วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ผู้นำพระพรและความรัก


ผู้นำพระพรและความรัก
บทอ่านจากพระวรสารโดยนักบุญมัทธิว 12:46-50
ขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังตรัสกับประชาชน พระมารดาและพระญาติของพระองค์มายืนอยู่ข้างนอก ต้องการพูดกับพระองค์ พระองค์จึงตรัสถามผู้ที่มาทูลนั้นว่า ใครเป็นมารดา ใครเป็นพี่น้องของเรา  แล้วทรงยื่นพระหัตถ์ชี้บรรดาศิษย์  ตรัสว่า นี่คือมารดาและพี่น้องของเรา  เพราะผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ ผู้นั้นเป็นพี่น้องชายหญิงและเป็นมารดาของเรา
พระวาจาของพระเจ้า
บทนำ
คุณพ่อสมรชัย กระแสสิงห์ เจ้าอาวาสที่น่ารักของพวกเรา และพี่น้องชาวป่าพนาวัลย์ที่รักทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่เชิญพ่อให้มาเทศน์เตรียมจิตใจโอกาสฉลองวัดปีนี้  พ่ออยู่ที่นี่สามปี เป็นเวลาที่มีความสุขมาก ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้อยู่กับพี่น้อง ยังจำและคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ ผ่านไปปีกว่า หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป บรรดาเด็ก ๆ เริ่มโตเป็นหนุ่มเป็นสาว ที่เห็นชัดคือพระคุณเจ้ามาเยี่ยมเราบ่อย เรามีเจ้าวัดถึงสามองค์
ประการสำคัญ พี่น้องชาวป่าพนาวัลย์ยังสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในการเตรียมฉลองวัดและงานต่าง ๆ ของวัด ยังจำได้ปีแรกที่พ่อมาอยู่ ได้เสนอโครงการเตรียมฉลองครบรอบ 30 ปีการก่อตั้งชุมชนวัด พี่น้องเอาด้วยทุกอย่างและให้ความร่วมมือดีมาก เราเริ่มด้วยการทำซุ้มประตูทางเข้าวัด จากซุ้มประตูมาเป็นซุ้มอนุสาวรีย์ ศาลามีคาแอล และศาลาสันติสุขที่สุสาน ใครมีไม้บริจาคไม้ ใครมีอะไรก็ช่วยกัน ทำให้โครงการทุกอย่างสำเร็จ
แม้กระทั่งงานคริสต์มาส ไม่มีของขวัญให้เด็ก ๆ พ่อเสนอพาเด็กไปร้องเพลงคริสต์มาสอวยพรตามบ้าน พี่น้องก็เอาด้วย ช่วยแต่งหน้าให้ลูกหลานของเรา ช่วยบริการรถยนต์ ช่วยทำอาหาร คริสต์มาสจึงเป็นเวลาแห่งความสุขและความชื่นชมยินดีอย่างแท้จริง ซึ่งเราทุกคนมีส่วนในการให้และมอบความรักแก่กัน ทำให้คริสต์มาสมีความหมายและสัมผัสได้ เพราะ “ทุกครั้งที่เรารักและรู้จักให้ นั่นคือคริสต์มาส
1.      เครื่องหมายแห่งพระพรและความรัก
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสในการเสด็จเยือนประเทศไทย เมื่อสองสัปดาห์ก่อน (20-23 พฤศจิกายน 2019) และวัดของเราได้ไปร่วมรับเสด็จ พระองค์ทรงเป็นเครื่องหมายแห่งพระพรและความรักหาที่สุดมิได้สำหรับเราชาวไทย นับเป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่ชายวัย 83 มีปอดเพียงข้างเดียว เดินเหินลำบากเพราะขาอักเสพเรื้อรัง แต่ได้เดินทางไกลมาเยี่ยมลูก ๆ ของพระองค์ แม้ทรงเหน็ดเหนื่อยมาก ยังปรับเวลาไม่ได้ ภารกิจแน่นทั้งวัน แต่ยังยิ้มแย้มแจ่มใจ พระพักตร์อ่อนโยนเปี่ยมด้วยเมตตาที่ทุกคนสัมผัสได้ แม้แต่พี่น้องชาวพุทธยังพูดเป็นเสียงเดียวกัน
พ่อใคร่นำคำสอนของสมเด็จพระสันตะปาปา ในมิสซาที่สนามศุภชลาศัยมาแบ่งปันอีกครั้ง “ใครเป็นมารดา และใครเป็นพี่น้องของเรา” (มธ12:48) ครอบครัวถือเป็นพระศาสนจักรระดับบ้าน เป็นหน่วยแรกที่สำคัญที่สุด พระสันตะปาปาทรงเน้นย้ำให้เราปรับเปลี่ยนทัศนคติ เพื่อค้นพบ “สมาชิกของครอบครัว” ในมุมมองใหม่ที่กว้างกว่าการมองเฉพาะคนในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเท่านั้น และเปิดหัวใจยอมรับว่า “ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ ผู้นั้นเป็นพี่น้องชายหญิงและเป็นมารดาของเรา (มธ 12:50)
อาศัยพระวาจาของพระเจ้า พระจิตเจ้าได้ทรงนำให้บรรดาธรรมทูต ออกเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนและความสุขสบายส่วนตน เพื่อมาแสวงหาและสามารถค้นพบมารดาและพี่น้องชายหญิงของพระเยซูเจ้าในหมู่ชาวไทย บรรดาธรรมทูตได้นำพระวาจา คำสอน ความเชื่อ ความรักและความหวังมาให้พี่น้องชาวไทย ได้เรียนรู้ถึงความดีงามของเราชาวไทยผ่านทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันดีงาม
2.      สองธรรมทูตผู้บุกเบิก
ขอพูดถึงเป็นพิเศษ คุณพ่อยอห์น บัปติสต์ โปรดม และ คุณพ่อซาเวียร์ เกโก ซึ่งเรากำลังเตรียมฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีมรณกรรมของธรรมทูตผู้บุกเบิกทั้งสอง (10 ธันวาคม 2020) ได้ละทิ้งทุกสิ่งติดตามพระเยซูเจ้าเยี่ยงอัครสาวก เลียนแบบพระเยซูเจ้าในความรัก ความใจดีมีเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ และพร้อมยื่นมือช่วยเหลือทุกคนโดยไม่แบ่งแยก ภายใต้คติพจน์: ปลดปล่อย เมตตา และยุติธรรม
คุณพ่อโปรดมและคุณพ่อเกโกได้ต่อสู้อย่างเยี่ยงวีรบุรุษ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคปัญหา คุณพ่อโปรดมได้ได้บันทึกในเอกสารสำคัญ: 1) ได้ใช้เวลาชำระความทั้งกลางวันกลางคืนนับสิบวัน ทั้งที่เมืองสกลนครและนครพนม เพื่อช่วยผู้มาขอพึ่งกว่า 200 ราย และ 2) ได้ใช้เงินช่วยเหลือคนจน ไถ่ให้เป็นอิสระ เลี้ยงชีวิต และเลี้ยงชีพ ตลอด 10 ปีแรก เป็นเงิน 3 หาบ เงินหนึ่งหาบเท่ากับ 4,000.- บาท สามหาบเท่ากับ 12,000.- บาท นับเป็นจำนวนเงินมหาศาล เมื่อเทียบกับค่าเงินสมัยนั้น (ควายตัวละ 3 บาท, วัว 3 ตัว 10 บาท)
ทุกสิ่งที่เรามี เราเป็นเวลานี้ คือสิ่งที่คนรุ่นก่อนหน้าเราได้สร้างเอาไว้ทั้งสิ้น ข่าวดีแห่งพระวรสารได้รับการประกาศในแผ่นดินอีสานและประเทศลาว เป็นผลมาจากความร้อนรน ทุ่มเทเสียสละ และอุทิศตนประกาศข่าวดีของพระสังฆราชโปรดมและคุณพ่อซาเวียร์ เกโก ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวโดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหาของท่านทั้งสอง ได้ทำให้แผ่นดินอีสานและประเทศลาวได้รับข่าวดีแห่งพระวรสาร
พระจิตเจ้าองค์เดียวกันได้นำบรรพชนของเราให้มาตั้งหลักปักฐานที่นี่ จากป่ากลายเป็นบ้าน จากสวนป่ากลายเป็นชุมชนวัดโดยการบุกเบิกของพระอัครสังฆราชมีคาแอล เกี้ยน เสมอพิทักษ์ ซึ่งวันที่ 18 ธันวาคม 2020 จะครบ “หนึ่งร้อยปีชาตะกาล” ของท่าน ถือเป็นงานใหญ่สำหรับชาวป่าพนาวัลย์ ดังนั้นปี 2020 เราต้องไม่ลืมพระคุณเจ้าเกี้ยน เสมอพิทักษ์ ผู้บุกเบิกและสร้างชุมชนวัดของเรา เรามีนัดกันทำบุญใหญ่ให้พระคุณเจ้าอีกครั้ง
บทสรุป
พี่น้องที่รัก ในฐานะที่เราเป็นศิษย์พระคริสต์และศิษย์ธรรมฑูต พระสันตะปาปาทรงแนะนำให้เราสานต่องานของบรรดาธรรมฑูต ในการแสวงหาพี่น้องในครอบครัวของเราที่เราเองยังไม่รู้จัก ในการให้กำลังใจซึ่งกันและกันและแบ่งปันชีวิตของเรากับผู้อื่น ดำเนินชีวิตในความรักต่อกัน ให้ความรักเป็นสะพานทอดไปสู่ผู้อื่น เหมือนเพลง “ให้ความรักเป็นสะพาน” ที่เราร้อง  ในงานเมตตาจิตต่อทุกคนที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ เราต้องเป็นผู้สร้างสะพานมากกว่าสร้างกำแพง
พระเยซูเจ้าทรงแสดงความสงสารต่อทุกคนที่กำลังเดือดร้อน ในรูปแบบของคนยากจน คนพิการ ทุพลภาพ และคนต้องการความช่วยเหลือที่เราคาดไม่ถึง ศิษย์พระคริสต์ต้องเลียนแบบพระเยซูเจ้าในการเช็ดน้ำตาคนที่กำลังร้องไห้ อันเนื่องมาจากความยากจน ความหิวโหย และความทุกข์ร้อนจากการถูกกระทำอย่างอยุติธรรม สืบทอดจิตตารมณ์รักและรับใช้ของพระองค์ ก้าวเดินตามรอยเท้าของบรรดาธรรมทูต เพื่อค้นพบมารดาและพี่น้องของเราและต้อนรับพระเยซูเจ้าผู้สถิตท่ามกลางเรา
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
4 ธันวาคม 2019

รากฐานมั่นคงในพระเยซูเจ้า


รากฐานมั่นคงในพระเยซูเจ้า
พฤหัสบดี
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
อสย 26:1-6
มธ 7:21, 24-27
เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เป็นเวลาของการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า และทำให้รากฐานชีวิตคริสตชนเข้มแข็ง พระเยซูเจ้าตรัสกับเราวันนี้ว่า “ผู้ใดฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเราและปฏิบัติตาม ก็เปรียบเสมือนคนมีปัญญาที่สร้างบ้านไว้บนหิน ฝนจะตก น้ำจะไหลเชี่ยว ลมจะพัดโหมเข้าใส่บ้านหลังนั้น บ้านก็ไม่พังเพราะมีรากฐานอยู่บนหิน” (มธ 7:24)  จากนั้นตรัสถึงคนโง่เขลาในลักษณะตรงข้ามกันเพราะสร้างบ้านไว้บนทราย
พระเยซูเจ้าตรัสถึงการฟังพระวาจาของพระเจ้าและนำมาปฏิบัติ เปรียบเหมือนคนมีมีปัญญาสร้างบ้านไว้บนหิน การมีรากฐานมั่นคงดังหินช่วยให้ยืนหยัดอย่างท้าทายต่อภัยพิบัติทุกอย่าง ทำให้เราสามารถต้านทานกระแสของโลก และความเสื่อมสลายของยุคสมัยได้ จำเป็นที่เราต้องวางรากฐานบนหินคือพระเยซูเจ้า ผ่านทาง:
1)        การอธิษฐานภาวนา เราต้องหาเวลาสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงเป็นตัวอย่างแก่เราในการปลีกเวลาไปในที่สงัดตามลำพัง ในการอธิษฐานภาวนาต่อพระบิดาเจ้า เพื่อทราบพระประสงค์และเติมพลังชีวิตให้เข้มแข็ง
2)        ความเชื่อ เป็นความวางใจอย่างเต็มเปี่ยมในพระเยซูเจ้า ผู้เป็นท่อธารและพลังชีวิตที่แท้จริงของเรา ปราศจากพระองค์เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย ความเชื่อของเราต้องตั้งอยู่บนรากฐานมันคงในพระเยซู เราจะไม่สั่นคลอนแม้เผชิญปัญหา
3)        การอ่านพระคัมภีร์ประจำวัน พระคัมภีร์เป็นพระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสกับเรา ทำให้เรารู้ถึงความรัก จิตใจ และพระประสงค์ของพระองค์ พระวาจาของพระองค์ทรงชีวิตและเกิดผล เราต้องฟังและนำไปปฏิบัติในชีวิต
4)        การแบ่งปันกัน เราไม่สามารถอยู่โดยลำพังคนเดียว หมู่คณะเป็นดังเครือข่ายความสัมพันธ์ของการเจริญชีวิตในพระเจ้า การแบ่งปันเป็นความเชื่อในภาคปฏิบัติในการช่วยซึ่งกันและกัน เป็นต้น คนยากจน และคนชายขอบของสังคม
คริสชนต้องมีรากฐานชีวิตมั่นคงในพระเยซูเจ้า อาศัยการอธิษฐานภาวนาติดต่อสัมพันธ์กับพระองค์ มีความเชื่อที่ลึกซึ้งในพระองค์ ฟังและหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยพระวาจาของพระองค์ทุกวัน  และแบ่งปันชีวิตของตนกับผู้เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ ศิษย์พระคริสต์ต้องปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า มิใช่น้ำใจของตนเอง พระเจ้าต้องทรงยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา ทรงเป็นรากฐานมั่นคงและเข้มแข็งแห่งชีวิตของเรา
ขวัญ ถิ่นวัลย์, ของขวัญสุดประเสริฐ ความชื่นชมยินดีแห่งการบังเกิด, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ฟ, 2562), หน้า 21-22.
ภาพ : การตั้งศีลมหาสนิท, วัดน้อยผู้เลี้ยงแกะที่ดี, สำนักมิสซังฯ สกลนคร; 2019-11-12