วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สมัชชาสี่สังฆมณฑลอีสาน



ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่
การประชุมสมัชชาสังฆมณฑลนครแห่งท่าแร่-หนองแสง ระหว่างวันที่ 10-14 พฤศจิกายน 2014 ณ โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น จังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็นความพยายามในการไตร่ตรองสภาพความเป็นจริงของพระศาสนจักรไทยในภาคอีสาน ที่ต้องเป็นประจักษ์พยานต่อสังคมร่วมสมัยซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในอันที่จะช่วยให้บรรดาคริสตชนได้ตระหนักและมองเห็นความจำเป็น ที่จะต้องฟื้นฟูความเชื่อในการพบปะกับพระบุคคลของพระคริสตเจ้า เพื่อจะได้เติบโตยิ่งขึ้นในความเชื่อที่เป็นผู้ใหญ่และเป็นคริสตชนที่มีคุณภาพ
สมัชชาฯ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาแนวทางในการตอบสนองต่อสถานการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเชื่อของประชากรของพระเจ้า เพื่อมุ่งให้การประกาศข่าวดีใหม่เป็นพลังแห่งแสงสว่างส่องโลกปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการระลึกถึงโอกาสครบรอบ 350 ปีแห่ง “การประชุมสมัชชาแห่งพระศาสนจักรสยาม” (Synod of Siam) และครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาพระฐานานุกรมของ 8 สังฆมณฑลในประเทศไทย

สาระสำคัญของสมัชชาฯ ครั้งนี้คือ การประกาศข่าวดีใหม่ (New Evangelization) ที่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ อาทิ การส่งเสริมและพัฒนาชุมชนศิษย์พระคริสต์ ผลของโลกาภิวัตน์ที่มีผลกระทบต่อความเชื่อ ชีวิต และพันธกิจของพระศาสนจักร คุณค่าทางจริยธรรม สังคม ความดีส่วนรวม และการอยู่ร่วมกันกับผู้มีความเชื่ออื่น ทั้งนี้เพื่อปรับโครงสร้างของพระศาสนจักรไทยให้พร้อมสำหรับการทำงานอภิบาลอย่างกล้าหาญ ที่จะออกไปประกาศข่าวดีใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
หัวข้อของการประชุมสมัชชาฯ ครั้งนี้คือ “ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่” ตามเอกสารประกอบการประชุมสมัชชาฯ (Instrumentum Laboris) ประกอบด้วยเนื้อหา 4 บท ดังนี้
บทที่ 1 “พระเยซูเจ้า” บ่อเกิดและจุดสูงสุดของความเชื่อและคุณค่าแท้จริง ในชีวิตและพันธกิจของคริสตชนคาทอลิกไทย (คุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร)
บทที่ 2 “ความเชื่อในพระคริสตเจ้า” คือ “การพบปะและมีประสบการณ์กับพระคริสตเจ้า” จนกระทั่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เป็นเหมือนพระคริสตเจ้า” เป็นจิตหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อพระอาณาจักรของพระเจ้าปรากฏชัด (คุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร)
บทที่ 3 การประกาศข่าวดีใหม่ในสังคมไทย (อาจารย์พลชาติ ไกรบุตร)
บทที่ 4 ความจำเป็นที่ต้องการสร้างสรรค์แนวคิดและวิธีการประกาศข่าวดีใหม่ (อาจารย์พลชาติ ไกรบุตร)

พระศาสนจักรแห่งสังฆมณฑลภาคอีสาน ในฐานะเป็นเครื่องหมายและเครื่องมือเพื่อสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้า พระอาณาจักรแห่งความยุติธรรม สันติและความรัก จะต้องประกาศข่าวดีใหม่แห่งความรอดพ้น สามารถนำทุกคนให้ก้าวไปสู่พุน้ำแห่งชีวิตคือ พระคริสตเจ้า ด้วยพันธกิจรักและรับใช้ด้วยความรักเมตตา อยู่ข้างคนยากจน ช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีมนุษย์ และผู้ที่ไม่ได้รับความยุติธรรม ซึ่งงานประกาศข่าวดีนี้ถือเป็นหน้าที่ของคริสตชนทุกคน
อนึ่ง ผู้เข้าร่วมสมัชชาฯ ครั้งนี้ได้รับแต่งตั้งจากพระอัครสังฆราชหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ ประมุขอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ประกอบด้วย อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง 25 คน, สังฆมณฑลอุบลราชธานี 20 คน, สังฆมณฑลนครราชสีมา 12 คน และสังฆมณฑลอุดรธานี 21 รวมผู้เข้าร่วมสมัชชาทั้งหมด 78 คน
ขอคำภาวนาจากบรรดาพระสงฆ์ นักบวชและพี่น้องคริสตชนจากวัดต่างๆ เพื่อให้การสมัชชาฯ ครั้งนี้สัมฤทธิผลและเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับพระศาสนจักรและคริสตชนทุกคน

Don Daniele เรียบเรียง
จาก เอกสารประกอบการประชุมสมัชชาใหญ่ INSTRUMENTUM LABORIS สมัชชาครั้งที่หนึ่ง ของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย ค.ศ. 2015 “ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่”, สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น จังหวัดร้อยเอ็ด
12 พฤศจิกายน 2014

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ครบรอบ 8 ปี พ่อผู้เป็นแบบอย่าง



ครบรอบ 8 ปี พ่อผู้เป็นแบบอย่าง
เสกสุสานปีนี้ (1 พฤศจิกายน 2014) ได้มีโอกาสกลับไปร่วมพิธีภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับที่วัดนักบุญมารีอามักดาเลนานาโพธิ์ บ้านเกิด ขณะที่กำลังยืนจุดเทียนที่หลุมศพของพ่อ (ซีมอน ถนอม ถิ่นวัลย์) แม่ก็พูดขึ้นว่า “แปดปีแล้วนะที่พ่อจากไป” เลยเหลือบไปดูแผ่นป้ายหินอ่อนที่จารึกหน้าหลุมศพ ก็รู้ว่าสิ่งที่แม่พูดคือความจริง แม่ในวัย 77 ปีจดจำวันเวลาได้อย่างแม่นยำ เรื่องราวต่างๆ ของพ่อคงอยู่ในความคิดคำนึงของแม่ตลอดเวลา
วันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) คือวันที่พ่อจากแม่และลูกๆ ไปอย่างสงบ นับเนื่องถึงวันนี้ก็ 8 ปีพอดี ตลอดเวลาที่ไม่มีพ่อคงเป็นช่วงเวลาที่โดดเดี่ยว เจ็บปวดและร้าวรานใจไม่น้อยสำหรับแม่ บ่อยครั้งแม่พยายามเก็บความรู้สึกไม่แสดงออกให้ลูกๆ ได้เห็น แต่ก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกของแม่ ที่ยังผูกพันและคิดถึงพ่ออยู่เสมอ แม้วันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม ผิดกับลูกอาจลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าวันนี้ (9 พฤศจิกายน) คือวันครบรอบการจากไปของพ่อ

ในห้วงเวลาที่พ่อยังอยู่ วันเสกสุสานและภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับคือ วันที่ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกัน ห้อมล้อมด้วยลูกๆ หลานๆ แต่วันนี้มีแม่นั่งอยู่เพียงลำพัง เลยทำให้คิดถึงพ่อขึ้นมาจับใจ หากวันนี้ยังมีพ่ออยู่เคียงข้าง แม่คงมีความสุขและมีกำลังใจมากกว่านี้ ลูกแต่ละคนคงทำหน้าที่ตรงนี้แทนพ่อไม่ได้ แต่เมื่อนึกถึงคำของพ่อ “ให้ลูกทำหน้าที่ของตนให้ดี ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อ” ก็ทำให้มีกำลังใจอยู่บ้าง และที่สำคัญรู้สึกได้ว่าพ่ออยู่ใกล้ๆ กำลังเฝ้าดูและคอยช่วยเหลืออยู่ 
แม้พ่อจะจากไปนาน 8 ปีแล้วแต่ความรักความผูกพันไม่มีวันจางหาย  หลายครั้งหลายครา ยามหลับตานอนฝันเห็นพ่อกำลังทำในสิ่งที่พ่อเคยทำเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำให้รู้สึกสบายใจ หมดห่วงไร้กังวล  จะเป็นห่วงก็แต่แม่ซึ่งอายุมากขึ้น ความรู้สึกนี้ต่างไปจากความรู้สึกที่มีต่อพ่อ เนื่องจากพ่อไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่อีกต่อไปแล้ว แต่แม่ยังอยู่ ยังมีเลือดเนื้อ ชีวิตและจิตใจ

คงได้แต่ฝากแม่ไว้กับพระเจ้าและขอให้พ่อช่วยดูแลแม่อีกแรง ดูแลลูกๆ ของพ่อ ให้พี่น้องรักกัน  ดูแลหลานๆ ให้เติบโตเป็นคนดีของสังคม สายเลือดและความเป็นพี่เป็นน้องตัดไม่ขาด แทนกันไม่ได้ และสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด  พี่น้อง ลูกหลานต้องดูแลและรักแม่ให้มากในวันที่ท่านยังอยู่ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง ยาอายุวัฒนะที่จะต่ออายุของแม่ให้ยืนยาวคือ การที่พี่น้องรักใคร่กลมเกลียวกัน 
นี่คือความสุขของแม่และความต้องการของพ่อ ที่ลูกหลานต้องสำนึกเสมอ

ลูกของพ่อ
โรงเรียนเซนต์ยอแซฟกุฉินารายณ์
7 พฤศจิกายน 2014