna Nabatar, OSA
2001-2004
7.              
Sr. Ma. Heriberta Catigan, OSA
2003-2008, 2012-2013
8.              
Ms Carolina Sayago – Lay Associate
2003-2004
9.              
Ms Gertrudes Lorenzo Lay Assosciate
2003-2004
10.       
Sr. Angostia Binarao, OSA
2005-2006
11.       
Sr. Marilou Cezar, OSA
2005-2011
12.       
Ms. Fe Pandagani Lay Assosciate
2007-2012
13.       
Sr. Mary Eden Gicana, OSA
2008-2013
14.       
Ms. Pandagani   - Lay Assosciate
2008-2009
15.       
Sr. Lorna Nabatar, OSA
2012-ปัจจุบัน
16.       
Sr. Angelita J. Sagun, OSA
2014-ปัจจุบัน
บทส่งท้าย
เมื่อมองย้อนไปในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้คณะภคินีออกัสติเนียนแห่งแม่พระแห่งความบรรเทา ประเทศฟิลิปปินส์ได้เดินทางมาทำงานในประเทศไทยและอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสงคือ พระอัครสังฆราชลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน อดีตประมุขของอัครสังฆมณฑล ที่ได้เชื้อเชิญและร้องขออธิการเจ้าคณะให้ส่งสมาชิกมาทำงาน อีกทั้งอำนวยความสะดวกทุกอย่างเพื่อให้ภคินีกลุ่มแรกสามารถทำงานได้
25 ปีที่ผ่านมาจึงเป็นช่วงเวลาแห่งพระพรของพระเจ้า ผ่านทางสมาชิกที่คณะส่งมาทั้งภคินีและฆราวาสแพร่ธรรมรวม 16 คน ซึ่งได้มีส่วนในการวางรากฐานงานด้านสังคม สุขภาพอนามัย และด้านการศึกษาให้เจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสอนภาษาอังกฤษแก่สามเณรและนักเรียนในโรงเรียนของอัครสังฆมณฑล การเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจคนเจ็บป่วย ผู้พิการและคนขัดสนในชุมชน นับเป็นการประกาศข่าวดีแก่คนจนและเป็นเครื่องหมายแห่งพระเมตตาของพระเจ้า ที่คริสตชนแห่งอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสงสัมผัสได้และควรรำลึกพระคุณ
 งานของคณะในปัจจุบันผ่านทางซิสเตอร์ทั้งสอง


คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์

24 มิถุนายน 2016