วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อย่ากลัวที่จะประกาศข่าวดี

 

อย่ากลัวที่จะประกาศข่าวดี

อาทิตย์

สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

ปี A

ยรม 20:10-13

รม 5:12-15

มธ 10:26-33

บทนำ

หญิงชราชื่อม็อด นั่งริมหน้าต่างบนเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 747 ลำใหญ่ ที่เพิ่งทะยานขึ้นจากนครนิวยอร์กมุ่งไปยังกรุงโรม เธอเก็บเงินมาหลายปีเพื่อทำความฝันในการไปแสวงบุญอมตะนครแห่งนี้ให้เป็นจริง เนื่องจากเป็นการบินครั้งแรกเธอจึงหวาดกลัวมาก แม้มีพระสังฆราชสี่องค์นั่งอยู่ด้านหลังเธอก็ไม่ได้ช่วยอะไร ด้วยความกลัวจนตัวสั่น เธอลืมตาขึ้นและมองออกไปนอกหน้าต่าง ทันใดนั้นก็เห็นเครื่องยนต์หนึ่งในสี่เครื่องของเครื่องบินหลุดออกจากปีกและหายไปในเมฆ

“เรากำลังจะตาย!” เธอร้องออกมา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินปรึกษากับนักบิน และประกาศกับผู้โดยสารว่า ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม พวกเขาสามารถบินกลับไปนิวยอร์กและลงจอดได้อย่างปลอดภัยด้วยเครื่องยนต์สามเครื่อง แต่ม็อดยังคงร้องออกมาว่า “เรากำลังจะตาย!” พนักงานต้อนรับเดินไปหาเธอและพูดว่า “อย่ากังวลไปเลยคุณผู้หญิง พระเจ้าอยู่กับเรา เราเหลือเครื่องยนต์เพียงสามเครื่อง แต่ดูสิ เรามีพระสังฆราชสี่องค์กำลังอธิษฐานภาวนาเพื่อเรา” ม็อดตอบว่า “ฉันขอเลือกเครื่องยนต์สี่เครื่องกับพระสังฆราชสามองค์ได้ไหม”

พระวาจาพระเจ้าวันนี้ พระเจ้าทรงเรียกเราให้ประกาศข่าวดีขององค์พระคริสตเจ้า ผ่านทางคำพูดและชีวิตของเราโดยปราศจากความกลัว เพราะชีวิตของเราเป็นของพระเจ้า องค์แห่งความรัก และความดีบริบูรณ์ ผู้ทรงความยิ่งใหญ่สูงสุดแต่ผู้เดียวที่เราวางใจ เราต้องไม่กลัวสิ่งใด โดยเฉพาะในพันธกิจแห่งการประกาศข่าวดีที่ทรงมอบหมาย

1.        อย่ากลัวที่จะประกาศข่าวดี

เราคงเคยได้ยินสำนวน “ความกลัวทำให้เสื่อม” เพราะความกลัวทำให้เราไม่กล้าทำสิ่งใด ด้วยกลัวว่าทำแล้วจะทำให้เราต่างไปจากคนอื่น เป็นคนแปลกแยกจากสังคม ได้รับผลกระทบ หรือได้ไม่คุ้มเสีย เมื่อไม่มีใครกล้าคิดกล้าทำสิ่งที่ถูกที่ควร หรือคิดนอกกรอบ ทำให้สังคมและองค์กรย่ำอยู่กับที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาใด ๆ คริสตชนต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากสิ่งไม่ดีไปสู่สิ่งดี จากความเกลียดชังไปสู่ความรัก จากความเห็นแก่ตัวไปสู่การอุทิศตน จากการทุจริตไปสู่ความสื่อสัตย์โปร่งใส จากความสิ้นหวังไปสู่ความหวัง ฯลฯ

พระวรสารวันนี้เป็นคำสั่งของพระเยซูเจ้าต่อบรรดาอัครสาวก ที่พระองค์ทรงส่งไปประกาศข่าวดีและรักษาคนเจ็บป่วย ทรงแนะนำพวกเขาให้ดำเนินชีวิตเรียบง่าย หลังจากได้ทำนายถึงการต่อต้านและการเบียดเบียนที่พวกเขาจะได้รับ พระองค์ทรงให้กำลังใจพวกเขาให้มั่นคง ทรงย้ำกับพวกเขาสามครั้งว่า “อย่ากลัว” ในพันธกิจประกาศข่าวดี พวกเขาจะได้รับการปกป้องเช่นเดียวกับประกาศกเยเรมีย์ที่ได้รับการปกป้องจากพระเจ้า

พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอนบรรดาศิษย์มิให้กลัวผู้ใด หรือสิ่งใด ด้วยเหตุผล 3 ประการ

1) ไม่มีใครสามารถขัดขวางความสำเร็จแห่งพันธกิจประกาศข่าวดีได้ เพราะความชั่วไม่อาจชนะความดีได้ ที่สุดแล้วการกระทำชั่วร้ายจะถูกเปิดเผย “ไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้จะไม่ถูกเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นจะไม่มีใครรู้” (มธ 10:26)

2) ผู้เบียดเบียนไม่มีอำนาจเหนือวิญญาณ มีแต่พระเจ้าเท่านั้นทรงอำนาจยิ่งใหญ่สูงสุด เราควรนอบน้อมเชื่อฟังพระเจ้า ผู้ไม่ทรงประสงค์ให้ใครสักคนเสียไป ประการสำคัญ การเบียดเบียนเป็นโอกาสของการเป็นประกาศก “เลือดของมรณสักขีคือเมล็ดพันธุ์ชั้นดีของพระศาสนจักร” (แตร์ตูเลียน)

3) ความรักหาที่สุดมิได้ของพระเจ้า ผู้ให้คุณค่าเรามากกว่าสิ่งใด “อย่ากลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก” (มธ 10:31) พระเจ้าทรงเป็นที่หลบภัยและป้อมปราการ ทรงพร้อมช่วยเราเสมอในห้วงเวลาที่เผชิญปัญหา (สดด 27:1-2; 91:1-2)

2.        บทเรียนสำหรับเรา

พระวรสารวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

ประการแรก เราต้องไม่กลัวที่จะประกาศข่าวดี ความกลัวทำให้เสื่อม ความกลัวมักเกิดจากพื้นฐานความคิดเรื่องการถูกปฏิเสธและการสูญเสีย เช่น กลัวตกงาน กลัวเสียเงิน กลัวเสียสุขภาพ ฯลฯ เราต้องตระหนักเสมอว่า พระเจ้าทรงทราบทุกอย่างที่เกิดขึ้น และชีวิตของเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ทรงเอาพระทัยใส่และดูแลเราเสมอ เราไม่ควรกลัวสิ่งใด

ประการที่สอง เราต้องตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเจ้า ในห้วงเวลาเผชิญปัญหา ความยากลำบาก และต้องการความช่วยเหลือ เรามิได้เผชิญชีวิตโดยลำพัง พระเจ้าประทับอยู่ในเรา แม้เรามองไม่เห็น หรือจำพระองค์ไม่ได้ แต่พระองค์ประทับอยู่เคียงข้างเราเสมอ เพื่อปกป้องดูแลและเป็นแหล่งพลังแห่งชีวิต เราต้องไม่กลัว หรือกังวลสิ่งใด

ประการที่สาม เราต้องวางใจในพระเจ้า พระองค์ทรงทราบทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราและสิ่งที่เราต้องการ เราต้องวางใจและเพ่งมองไปยังพระองค์ ผู้ทรงเป็นท่อธารแห่งพระพรและทรงดูแลเรา ความรักของพระองค์ยิ่งใหญ่และหาที่สุดมิได้ ทรงให้คุณค่าเรามากกว่าสิ่งใด พระองค์ทรงเป็นผู้ที่เราต้องเชื่อและวางใจแต่ผู้เดียว

บทสรุป

พี่น้องที่รัก คริสตชนถูกเรียกร้องให้ประกาศข่าวดีขององค์พระคริสตเจ้า ด้วยคำพูดและการกระทำผ่านทางชีวิตของเรา โดยไม่กลัว หรือกังวลสิ่งใด เพราะพระเจ้าทรงทราบทุกอย่างที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เราประสงค์ ประการสำคัญ ชีวิตของเราอยู่ในพระหัตถ์และพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า ผู้ทรงเอาพระทัยใส่ ปกป้องคุ้มครอง และดูแลเราเสมอ

เราต้องหมั่นอธิษฐานภาวนาต่อพระเจ้า และวอนขอพระองค์ทรงเพิ่มพูนความเชื่อของเราให้เข้มแข็ง เมื่อเผชิญพายุร้ายในชีวิตจะได้เพ่งมองไปที่พระองค์ วางใจ และเชื่อในพระองค์แต่ผู้เดียว ศิษย์พระคริสต์ต้องวางใจและเชื่อในพระเจ้าแต่ผู้เดียว ผู้ทรงเป็นที่หลบภัยและป้อมปราการสำหรับเรา โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่เราเผชิญปัญหาและความยากลำบากในชีวิต พระองค์ประทับอยู่และเคียงข้างเราเสมอ 

คุณพ่อขวัญ  ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร

20 มิถุนายน 2026

ภาพ : พระอัครสังฆราชอันตน วีระเดช ใจเสรี, ฉลองศาสนนาม, อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่, สกลนคร; 2026-6-13

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น