
อย่ากลัวที่จะประกาศข่าวดี
|
อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา ปี A |
ยรม 20:10-13 รม 5:12-15 มธ 10:26-33 |
บทนำ
หญิงชราชื่อม็อด
นั่งริมหน้าต่างบนเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 747 ลำใหญ่ ที่เพิ่งทะยานขึ้นจากนครนิวยอร์กมุ่งไปยังกรุงโรม
เธอเก็บเงินมาหลายปีเพื่อทำความฝันในการไปแสวงบุญอมตะนครแห่งนี้ให้เป็นจริง เนื่องจากเป็นการบินครั้งแรกเธอจึงหวาดกลัวมาก
แม้มีพระสังฆราชสี่องค์นั่งอยู่ด้านหลังเธอก็ไม่ได้ช่วยอะไร ด้วยความกลัวจนตัวสั่น
เธอลืมตาขึ้นและมองออกไปนอกหน้าต่าง
ทันใดนั้นก็เห็นเครื่องยนต์หนึ่งในสี่เครื่องของเครื่องบินหลุดออกจากปีกและหายไปในเมฆ
“เรากำลังจะตาย!” เธอร้องออกมา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินปรึกษากับนักบิน
และประกาศกับผู้โดยสารว่า ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม
พวกเขาสามารถบินกลับไปนิวยอร์กและลงจอดได้อย่างปลอดภัยด้วยเครื่องยนต์สามเครื่อง
แต่ม็อดยังคงร้องออกมาว่า “เรากำลังจะตาย!” พนักงานต้อนรับเดินไปหาเธอและพูดว่า
“อย่ากังวลไปเลยคุณผู้หญิง พระเจ้าอยู่กับเรา
เราเหลือเครื่องยนต์เพียงสามเครื่อง แต่ดูสิ เรามีพระสังฆราชสี่องค์กำลังอธิษฐานภาวนาเพื่อเรา”
ม็อดตอบว่า “ฉันขอเลือกเครื่องยนต์สี่เครื่องกับพระสังฆราชสามองค์ได้ไหม”
พระวาจาพระเจ้าวันนี้ พระเจ้าทรงเรียกเราให้ประกาศข่าวดีขององค์พระคริสตเจ้า
ผ่านทางคำพูดและชีวิตของเราโดยปราศจากความกลัว เพราะชีวิตของเราเป็นของพระเจ้า
องค์แห่งความรัก และความดีบริบูรณ์ ผู้ทรงความยิ่งใหญ่สูงสุดแต่ผู้เดียวที่เราวางใจ
เราต้องไม่กลัวสิ่งใด โดยเฉพาะในพันธกิจแห่งการประกาศข่าวดีที่ทรงมอบหมาย
1. อย่ากลัวที่จะประกาศข่าวดี
เราคงเคยได้ยินสำนวน “ความกลัวทำให้เสื่อม” เพราะความกลัวทำให้เราไม่กล้าทำสิ่งใด
ด้วยกลัวว่าทำแล้วจะทำให้เราต่างไปจากคนอื่น เป็นคนแปลกแยกจากสังคม ได้รับผลกระทบ หรือได้ไม่คุ้มเสีย
เมื่อไม่มีใครกล้าคิดกล้าทำสิ่งที่ถูกที่ควร หรือคิดนอกกรอบ
ทำให้สังคมและองค์กรย่ำอยู่กับที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาใด ๆ
คริสตชนต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากสิ่งไม่ดีไปสู่สิ่งดี
จากความเกลียดชังไปสู่ความรัก จากความเห็นแก่ตัวไปสู่การอุทิศตน
จากการทุจริตไปสู่ความสื่อสัตย์โปร่งใส จากความสิ้นหวังไปสู่ความหวัง ฯลฯ
พระวรสารวันนี้เป็นคำสั่งของพระเยซูเจ้าต่อบรรดาอัครสาวก
ที่พระองค์ทรงส่งไปประกาศข่าวดีและรักษาคนเจ็บป่วย
ทรงแนะนำพวกเขาให้ดำเนินชีวิตเรียบง่าย
หลังจากได้ทำนายถึงการต่อต้านและการเบียดเบียนที่พวกเขาจะได้รับ พระองค์ทรงให้กำลังใจพวกเขาให้มั่นคง
ทรงย้ำกับพวกเขาสามครั้งว่า “อย่ากลัว” ในพันธกิจประกาศข่าวดี
พวกเขาจะได้รับการปกป้องเช่นเดียวกับประกาศกเยเรมีย์ที่ได้รับการปกป้องจากพระเจ้า
พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอนบรรดาศิษย์มิให้กลัวผู้ใด
หรือสิ่งใด ด้วยเหตุผล 3 ประการ
1) ไม่มีใครสามารถขัดขวางความสำเร็จแห่งพันธกิจประกาศข่าวดีได้
เพราะความชั่วไม่อาจชนะความดีได้ ที่สุดแล้วการกระทำชั่วร้ายจะถูกเปิดเผย “ไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้จะไม่ถูกเปิดเผย
ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นจะไม่มีใครรู้” (มธ 10:26)
2) ผู้เบียดเบียนไม่มีอำนาจเหนือวิญญาณ
มีแต่พระเจ้าเท่านั้นทรงอำนาจยิ่งใหญ่สูงสุด เราควรนอบน้อมเชื่อฟังพระเจ้า
ผู้ไม่ทรงประสงค์ให้ใครสักคนเสียไป ประการสำคัญ
การเบียดเบียนเป็นโอกาสของการเป็นประกาศก “เลือดของมรณสักขีคือเมล็ดพันธุ์ชั้นดีของพระศาสนจักร” (แตร์ตูเลียน)
3) ความรักหาที่สุดมิได้ของพระเจ้า
ผู้ให้คุณค่าเรามากกว่าสิ่งใด “อย่ากลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก” (มธ 10:31) พระเจ้าทรงเป็นที่หลบภัยและป้อมปราการ ทรงพร้อมช่วยเราเสมอในห้วงเวลาที่เผชิญปัญหา
(สดด 27:1-2; 91:1-2)
2. บทเรียนสำหรับเรา
พระวรสารวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ
ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก เราต้องไม่กลัวที่จะประกาศข่าวดี ความกลัวทำให้เสื่อม
ความกลัวมักเกิดจากพื้นฐานความคิดเรื่องการถูกปฏิเสธและการสูญเสีย เช่น กลัวตกงาน
กลัวเสียเงิน กลัวเสียสุขภาพ ฯลฯ เราต้องตระหนักเสมอว่า พระเจ้าทรงทราบทุกอย่างที่เกิดขึ้น
และชีวิตของเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ทรงเอาพระทัยใส่และดูแลเราเสมอ
เราไม่ควรกลัวสิ่งใด
ประการที่สอง เราต้องตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเจ้า ในห้วงเวลาเผชิญปัญหา ความยากลำบาก
และต้องการความช่วยเหลือ เรามิได้เผชิญชีวิตโดยลำพัง พระเจ้าประทับอยู่ในเรา
แม้เรามองไม่เห็น หรือจำพระองค์ไม่ได้ แต่พระองค์ประทับอยู่เคียงข้างเราเสมอ
เพื่อปกป้องดูแลและเป็นแหล่งพลังแห่งชีวิต เราต้องไม่กลัว หรือกังวลสิ่งใด
ประการที่สาม เราต้องวางใจในพระเจ้า พระองค์ทรงทราบทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราและสิ่งที่เราต้องการ
เราต้องวางใจและเพ่งมองไปยังพระองค์ ผู้ทรงเป็นท่อธารแห่งพระพรและทรงดูแลเรา
ความรักของพระองค์ยิ่งใหญ่และหาที่สุดมิได้ ทรงให้คุณค่าเรามากกว่าสิ่งใด พระองค์ทรงเป็นผู้ที่เราต้องเชื่อและวางใจแต่ผู้เดียว
บทสรุป
พี่น้องที่รัก คริสตชนถูกเรียกร้องให้ประกาศข่าวดีขององค์พระคริสตเจ้า
ด้วยคำพูดและการกระทำผ่านทางชีวิตของเรา โดยไม่กลัว หรือกังวลสิ่งใด
เพราะพระเจ้าทรงทราบทุกอย่างที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เราประสงค์ ประการสำคัญ ชีวิตของเราอยู่ในพระหัตถ์และพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า
ผู้ทรงเอาพระทัยใส่ ปกป้องคุ้มครอง และดูแลเราเสมอ
เราต้องหมั่นอธิษฐานภาวนาต่อพระเจ้า
และวอนขอพระองค์ทรงเพิ่มพูนความเชื่อของเราให้เข้มแข็ง เมื่อเผชิญพายุร้ายในชีวิตจะได้เพ่งมองไปที่พระองค์
วางใจ และเชื่อในพระองค์แต่ผู้เดียว ศิษย์พระคริสต์ต้องวางใจและเชื่อในพระเจ้าแต่ผู้เดียว
ผู้ทรงเป็นที่หลบภัยและป้อมปราการสำหรับเรา โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่เราเผชิญปัญหาและความยากลำบากในชีวิต
พระองค์ประทับอยู่และเคียงข้างเราเสมอ
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
ID LINE : dondaniele
วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร
20 มิถุนายน 2026
ภาพ : พระอัครสังฆราชอันตน วีระเดช ใจเสรี, ฉลองศาสนนาม, อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่, สกลนคร; 2026-6-13
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น