วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2563

นี่คือลูกแกะของพระเจ้า


นี่คือลูกแกะของพระเจ้า
3 มกราคม
พระนามศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า
1ยน 2:29-3:6
ยน 1:29-34
เมื่อเห็นพระเยซูเจ้าเสด็จมา ยอห์นผู้ทำพิธีล้างได้กล่าวว่า “นี่คือลูกแกะของพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก” (ยน 1:29) ยอห์นพูดภาษาอาราเมอิกซึ่งเป็นภาษาฮีบรูใหม่ และคำว่า thalya” ในภาษาอาราเมอิกหมายถึงทั้ง “ลูกแกะ” และ “ผู้รับใช้” ยอห์นอาจใช้คำนี้ทั้งสองความหมายคือ “ลูกแกะของพระเจ้า” และ “ผู้รับใช้ของพระเจ้า” แต่ผู้นิพนธ์พระวรสารเขียนเป็นภาษากรีกต้องเลือกเพียงความหมายเดียวเท่านั้น “ลูกแกะ” เป็นคำที่ถูกเลือก
เมื่อยอห์นพูดถึง “ลูกแกะของพระเจ้า” ผู้ฟังชาวยิวเข้าใจคำนี้เป็นอย่างดี เพราะชาวยิวใช้สัตว์เป็นเครื่องเผาบูชาเพื่อชดเชยบาปตามบทบัญญัติของโมเสส คำพูดของยอห์นมีความหมายว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็น “พระผู้ช่วยให้รอด” ทรงรับเอาบาปของเราไว้และชดเชยด้วยการหลั่งพระโลหิตของพระองค์จนหยดสุดท้าย ทรงแบกบาปของโลกและลบล้างบาปด้วยไม้กางเขนของพระองค์
บทเพลงแห่งผู้รับใช้ของพระยาเวห์ที่สี่ ประกาศกอิสยาห์ได้พูดว่า “เขามิได้ปริปากเหมือนลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า” (อสย 53:7) พระเยซูเจ้าทรงเป็นลูกแกะที่เชื่อฟังพระบิดาเจ้าอย่างสิ้นเชิง อิสยาห์เรียกพระองค์ว่าเป็น “ลูกแกะที่ทนทุกข์” และ “ผู้รับใช้ที่ทนทุกข์” พระเยซูเจ้าทรงลบล้างบาปของโลกโดยพระทรมาน ทรงปล่อยให้ความชั่วร้ายของบาปทำร้ายความเกลียดชัง และความอิจฉาริษยาของชาวฟาริสีทำร้ายพระองค์
พระเยซูเจ้าทรงทนทุกข์ทรมานตลอดพระชนม์ชีพเพราะบาปของเรา จนถึงการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ ทรงเผชิญกับความเป็นจริงจากบาปของโลก เราทุกคนต่างมีประสบการณ์ความทุกข์จากบาปของผู้อื่นเช่นเดียวกับบาปของเรา อาทิ ความโกรธ ความไม่ซื่อสัตย์ ความดื้อรั้น ความปลิ้นปล้อนหลอกลวง บาปทุกอย่างของเราได้ทำร้ายผู้อื่น และเราถูกทำร้ายจากบาปของผู้อื่นเช่นเดียวกัน
คริสตชนต้องตระหนักในความรักยิ่งใหญ่ของพระเยซูเจ้า “ลูกแกะของพระเจ้า ผู้ทรงลบบาปของโลก” (ยน 1:29) ซึ่งมอบชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษย์ ศิษย์พระคริสต์ต้องดำเนินชีวิตเป็นพยานถึงพระเยซูเจ้า เป็นผู้ชี้บอกพระองค์แก่ผู้อื่นผ่านทางแบบอย่างชีวิตดีงามของเรา อีกทั้ง ต่อสู้ความชั่วและพยายามเอาชนะความโน้มเอียงไม่ดีในตนเอง ผ่านทางการอธิษฐานภาวนาและศีลศักดิ์สิทธิ์
ขวัญ ถิ่นวัลย์, ของขวัญสุดประเสริฐ ความชื่นชมยินดีแห่งการบังเกิด, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 133-134.
ที่มาภาพ : https://dailymasses.blogspot.com/2017/01/the-gravity-of-sin-homily-for-january-3.html

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563

การเป็นพยานของยอห์นผู้ทำพิธีล้าง


การเป็นพยานของยอห์นผู้ทำพิธีล้าง
2 มกราคม
ระลึกถึง น.บาซิลและ น.เกรโกรีแห่งนาซีอันเซน
1ยน 2:22-28
ยน 1:19-28
มีคาทอลิกคนหนึ่งเดินทางไปเข้าเงียบห้าวันที่ศูนย์เข้าเงียบแห่งหนึ่ง เมื่อลงทะเบียนเข้าพักเจ้าหน้าที่ศูนย์ถามเขาว่า “คุณคาดหวังอะไรจากการเข้าเงียบครั้งนี้” เขาตอบว่า ไม่ได้คาดหวังว่าต้องค้นพบความจริงทางเทววิทยาที่ลึกซึ้ง แค่ต้องการคำตอบต่อคำถามธรรมดาที่ว่า “พระเยซูเจ้าเป็นใคร” และ “ฉันเป็นใคร” เมื่อเข้าเงียบจบเจ้าหน้าที่คนเดิมได้ถามเขาว่าพบคำตอบหรือยัง เขาตอบว่า “แน่นอน เวลานี้ฉันเข้าใจแล้วว่า พระเยซูเจ้าเป็นพระเจ้าและฉันไม่ใช่”
ชาวยิวส่งบรรดาสมณะและชาวเลวีไปถามยอห์นผู้ทำพิธีล้างว่า “ท่านเป็นใครเล่า” ยอห์นตอบโดยไม่ปิดบังว่า “ข้าพเจ้าไม่ใช่พระคริสต์” (ยน 1:19-20) ยอห์นทราบดีว่า ตนเองไม่ใช่พระเจ้า ไม่ใช่พระคริสต์ ไม่ใช่เอลียาห์ หรือประกาศก แต่เป็นเสียงร้องในถิ่นทุรกันดาร ชี้บอกคนที่มาหาให้เตรียมต้อนรับองค์พระเจ้า ยอห์นประกอบพิธีล้างด้วยน้ำเพื่อเตือนให้ระลึกถึงการกลับใจและการให้อภัยบาปของพระเจ้า
ยอห์นไม่ได้พูดถึงตัวเอง แต่ชี้ไปที่พระคริสตเจ้าโดยตรง ยอห์นได้เป็นพยานด้วยความสุภาพและตระหนักในความต่ำต้อยของตน “พระองค์จะต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าจะต้องด้อยลง” (ยน 3:30) ยอห์นสำนึกว่า ไม่คู่ควรแม้แต่จะแก้สายรัดรองเท้าของพระองค์ เราต้องไม่ชี้ไปที่ตัวเอง หรือสำคัญผิดคิดว่า เราคือความถูกต้องและสำคัญที่สุด แต่ชี้ไปที่พระเยซูเจ้า พระองค์ต้องยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา และดำเนินชีวิตเป็นเครื่องมือที่ดีของพระองค์
มนุษย์มักแสวงหาเกียรติยศชื่อเสียงสำหรับตนเอง และต้องการให้คนอื่นพูดถึงตนในแง่ดี ยอห์นเป็นประกาศกผู้ยิ่งใหญ่ แต่ปฏิเสธเกียรติใด ๆ สำหรับตนเอง ได้แสดงความสุภาพถ่อมตนว่า เป็นเพียงผู้นำสารผู้เตรียมทางสำหรับองค์พระเจ้า และเป็นผู้นำคนอื่นมาพบพระเยซูเจ้า ผู้เสด็จมาในโลกแล้วและประทับท่ามกลางพวกเขา แต่พวกเขาไม่สังเกตและจำพระองค์ไม่ได้
คริสตชนต้องดำเนินชีวิตเป็นพยานถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าในโลก ทั้งด้วยคำพูดและการกระทำ เป็นตัวอย่างดีแก่กัน ตระหนักในหน้าที่แห่งการเป็นผู้นำสารของพระองค์ไปสู่ผู้อื่น ศิษย์พระคริสต์ต้องสำนึกในความต่ำต้อยของตน และชี้ไปที่พระเยซูเจ้าผู้เป็นแสงสว่างแท้ ทำให้แสงสว่างนี้ฉายแสงในชีวิตประจำวันของเรา ในความรักต่อกัน การรับใช้ และการให้อภัยกันด้วยใจกว้าง  
ขวัญ ถิ่นวัลย์, ของขวัญสุดประเสริฐ ความชื่นชมยินดีแห่งการบังเกิด, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 131-132.
ที่มาภาพhttp://www.freebibleimages.org/photos/john-baptist/