วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เราเป็นปังแห่งชีวิต


เราเป็นปังแห่งชีวิต
อาทิตย์
สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา
ปี B
อพย 16:2-4, 12-15
อฟ 4:17, 20-24
ยน 6:24-35
บทนำ
 ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนมีหลายแง่มุมให้ขบคิดหรือตีความได้หลายหลาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเวลา สถานที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังตัวอย่างดอกไม้ เมื่อเราเห็นดอกไม้ที่จัดในวัด เราเห็นสัญลักษณ์ของชีวิตและเครื่องหมายของการอุทิศตน ดอกไม้ในพวงหรีด เราเห็นถึงการร่วมทุกข์และไว้อาลัย ดอกไม้ที่ได้รับเป็นของขวัญ เราเห็นถึงความห่วงใย มิตรภาพ และความรักจากผู้ให้ ทำให้เราชื่นชอบและคิดถึงเจ้าของหรือผู้ให้ดอกไม้นั้นเป็นพิเศษ
ในพิธีกรรมของเราพบสัญลักษณ์และเครื่องหมายหลายอย่าง ที่เราควรทำความเข้าใจถึงความหมายที่ซ่อนอยู่หรือสิ่งที่หมายถึง อาทิ น้ำ ขนมปัง เหล้าองุ่น เกลือ เชื้อแป้ง แสงสว่าง สิ่งเหล่านี้นำมาใช้เพื่อสื่อสารให้เข้าใจถึงความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าที่ปรากฏภายนอก เมื่อเราสามารถเข้าใจสัญลักษณ์และเครื่องหมายเหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง ย่อมสามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทอ่านวันนี้ เราพบสัญลักษณ์ของขนมปังเพื่อบอกให้เราทราบว่าพระเจ้าทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์ ทรงรัก และเอาพระทัยใส่ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวยิวที่กำลังหิวด้วย “มานนา” ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นรูปหมายถึงอาหารทรงชีวิตที่ทรงประทานแก่ประชากรที่ทรงเลือกสรร ในพันธสัญญาใหม่พระเยซูเจ้าทรงเรียกพระองค์ว่า “เราเป็นปังแห่งชีวิต” และบอกกับเราว่าใครที่รับประทานปังนี้จะมีชีวิตนิรันดร
1.       เราเป็นปังแห่งชีวิต
พระวรสารวันนี้เป็นคำสอนสำคัญของพระเยซูเจ้าเกี่ยวกับศีลมหาสนิท ที่นำเสนอในรูปของการสนทนาระหว่างพระเยซูเจ้ากับชาวยิวที่ตามหาพระองค์ โดยหวังให้พระองค์ทวีขนมปังเลี้ยงพวกเขาอีกครั้ง พระองค์ทรงล่วงรู้ถึงความต้องการของพวกเขา และบอกพวกเขามิให้แสวงหาอาหารที่กินแล้วเสื่อมสลาย แต่ควรแสวงหาอาหารที่คงอยู่และนำชีวิตนิรันดรมาให้
พระเยซูเจ้าทรงย้ำว่า “เราเป็นปังแห่งชีวิต” ใครที่มาหาและเชื่อในพระองค์จะได้รับชีวิตนิรันดร พระองค์ทรงทำให้ประชาชนที่หิวกระหายฝ่ายจิตใจได้รับความพึงพอใจ ภายใต้เงื่อนไขที่พวกเขาต้องเชื่อว่าพระองค์เป็นพระแมสิยาห์ ผู้นำข่าวดีแห่งความรัก ความศักดิ์สิทธิ์และการให้อภัยของพระบิดาเจ้ามาสู่พวกเขา
ปังแห่งชีวิตที่พระเยซูเจ้าตรัสถึงคือ “ศีลมหาสนิท” อาหารฝ่ายจิตซึ่งหมายหมายถึงตัวพระองค์เอง ที่ทรงประทานพระกายและพระโลหิตของพระองค์แก่มนุษยชาติ ทำให้เรามีสัมพันธภาพใหม่กับพระเจ้า ซึ่งเป็นสายสัมพันธ์แห่งความวางใจ ความนอบน้อมเชื่อฟังและความรัก เราเชื่อว่าศีลมหาสนิทเป็นบ่อเกิดและพลังของชีวิตคริสตชน เนื่องจากศีลมหาสนิทเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งความรักที่รวมเราเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้า และทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนพี่น้อง อีกทั้งหล่อเลี้ยงชีวิตคริสตชนของเราให้เติบโตและเข้มแข็ง
2.       บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิต
ประการแรก เราต้องหล่อเลี้ยงชีวิตฝ่ายจิตด้วยพระวาจาและศีลมหาสนิท ในพิธีบูชาขอบพระคุณเราได้รับปังแห่งชีวิตในรูปของพระวาจาและศีลมหาสนิท เราจึงมารวมกันทุกสัปดาห์เพื่อฟังพระวาจาและรับพระองค์ในศีลมหาสนิท หล่อเลี้ยงวิญญาณของเราด้วยมานนาใหม่แห่งสวรรค์ มิใช่มุ่งเน้นการวอนขอสิ่งของฝ่ายโลกตามที่เราต้องการเพียงอย่างเดียว หากไม่ได้ประโยชน์หรือไม่ได้ตามที่เราต้องการก็ไม่มาหาพระองค์
ประการที่สอง เราต้องเตรียมตัวรับศีลมหาสนิทอย่างดีและสม่ำเสมอ เราต้องไม่ลืมว่า “ปังแห่งชีวิต” คือองค์พระคริสตเจ้าที่ได้ประทานพระองค์เองเป็นอาหารเลี้ยงวิญญาณของเรา ดังนี้ เราต้องเตรียมตัวรับพระองค์ด้วยดวงใจที่บริสุทธิ์และด้วยหัวใจทั้งครบของเรา ผ่านทางการคืนดีกับพระองค์และเพื่อนพี่น้องในศีลอภัยบาป ประการสำคัญ เราต้องรับพระองค์ในศีลมหาสนิทด้วยใจศรัทธาอย่างสม่ำเสมอ
ประการที่สาม เราต้องแบ่งปันองค์พระคริสตเจ้ากับผู้อื่น เมื่อเราฟังพระวาจาและรับพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิทแล้ว เราต้องนำพระองค์กลับออกไปในชีวิตประจำวัน แบ่งปันความรัก ความเมตตากรุณา และการให้อภัยของพระองค์กับเพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้าง ในครอบครัว หมู่คณะ และสังคมของเรา เพื่อช่วยซึ่งกันและกันให้ได้รับการหล่อเลี้ยงและเติบโตยิ่งขึ้นในความเชื่อคริสตชน
บทสรุป
พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าทรงบอกประชาชนที่ตามหาพระองค์ว่า “เราเป็นปังแห่งชีวิต” ซึ่งหมายถึงศีลมหาสนิท พระกายและพระโลหิตของพระองค์เอง ศีลมหาสนิทเป็นบ่อเกิดและพลังของชีวิตคริสตชน เนื่องจากศีลมหาสนิทเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งความรัก ที่รวมเราให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าและทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนพี่น้อง
พระเยซูเจ้าทรงรวมเราให้เป็นหนึ่งเดียวกันรอบพระแท่นทุกสัปดาห์ ทรงมอบพระองค์เองเป็นอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตคริสตชนของเราให้เติบโตและเข้มแข็ง ศิษย์พระคริสต์ต้องมาหาและรับพระองค์ด้วยความเชื่อ ความวางใจ และความรัก เพื่อให้พระองค์กลายเป็นเลือดเนื้อและชีวิตของเรา ที่เราสามารถนำไปแบ่งปันกับเพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้างในชีวิตประจำวันได้
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, พรรณานิคม
03 สิงหาคม 2018
ภาพ: ขนมปัง, ร้านอาหารบนถนนมรรคาศักดิ์สิทธิ์, กรุงเยรูซาเล็ม, อิสราเอล; 2018-04-15

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561

การเป็นพยานถึงความถูกต้อง


การเป็นพยานถึงความถูกต้อง
เสาร์
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
ลนต 25:1,8-17
มธ 14:1-12
พระวรสารวันนี้ นักบุญมัทธิวได้เล่าเรื่องความตายของยอห์นผู้ทำพิธีล้างเชื่อมโยงกับเรื่องของพระเยซูเจ้า เราทราบดีว่า ยอห์นเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่ง กล้าเผชิญหน้ากับผู้กระทำความผิด และเป็นพยานถึงความความจริงและความถูกต้องชอบธรรมโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด ยอห์นได้ประณามกษัตริย์เฮโรด ที่รับภรรยาของน้องชายมาเป็นมเหสีของตนว่าเป็นเรื่องต้องห้ามและผิดศีลธรรม (ลนต 18:16; 20: 21)
ยอห์นยังคงยืนยันในสิ่งที่ตนเทศน์สอนให้กลับใจใช้โทษบาป ไม่เปลี่ยนจุดยืนเพื่อเอาใจกษัตริย์  หรือลู่ตามลมเพื่อความอยู่รอด ยอมถูกขังคุกและที่สุดได้ตายเพื่อพระเจ้า เราไม่สงสัยว่า ยอห์นถูกทรมานและถูกล่ามโซ่ในคุกเพื่อเป็นพยานถึงองค์พระผู้ไถ่ ซึ่งยอห์นเป็นผู้เตรียมทางล่วงหน้าและได้มอบชีวิตเพื่อพระองค์ นี่คือตัวอย่างของผู้กล้ายืนยันถึงความถูกต้องชอบธรรม โดยไม่คำนึงถึงผลร้ายตามมา เรากล้ายืนยันถึงความจริงและความถูกต้องในชีวิตไหม
เฮโรดเป็นตัวอย่างของคนอ่อนแอและขลาดกลัว ยอมทำผิดศีลธรรมเพื่อตอบสนองความพึงพอใจและราคะตัณหาของตน ไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่ครองและเอาภรรยาของน้องชายมาเป็นเมเหสีของตน อีกทั้ง ปล่อยให้นางเฮโรเดียดและบุตรสาวมีอิทธิพลเหนือตนเอง ซ้ำร้ายยังยอมรักษาคำพูดและสถานะทางสังคมด้วยการทำบาปหนักกว่าคือ การฆ่าผู้บริสุทธิ์ เรารู้สึกละอายต่อการผิดคำพูดมากกว่าการทำผิดความยุติธรรมหรือเปล่า
ส่วนนางเฮโรเดียดเป็นตัวอย่างของคนอาฆาตมาตรร้าย ผูกใจเจ็บ และหาทางแก้แค้น ถือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคอยยุยงเฮโรดให้จับกุมและประหารยอห์น แต่เฮโรดยังเกรงประชาชนไม่กล้าประหาร ที่สุดนางเฮโรเดียดประสบผลสำเร็จในการประหารยอห์น การผูกพยาบาทและไม่ยอมให้อภัย นำมาซึ่งความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินไม่มีสิ้นสุดตลอดประวัติศาสตร์ เราเคยผูกใจเจ็บและหาทางเอาคืนคนทำผิดต่อเราบ้างไหม
ชีวิตของยอห์นผู้ทำพิธีล้างมีความหมายพิเศษสำหรับคริสตชน ผ่านทางศีลล้างบาปเราได้รับการเรียกให้เป็นผู้เตรียมทางขององค์พระเจ้า และมีหน้าที่เป็นพยานถึงพระองค์ โดยเฉพาะการเป็นพยานถึงความถูกต้องชอบธรรม ทั้งด้วยคำพูดและการกระทำเช่นเดียวกับยอห์น เพื่อช่วยให้คนอื่นได้เห็นและมีประสบการณ์ความรักของพระเจ้าและพระประสงค์ของพระองค์ ที่ปรารถนาให้ทุกคนได้รับความรอดนิรันดร
ดูคล้ายกับว่า “คนชั่วคือผู้ชนะและอยู่รอดในสังคม แต่ที่สุดแล้ว พระเจ้าทรงเป็นผู้พิพากษาและลงโทษผู้ทำผิด ซึ่งได้รับการลงโทษแล้วตั้งแต่ในโลกนี้ ดังเช่นกษัตริย์เฮโรดและนางเฮโรเดียดที่ถูกเนรเทศ ศิษย์พระคริสต์ต้องเลียนแบบยอห์นผู้ทำพิธีล้าง ในการเป็นพยานถึงความถูกต้องชอบธรรม ดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระเยซูเจ้า และกล้ายืนยันความจริงและความถูกต้องโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร
3 สิงหาคม 2018
ที่มาภาพ : https://vitajesu.files.wordpress.com/2009/12/fattori-strafpredigt-johannes-des-taufers1.jpg