วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2567

พระพรพิเศษที่ต้องใช้ให้เกิดผล

 

พระพรพิเศษที่ต้องใช้ให้เกิดผล

เสาร์

สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

1 คร 1:26-31

มธ 25:14-30

บทอ่านแรก เปาโลได้ชี้ให้ชาวโครินธ์ได้ตระหนักว่า คริสตชนยุคแรกส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากชนชั้นปัญญาชน ผู้มีอิทธิพลทางการเมือง หรือครอบครัวชนชั้นสูง ตามมาตรฐานของโลก “แต่พระเจ้าทรงเลือกสรรคนโง่เขลาในสายตาของโลก  เพื่อทำให้คนฉลาดต้องอับอาย พระเจ้าทรงเลือกสรรคนที่โลกถือว่าอ่อนแอเพื่อทำให้ผู้แข็งแรงต้องอับอาย” (1 คร 1:27) คนเหล่านี้คือหลักฐานที่แสดงถึงฤทธานุภาพและความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ผู้เป็นสติปัญญา คุณธรรม ความศักดิ์สิทธิ์ และอิสรภาพของพวกเขา

พระวรสารวันนี้เป็นอุปมาเรื่องเงินตะลันต์ หนึ่งตะลันต์ (Talent) ในสมัยโรมันเท่ากับเงินหกพันเดนารี หนึ่งเดนาเรียสเท่ากับค่าจ้างแรงงานหนึ่งวัน ดังนั้น หนึ่งตะลันต์จึงเป็นเงินจำนวนมหาศาล อีกทั้งยังหมายถึง พระพรพิเศษ หรือความสามารถต่าง ๆ ที่พระเจ้าประทานแก่มนุษย์แตกต่างกันไปตามความสามารถของแต่ละคน พระเยซูเจ้าทรงเตือนเราว่าต้องใช้พระพรพิเศษของพระเจ้าอย่างซื่อสัตย์และรอบคอบ หากเราต้องการเข้าอาณาจักรสวรรค์

อุปมาได้แสดงให้เห็นถึงความวางใจของบุรุษผู้หนึ่งต่อผู้รับใช้ของตน ด้วยการมอบทรัพย์สินของตนแก่แต่ละคนก่อนออกเดินทางไกล เมื่อนายกลับมาได้เรียกผู้รับใช้แต่ละคนมาตรวจบัญชี คนที่ทำงานหนักและทำให้เงินตะลันต์เกิดผลสองเท่า ย่อมเป็นที่พึงพอใจของนาย “ดีมาก ผู้รับใช้ที่ดีและซื่อสัตย์” (มธ 25:21) และได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานที่ใหญ่ขึ้น ตรงข้ามผู้รับใช้ที่เลวและเกียจคร้านนำเงินตะลันต์ไปฝังดินไว้ ย่อมถูกนายตำหนิและนำเงินนั้นไปมอบให้คนที่มีมากที่สุด

อุปมาเรื่องเงินตะลันต์บอกให้ทราบว่า เราไม่สามารถนำพระพรพิเศษที่ได้รับจากพระเจ้า และความสามารถต่าง ๆ ที่มีไปใช้เพื่อสนองความต้องการของตนเอง แต่ต้องใช้เพื่อรับใช้พระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ รู้จักแบ่งปันสิ่งที่เรามีกับคนยากจนและคนที่จำเป็นด้วยความใจกว้าง ความสามารถต่าง ๆ ที่เรามี ยิ่งใช้บ่อย ยิ่งเชี่ยวชาญ สิ่งที่เรามี ยิ่งให้มาก ยิ่งได้รับมาก บ่อยครั้งพระพรพิเศษและความสามารถที่เรามีหากไม่ใช้ ย่อมขาดความเชี่ยวชาญและทักษะด้อยลง

คริสตชนต้องใช้พระพรและความสามารถที่ตนมีอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช้อย่างเห็นแก่ตัวและเพื่อตนเอง แต่ต้องใช้เพื่อพระเกียรติมงคลของพระเจ้าและความดีของส่วนรวม ศิษย์พระคริสต์ต้องเป็นผู้รับใช้ที่ดีและซื่อสัตย์ รู้จักใช้พระพรและความสามารถโดยไม่ลังเล ทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างรอบคอบและรับผิดชอบ แบ่งปันสิ่งที่มีกับคนที่ต้องการความช่วยเหลือด้วยใจกว้าง นี่คือการทำให้พระพรของพระเจ้าเกิดผลอย่างอุดม และพระองค์จะทรงเพิ่มพูนให้มากขึ้น

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร

30 สิงหาคม 2024

ภาพ : ภคินีรักกางเขนแ่หงท่าแร่, เข้าเงียบสัญจร, โรงเรียนมารีย์พิทักษ์เซกา, บังกาฬ; 2024-08-17


วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2567

ต้องเป็นตะเกียงที่ไม่ไร้น้ำมัน

 

ต้องเป็นตะเกียงที่ไม่ไร้น้ำมัน

ศุกร์

สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

1 คร 1:17-25

มธ 25:1-13

บทอ่านแรก เปาโลเน้นไปที่แก่นแท้ของความเชื่อของเรา โดยพูดถึงความไม่พอใจต่อกลุ่มต่าง ๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นในชุมชนชาวโครินธ์ บางคนบอกว่าเป็นของเปาโล อปอลโล หรือเคฟาส หรือแม้แต่พระคริสตเจ้า เปาโลเน้นว่า พวกเขาทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกันในพระคริสตเจ้า ไม่ว่าใครจะล้างบาปพวกเขาก็ตาม และพระคริสตเจ้าผู้เดียวเท่านั้นที่สิ้นพระชนม์เพื่อพวกเขาและช่วยพวกเขาให้รอด เปาโลให้ความสำคัญกับการประกาศพระคริสตเจ้าผู้ถูกตรึงกางเขน

อุปมาเรื่องหญิงสาวสิบคนที่พระเยซูเจ้าเล่า สะท้อนชีวิตจริงของสังคมยิวที่ให้ความสำคัญกับการมาของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว ทุกคนอยากเป็นส่วนหนึ่งของความชื่นชมยินดีนี้ พากันถือตะเกียงออกไปรอรับ อุปมาบอกให้เราทราบว่า พระเยซูเจ้าเป็นดังเจ้าบ่าวที่เสด็จมาเพื่อพบปะกับประชากรของพระองค์ และนำเราเข้าไปในบ้านแท้นิรันดรคืออาณาจักรสวรรค์ เพื่ออยู่กับพระองค์ผู้เป็นเจ้าบ่าวตลอดไป อันแสดงถึงความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษยชาติ

พระเจ้าปรารถนาให้ทุกคนได้เป็นหนึ่งเดียวและอยู่กับพระองค์ แต่การมาของพระองค์มิได้กำหนดเวลาล่วงหน้า ทุกคนต้องตื่นเฝ้าอยู่เสมอและรอคอยด้วยความรอบคอบ เราเห็นความแตกต่างระหว่างหญิงสาวสองกลุ่มที่ถือตะเกียงออกไปรอรับเจ้าบ่าว “หญิงโง่นำตะเกียงไป แต่มิได้นำน้ำมันไปด้วย ส่วนหญิงฉลาด นำน้ำมันใส่ขวดไปพร้อมกับตะเกียง” (มธ 25:3-4) ตะเกียงที่ไร้น้ำมันย่อมหาประโยชน์อะไรไม่ได้ เพราะไม่สามารถจุดเพื่อส่องสว่างแก่ตนเองและผู้อื่นได้

น้ำมันที่พระเยซูเจ้าตรัสถึงคือความรักและความดีงาม หรือบุญกุศลที่ทุกคนต้องมีและเตรียมให้พร้อมอยู่เสมอ ประการสำคัญ น้ำมันแห่งความรักและความดีงามเป็นสิ่งที่ขอกันไม่ได้ เพราะ “ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง” เราต้องลงมือทำและออกแรงด้วยตนเอง ศีลล้างบาปมิใช่หลักประกันของความรอดนิรันดร ต้องสั่งสมตลอดชีวิตเพื่อมีน้ำมันเพียงพอ สำหรับจุดตะเกียงแห่งความเชื่อให้ลุกอยู่เสมอ จนถึงเวลาที่พระเยซูเจ้าเสด็จมาและอยู่กับพระองค์ตลอดไป

ความรักและความดีงามเป็นดังน้ำมันที่จำเป็น และทำให้ตะเกียงของเราลุกโชนอยู่เสมอ เพื่อพร้อมต้อนรับการเสด็จมาของพระเยซูเจ้าในวาระสุดท้าย ศิษย์พระคริสต์ต้องเป็นตะเกียงที่ไม่ไร้น้ำมัน จุดอยู่เสมอ และตั้งไว้บนเชิงตะเกียงเพื่อส่องสว่างแก่ทุกคน เราต้องหมั่นเตรียมน้ำมันให้พร้อมและเพียงพอ ด้วยการทำแต่สิ่งดีงามและดำเนินชีวิตในความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ในชีวิตประจำวัน

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก, สกลนคร

29 สิงหาคม 2024

ภาพ : คริสตชุมชนหนองแสง-ดงอี่บ่าง, วานรนิวาส, สกลนคร; 2024-08-25