วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569

พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า

 

พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า

บทนำ

วันศุกร์หลังสมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า พระศาสนจักรให้เราสมโภชพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้าซึ่งตรงเดือนมิถุนายนของทุกปี ดังนั้นเดือนมิถุนายนจึงเป็น “เดือนพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า” คำว่า “พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า” หมายถึงหัวใจของพระเยซูเจ้า เมื่อนึกถึงหัวใจ เรานึกถึง “ความรัก” เรามีการทำสัญลักษณ์หัวใจหลายอย่าง เช่น Miniheart หรือทำมือเป็นรูปหัวใจ ใหญ่บ้าง เล็กบ้างตามที่เราเห็นสมควร เพื่อสื่อถึงความรักที่เรามี หรือส่งความรักให้ถึงใครบางคนที่เราต้องการให้รับรู้

ความศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า มีพื้นฐานและศูนย์กลางในธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้า พระบุตรผู้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยทุกคนให้รอดพ้น ตั้งแต่สมัยของอัครสาวก นักบุญยอห์น ศิษย์ที่ทรงรักผู้อยู่แทบเชิงกางเขนกับพระนางมารีย์ ได้เห็นและเป็นพยานเรื่องโลหิตและน้ำไหลออกมาจากรอยแผลที่ถูกแทง พระศาสนจักรมีความศรัทธาต่อความรักของพระเจ้า ผู้ทรงรักมนุษย์จนประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวแก่ทุกคน และมีความศรัทธาต่อความรักของพระเยซูเจ้า ผู้ทรงรักมนุษย์จนทรงมอบพระองค์เพื่อทุกคน

การฟื้นฟูความเชื่อศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ณ คณะภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่ ศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2026
ความหมายของรูปพระหฤทัย

เมื่อพิจารณาดูรูปพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า เราเห็นเป็นรูปหัวใจที่มีไฟลุกอยู่ หมายถึงความรักมากล้นของพระเยซูเจ้าที่มีต่อมนุษย์ เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและลุกโชนอยู่เสมอ บนเปลวไฟมีกางเขน หมายถึงการที่พระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปเรา “ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่กว่าการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย” (ยน 15:13) และพระองค์ทรงพิสูจน์ความรักนี้บนไม้กางเขน นอกนั้นยังมีหนามทิ่งแทงโดยรอบอันสะท้อนถึงบาปที่มนุษย์ได้ทำ และทำให้หัวใของพระองค์เจ็บปวดและทรมาน

ด้านล่างของหัวใจยังมีบาดแผลที่ถูกแทง จากเหตุการณ์ที่เชิงกางเขน ทหารมาทุบขานักโทษสองคนที่ถูกตรึงพร้อมพระเยซูเจ้าเพื่อเร่งให้ตายเร็วขึ้น “เมื่อทหารมาถึงพระเยซูเจ้าก็เห็นว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้วจึงมิได้ทุบขาของพระองค์ แต่ทหารคนหนึ่งใช้หอกแทงด้านข้างพระวรกายของพระองค์ โลหิตและน้ำก็ไหลออกมาทันที” (ยน 19:33-34) ทหารได้ใช้หอกแทงด้านข้างพระวรกายทะลุหัวใจ โลหิตและน้ำไหลได้ไหลออกมา อันสะท้อนถึงความรักยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ให้ทุกอย่าง ให้แม้กระทั่งเลือดหยดสุดท้าย ไม่เหลือสิ่งใดไว้สำหรับพระองค์ ยกเว้นสิ่งที่ไม่มีใครเขาอยากได้คือ ไม้กางเขนและมงกุฎหนาม

ความศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้ามีที่มาจากข้อความ 2 ตอนพันธสัญญาใหม่ เรื่องแรกพระเยซูเจ้าทรงเป็นเจ้านายที่สุภาพอ่อนโยน “จงรับเอาแอกของเราแบกไว้และมาเป็นศิษย์ของเรา เพราะเรามีใจสุภาพอ่อนโยนและถ่อมตน” (มธ 11:29-30) พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์ว่า มีพระทัยสุภาพอ่อนโยนและถ่อมตน เพื่อบรรดาศิษย์ต้องเลียนแบบและปฏิบัติตามแบบอย่างของพระองค์   และเรื่องที่สอง ทหารแทงด้านข้างพระวรกายของพระเยซูเจ้า (ยน 19:31-37)

นักบุญยอห์นเล่าว่า เมื่อทหารแทงด้านข้างพระวรกายของพระเยซูเจ้า พระโลหิตและน้ำไหลออกมาทันที นักบุญยอห์นยังอ้างคำทำนายของประกาศกเศคาริยาห์ที่ว่า “เขาทั้งหลายจะมองดูผู้ที่เขาได้แทง” (ศคย 12:10) ข้อความนี้ต้องการสอนว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นลูกแกะที่ถูกประหารเป็นบูชาจริง ๆ  เพื่อความรอดพ้นของมนุษย์ และการถวายบูชาของพระเยซูเจ้าเป็นบ่อเกิดแห่งพระหรรษทานอันอุดมสำหรับมนุษย์ทุกคน “เมื่อเราจะถูกยกขึ้นจากแผ่นดิน เราจะดึงดูดทุกคนเข้ามาหาเรา” (ยน 12:32)

การฟื้นฟูความเชื่อศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ณ คณะภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่ ศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2026
ความเป็นมาคณะพระหฤทัย

คณะพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าในอัครสังฆมณฑลของเรา เป็นคณะที่มีที่มาจากคุณพ่อยอแซฟ กอมบูริเออ พระสงฆ์คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (MEP) ธรรมทูตผู้แทนพระสันตะปาปาแห่งมิสซังลาว ซึ่งหมายถึงภาคอีสานทั้งหมดและประเทศลาว แต่ไม่ร่วมแขวงซำเหนือ แขวงไทนินตะวันออก และแขวงอัตตาปือทางภาคใต้ ถือเป็นมรดกทางความเชื่อที่คุณพ่อกอมบูริเออทิ้งไว้ให้เรา มรดกของคุณพ่อกอมบูริเออมีหลายอย่าง สิ่งวัตถุก็มี เช่น ดาบปลายปืน หนังสือและบันทึกต่าง ๆ แต่คณะพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าที่คุณพ่อได้ตั้งขึ้นเป็นมรดกที่มีชีวิต

เพื่อจะรู้จักกลุ่มพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าจำเป็นต้องรู้จักชีวิตของคุณพ่อกอมบูริเออ ในห้วงเวลาที่คุณพ่อกอมบูริเออเกิด 8 สิงหาคม 1861 พระศาสนจักรได้จัดให้มีการฉลองพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าได้ 5 ปีแล้ว คือปี 1856 และเป็นที่แพร่หลายในประเทศฝรั่งเศส คุณพ่อกอมบูริเออเติบโตขึ้นมาในบรรยากาศของความเชื่อศรัทธานี้ กระทั่ง 11 กรกฎาคม 1899 พระสันตะปาปาเลโอที่ 13 ได้มอบถวายมนุษยชาติแด่ดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า เป็นห้วงเวลาที่มีการแยกจากมิสซังสยามตะวันออกเป็นมิสซังลาว เมื่อ 24 พฤษภาคม 1899 มีพระสังฆราชมารีย์ ยอแซฟ กืออ๊าส เป็นพระสังฆราชปกครอง

คุณพ่อกอมบูริเออออกเดินทางจากบ้านศูนย์กลางคณะ MEP ถนนดือบัก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 3 ธันวาคม 1884 เมื่อเดินทางถึงกรุงเทพฯ เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่คุณพ่อโปรดมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรับสิ่งจำเป็นสำหรับงานแพร่ธรรมและขอธรรมทูตไปช่วยงาน  พระสังฆราชหลุยส์ เวย์ได้ให้คุณพ่อกอมบูริเออ ครูเณรฮวด และครูเณรผาย เดินทางไปพร้อมกับคุณพ่อโปรดม การเดินทางผ่านป่าเขาที่ยากลำบากทำให้คุณพ่อกอมบูริเออป่วยเป็นไข้ป่า ต้องจ้างคนหามและอาศัยยาของคุณพ่อโปรดมทำให้อาการทุเลาลงได้บ้าง จนสามารถนั่งบนหลังม้า และนั่งเกวียนต่อไปถึงอุบลราชธานี

หลังสมโภชนักบุญยอแซฟปี 1885 กองเกวียนของคุณพ่อโปรดม พร้อมคุณพ่อกอมบูริเออ ได้ออกเดินทางจากอุบลฯ มาถึงมุกดาหาร ได้ตั้งค่ายพักแรมอยู่ใกล้ตัวเมืองเพื่อรอเรือที่คุณพ่อซาเวียร์ เกโก ส่งมารับ ข่าวการมาบรรดาธรรมทูตที่มุกดาหารเป็นเหมือน “ไฟลามทุ่ง” มีผู้คนจากทุกทิศทุกทางมาขอความช่วยเหลือให้พ้นจากการเป็นทาส ภายในสองวันมีคนมากกว่า 30 ครอบครัว ประมาณ 150 คน คุณพ่อโปรดมต้องนำคนกลุ่มนี้เดินทางโดยกองเกวียนมุ่งตรงไปยังท่าแร่ นี่คือบรรพชนของชาวทุ่งมน

ส่วนคุณพ่อกอมบูริเออเดินทางโดยทางเรือที่คุณพ่อเกโกส่งมารับไปยังหนองแสง พักที่หนองแสงระยะหนึ่ง จากนั้นได้ขี่ม้าเดินทางต่อไปยังท่าแร่ ที่สุดได้มาถึงท่าแร่เมื่อ 4 พฤษภาคม 1885 ขณะนั้นกลุ่มคริสตชนที่ท่าแร่ตั้งได้ประมาณ 7 เดือน มีคริสตชน 147 คนและผู้สมัครเรียนคำสอน 692 คน   คุณพ่อโปรดมได้แต่งตั้งคุณพ่อกอมบูริเออให้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก นับเป็นเจ้าอาวาสที่หนุ่มที่สุด มีอายุเพียง 23 ปีเศษ และต้องรับผิดชอบคริสตชนที่ท่าแร่ตามลำพัง โดยมีคุณพ่อเกโก และครูทัน จากวัดคำเกิ้มแวะเวียนมาเยี่ยมบ้างเป็นครั้งคราว

หากใครเคยเห็นป้ายหลุมศพของคุณพ่อกอมบูริเออเดิมจะพบข้อความ “รองมุขนายกมิสซังและสถาปนิก”  ผมเข้าใจว่า วัดที่สร้างในสมัยนั้นคงเป็นคุณพ่อกอมบูริเออเป็นผู้ออกแบบ  รวมถึงการวางผังหมู่บ้านอย่างเป็นสัดส่วน สวยงาม มีวัดและโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง เช่น ท่าแร่ ทุ่งมน ที่เด่นชัดที่สุดคือการสร้างวัดมหาพรหมมีคาแอล หลังที่สอง ซึ่งสร้างได้อย่างประณีต สวยงาม  และสร้างด้วยความยากลำบาก รวมถึงโรงเรียนมหาพรหมมีคาแอลท่าแร่ เสียดายที่เราไม่ได้เก็บรักษาไว้

เมื่อท่าแร่มีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ และมีโรงเรียนสำหรับให้ความรู้แก่กุลบุตรกุลธิดาชาวท่าแร่แล้ว ทำอย่างไรจึงจะทำให้ชาวท่าแร่มีความเชื่อที่มั่นคงในพระเจ้า นี่คือที่มาของการก่อตั้งกลุ่มพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าขึ้น คุณพ่อกอมบูริเออเติบโตมาในบรรยากาศที่คริสตชนสมัยนั้นมีความเชื่อศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า และคุณพ่อกอมบูริเออได้นำความเชื่อศรัทธานี้มาก่อตั้งขึ้นที่ท่าแร่ พ่อได้เห็นเอกสารการขออนุญาตก่อตั้ง “คณะพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า” เมื่อปี 1917

เอกสารนี้เป็นภาษาละตินและพ่อได้ส่งไปให้คุณพ่อทัศไนย์ คมกฤส ถอดความเป็นภาษาไทย เสียดายที่ External dish ที่ใช้เก็บข้อมูลของพ่อตกเกิดความเสียหาย ไม่สามารถกู้ข้อมูลคืนได้ ทำให้ข้อมูลส่วนใหญ่ของพ่อสูญหาย โดยเฉพาะภาพที่สแกนจากฟิล์มและภาพหายากต่าง ๆ รวมถึงเอกสารก่อตั้งคณะพระหฤทัยของคุณพ่อกอมบูริเออด้วย จำได้ว่า คุณพ่อกอมบูริเออได้ขออนุญาตก่อตั้งจากพระสังฆราชโปรดม พระสังฆราชองค์สองของมิสซังลาว ซึ่งปกครองมิสซังลาวปี 1913-1920

นั่นหมายความว่า คณะพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าท่าแร่  เป็นคณะแรกที่ก่อตั้งขึ้น ก่อตั้งขึ้นก่อนการก่อตั้งคณะภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่ด้วยซ้ำ ในความเห็นของพ่อ นี่คือกุศโลบายที่แยบยลซึ่งคุณพ่อกอมบูริเออต้องการให้ชาวท่าแร่มาวัด มาร่วมมิสซาที่เดิมเรียกว่า “มาฟังมิสซา” เพราะเป็นภาษาละติน จะได้มีความรักในพระเจ้าที่มองไม่เห็นมากขึ้น ผ่านทางรูปพระหฤทัยที่มองเห็นได้ ซึ่งคุณพ่อคงได้มาจากฝรั่งเศส คงไม่ต่างจากการมีกลุ่มคณะต่าง ๆ เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น พลมารีย์, บีอีซี (กลุ่มวิถีชุมชนวัด), ซีเอฟซี (คู่สมรสเพื่อพระคริสต์), อัศวินศีลมหาสนิท, ผู้สูงอายุ, กลุ่มพระเมตตา ฯลฯ

เดิมทีเดียวคริสตชนมาวัดเฉพาะวันอาทิตย์ที่ถือว่าเป็นวันพระเจ้า ต่อมามีอีกวันเพิ่มขึ้นคือทุกวันศุกร์ต้นเดือน และต้องมา 9 เดือนติดต่อกัน เมื่อเริ่มมาบ่อยเข้าก็เกิดความเชื่อศรัทธา อยากมามิสซาวันอื่นด้วย ที่สุดได้ไปวัดทุกวัน ทำให้มีความใกล้ชิดกับพระเจ้า เมื่อมีความรักต่อพระเจ้า ผ่านทางรูปพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าที่มองเห็นได้ และทำให้เรามีความรักต่อเพื่อนมนุษย์ด้วย ความรักที่เรามีต่อผู้อื่นคือข้อพิสูจน์ความรักที่เรามีต่อพระเจ้า

วัดท่าแร่หลังที่สอง และโรงเรียนมหาพรหมมีคาแอลท่าแร่สร้างโดยคุณพ่อยอแซฟ กอมบูริเออ
เครื่องหมายแห่งความรักยิ่งใหญ่

พระหฤทัยของพระเยซูเจ้าคือเครื่องหมายแห่งความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ทรงรักเสมอ อดทนนาน และให้อภัยเสมอ “ผิดพลาดคือมนุษย์อภัยไม่สิ้นสุดคือพระเจ้า” (อเล็กซานเดอร์ โป๊ป) เป็นชีวิตที่มีเพื่อให้และหัวใจมีเพื่อรักอย่างแท้จริง ข่าวดีที่พระเยซูเจ้าได้เผยแสดงให้แก่เราทุกคน “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมากจึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร” (ยน 3:16) “พระเจ้าทรงพิสูจน์ว่าทรงรักเราเพราะพระคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์เพื่อเราขณะที่เรายังเป็นคนบาป” (รม 5:8)

โลหิตและน้ำที่ไหลออกมาจากด้านข้างพระวรกายของพระเยซูเจ้าเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า พระเจ้าทรงรักเรา : 1) โลหิต เป็นเครื่องหมายของการไถ่กู้มนุษยชาติทั้งมวล และมอบพระองค์เป็นอาหารฝ่ายจิตทางศีลมหาสนิท และ 2) น้ำ เป็นเครื่องหมายของการชำระมนุษย์ชาติให้บริสุทธิ์ผ่านทางศีลล้างบาป พระเยซูเผยแสดงแก่นักบุญโฟสตินาถึงความรักของพระองค์ผ่านทางพระเมตตาของพระเจ้าและยังได้สอนให้ท่านนักบุญภาวนาว่า “โอ้ พระโลหิตและน้ำ ซึ่งหลั่งไหลมาจากพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า เป็นท่อธารพระเมตตาเพื่อลูกทั้งหลาย ลูกวางใจในพระองค์” (บันทึกวิญญาณนักบุญโสตินา : 186,187)

แม้ว่าพระเยซูเจ้าได้เปิดเผยความรักของพระองค์ให้มนุษยชาติได้รับรู้ แต่ยังมีหลาย ๆ คนที่ยังเมินเฉยต่อความรักของพระองค์ พระองค์ตรัสกับนักบุญมาร์การิตา มารีย์ อาลาก๊อก ว่า “จงมองดูหัวใจดวงนี้ที่รักมนุษย์เป็นอย่างมาก แต่มนุษย์กลับไม่ต้องการรักเราเป็นการตอบสนอง ดวงพระหฤทัยดวงนี้ปรารถนาจะใช้ลูกเพื่อเผยแพร่ความรักของเราไปทั่วทุกหนแห่งบนโลกนี้” เพื่อตอบสนองความรักของพระเยซูเจ้า เราจะต้องเปิดใจเรียนรู้ว่า พระเยซูเจ้ารักเรามากเพียงใด?

การฟื้นฟูความเชื่อศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ณ คณะภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่ ศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2026
คำสัญญา
12 ประการ

ผู้ใดที่ตระหนักถึงความรักของพระเยซูเจ้าที่มีต่อตนเองมาก เขาจะตอบสนองความรักต่อพระเยซูเจ้ามากเช่นเดียวกัน เอกสาร MISERENTISSIMUS REDEMPTOR 1 ข้อ 3 พระสันตะปาปาปีโอที่ 11 ได้เขียนว่า ความศรัทธาต่อดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า กระตุ้นใจเราให้รักพระเยซูเจ้าอย่างร้อนรนยิ่งขึ้น พระเยซูเจ้าทรงสัญญาว่า เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ที่อุทิศตนและทำการชดใช้บาปต่อพระหทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์

1. พระองค์จะประทานพระคุณที่จำเป็นทั้งหมดแก่พวกเขาในสถานะชีวิตของพวกเขา

2. พระองค์จะสถาปนาสันติสุขในบ้านของพวกเขา

3. พระองค์จะปลอบโยนพวกเขาในความทุกข์ยากทั้งปวง

4. พระองค์จะเป็นที่พึ่งพิงอันปลอดภัยของพวกเขาตลอดชีวิต และเหนือสิ่งอื่นใดในความตาย

5. พระองค์จะประทานพรมากมายแก่กิจการทั้งปวงของพวกเขา

6. คนบาปจะพบในพระหทัย แหล่งกำเนิดและมหาสมุทรแห่งความเมตตาไม่สิ้นสุด

7. จิตใจที่เย็นชาจะกลายเป็นจิตใจที่กระตือรือร้น

8. จิตใจที่กระตือรือร้นจะก้าวไปสู่ความสมบูรณ์แบบอย่างรวดเร็ว

9. พระองค์จะอวยพรทุกสถานที่ที่มีรูปพระหทัยของพระองค์ตั้งแสดงและเคารพ

10. พระองค์จะประทานพรแก่ปุโรหิตให้สามารถสัมผัสหัวใจที่แข็งกระด้างที่สุดได้

11. ผู้ที่ส่งเสริมการอุทิศตนนี้ จะมีชื่อของพวกเขาจารึกอยู่ในพระหทัยของพระองค์

12. ด้วยพระเมตตาอันล้นเหลือแห่งพระหทัยของพระองค์ ความรักอันทรงพลังของพระองค์จะประทานพระคุณแห่งความอดทนจนถึงที่สุดแก่ทุกคนที่รับศีลมหาสนิทในวันศุกร์ต้นเดือนติดต่อกันเก้าเดือน พวกเขาจะไม่ตายในความอัปยศอดสูของพระองค์ และจะไม่ตายโดยไม่ได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์ พระหทัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์จะเป็นที่พึ่งพิงอันปลอดภัยของพวกเขาในวาระสุดท้ายนี้

การฟื้นฟูความเชื่อศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ณ คณะภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่ ศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2026
ข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับคำสัญญาเหล่านี้

1.  รับศีลมหาสนิทบ่อย ๆ

2. ไปสารภาพบาปและรับศีลมหาสนิทในวันศุกร์ต้นเดือนติดต่อกันเก้าเดือน

3. ชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์ เฝ้าศีลมหาสนิทเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงในวันพฤหัสบดี

4. การเฉลิมฉลองเทศกาลพระหทัยศักดิ์สิทธิ์

บทภาวนาพระหทัยศักดิ์สิทธิ์

โอ้ พระหทัยอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า บ่อเกิดแห่งพระพรทุกประการ ข้าพเจ้าขอสรรเสริญพระองค์ ข้าพเจ้ารักพระองค์ และด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อบาปของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอถวายหัวใจที่ต่ำต้อยนี้แด่พระองค์ ขอทรงโปรดให้ข้าพเจ้าอ่อนน้อมถ่อมตน อดทน บริสุทธิ์ และเชื่อฟังพระประสงค์ของพระองค์อย่างสิ้นเชิง ขอทรงโปรดประทานให้ข้าพเจ้าได้ดำเนินชีวิตอยู่ในพระองค์และเพื่อพระองค์ พระเยซูเจ้าผู้ประเสริฐ ขอทรงปกป้องข้าพเจ้าท่ามกลางอันตราย ขอทรงปลอบโยนข้าพเจ้าในความทุกข์ยาก ขอประทานสุขภาพกายที่ดี ความช่วยเหลือในความต้องการทางโลก พระพรของพระองค์ในทุกสิ่งที่ข้าพเจ้ากระทำ และพระคุณแห่งความตายอันศักดิ์สิทธิ์ อาเมน

คุณพ่อขวัญ  ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

สมโภชพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า

ศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2026

การฟื้นฟูความเชื่อศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ณ คณะภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่ ศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2026





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น