
ความจำเป็นของการอธิษฐานภาวนา
|
อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา ปี C |
ปฐก 18:20-32 คส 2:12-14 ลก 11:1-13 |
บทนำ
มีเรื่องเล่าว่าวันหนึ่งขณะนักบุญเบเนดิกต์กำลังขี่ม้าไปตามทาง
และได้พบชาวนาคนหนึ่งซึ่งพูดกับท่านว่า “งานของท่านช่างสบายจริงนะ ผมอยากเป็นเหมือนท่านบ้าง
จะได้ขี่ม้าไปไหนมาไหนตามใจชอบ ไม่ต้องทำอะไร” ท่านนักบุญย้อนถามชาวนาว่า “ท่านคิดว่าการอธิษฐานภาวนาเป็นงานง่ายหรือ
ลองสวดบทข้าแต่พระบิดาให้ฟังหน่อยสิ หากสวดจบโดยไม่ติดขัดเลย ฉันจะให้ม้าตัวนี้”
ชาวนาตาเบิกโพลงและยิ้มด้วยความลิงโลดใจเพราะมั่นใจว่า
สวดบทข้าแต่พระบิดาจบและจะได้เป็นเจ้าของม้างามตัวนั้น เขาหลับตา พนมมือและเริ่มอธิษฐานภาวนาว่า
“ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามของพระองค์จงเป็นที่สักการะ
พระอาณาจักรจงมาถึง...” เมื่อสวดมาถึงตรงนี้เขาหยุด ลืมตาขึ้นและถามท่านนักบุญว่า
“ผมจะได้อานม้าและบังเหียนด้วยไหม”
พระวรสารวันนี้ทำให้เราทราบบทภาวนาที่เป็นแบบแผนของคริสตชนคือ “บทข้าแต่พระบิดา”
ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงสอนศิษย์ให้อธิษฐานภาวนาตามแนวทางศาสนาใหม่ที่พระองค์ทรงตั้งขึ้น
เพื่อมีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า สามารถติดต่อกับพระเจ้าได้ง่าย
ไม่ใช่ในฐานะพระผู้สร้างทรงสรรพานุภาพ แต่เป็นดัง พ่อ (Abba) หรือบิดาที่ใจดีซึ่งเราสามารถวางใจและพูดกับพระองค์ได้อย่างสนิทใจ
บทข้าแต่พระบิดาถือเป็นบทภาวนาสำคัญและบอกให้รู้ว่า “คริสตชนเป็นใคร”
1.
ความจำเป็นของการอธิษฐานภาวนา
การอธิษฐานภาวนามีความสำคัญและจำเป็นสำหรับชีวิตคริสตชน
เราต้องอธิษฐานภาวนาอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ท้อถอย (เทียบ ลก 18:1) ต้องออกแรงและทำส่วนของตนให้ดีที่สุด
คงเหมือนกับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการผ่านการสอบ แต่ไม่ยอมอ่านหนังสือ หรือเตรียมสอบอย่างดี
การอธิษฐานภาวนาขอพระเจ้าคงไม่ช่วยอะไร เพราะพระองค์ไม่ทรงช่วยคนไม่ช่วยตนเอง การอธิษฐานภาวนาและการออกแรงทำงานต้องไปด้วยกัน
เคลเมนต์แห่งอเล็กซานเดรีย
ปิตาจารย์ของพระศาสนจักร กล่าวว่า “การอธิษฐานภาวนาเป็นการสนทนากับพระเจ้า”
แสดงถึงความเชื่อและความวางใจพระเจ้าผู้เป็นท่อธารแห่งพระพรนานัปการ เมื่ออธิษฐานภาวนาเรามักคุ้นเคยกับการวอนขอ
“จงขอเถิดแล้วท่านจะได้รับ จงแสวงหาเถิดแล้วท่านจะพบ
จงเคาะเถิดแล้วเขาจะเปิดประตูรับท่าน” (ลก 11:9) พระเยซูเจ้าทรงแสดงให้เห็นว่า พระบิดาเจ้าสวรรค์ทรงเป็นองค์ความดีบริบูรณ์และความเมตตากรุณา
พร้อมประทานสิ่งดีและจำเป็นแก่บุตรของพระองค์ทุกคนเสมอ
การอธิษฐานภาวนาไม่ใช่การรบเร้าพระเจ้าให้ประทานตามที่เราต้องการ
แต่เป็นลักษณะของบุตรซึ่งวอนขอสิ่งที่พระบิดาทรงประสงค์จะประทานให้
ความจริงพระองค์ทรงทราบล่วงหน้าก่อนที่เราขอด้วยซ้ำ เงื่อนไขก็คือ “จงขอ...
จงแสวงหา... จงเคาะ...” เพราะเมื่อเราขอ พระเจ้าจะทรงสดับฟังคำวอนขอของเรา เมื่อเราแสวงหาพระเจ้า เราจะพบพระองค์
และเมื่อเราเคาะประตูบ้านของพระเจ้า พระองค์จะทรงเปิดรับเรา
2.
บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ
ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก เราต้องตระหนักถึงความจำเป็นของอธิษฐานภาวนา
พระเยซูเจ้าทรงสอนและมอบแบบอย่างแก่เราเรื่องการอธิษฐานภาวนา
ซึ่งเป็นการติดต่อกับพระเจ้าอย่างใกล้ชิดแบบพ่อกับลูก ให้เราได้อธิษฐานภาวนาอย่างสม่ำเสมอ
เพราะการอธิษฐานภาวนาเป็นการช่วยให้ความเชื่อของเรามีชีวิต
และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์เพราะชีวิตของเราขึ้นอยู่กับพระเจ้า เราต้องอธิษฐานภาวนาโดยไม่หยุดหย่อน
เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและเข้าใจถึงพระประสงค์ของพระองค์
ประการที่สอง เราต้องให้อภัยความผิดของกันและกัน
นี่คือเงื่อนไขและเครื่องหมายสำคัญของการเป็นคริสตชน พระศาสนจักรให้เราภาวนา “บทข้าแต่พระบิดา” ในพิธีบูชาขอบพระคุณก่อนรับศีลมหาสนิทเพื่อเตือนใจเราว่า
ทุกคนเป็นบุตรของพระบิดาเจ้าองค์เดียวกัน เป็นพี่น้องกันโดยไม่แบ่งแยก และได้ให้อภัยความผิดของกันและกันแล้ว
หากเรายังไม่ยอมรับว่า ทุกคนเป็นพี่น้องและไม่ให้อภัยกันอย่างสนิทใจ เท่ากับว่าเราสวด
“บทข้าแต่พระบิดา” ไม่จบ
ประการที่สาม เราต้องอธิษฐานภาวนาร่วมกัน
การอธิษฐานภาวนาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตครอบครัวและหมู่คณะ เราต้องหาเวลาอธิษฐานภาวนาร่วมกันเพื่อขอบคุณพระเจ้าและวอนขอพระพรเพื่อกันและกัน
อย่างน้อยให้เราได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของนักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ “ใช้เวลาสามนาทีในการสรรเสริญและขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่มี,
สามนาทีในการขอสมาโทษสำหรับบาปที่กระทำและวอนขอสิ่งที่ต้องการ และสามนาทีในการอ่านพระคัมภีร์และฟังพระองค์ในความเงียบ
โดยทำเช่นนี้ทุกวัน”
บทสรุป
พี่น้องที่รัก บทข้าแต่พระบิดาเป็นบทภาวนาที่เป็นแบบแผนและบอกให้เราทราบว่า
คริสตชนเป็นใคร พระเยซูเจ้าทรงสอนเราว่า ทุกคนมีพระบิดาเจ้าองค์เดียวกัน ต่างเป็นบุตรของพระเจ้าและเป็นพี่น้องกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้อภัยความผิดของกันและกัน แต่ละคนล้วนเป็นคนบาป อ่อนแอ และบกพร่อง
แต่ยังสามารถเรียกพระเจ้าว่าเป็น “บิดา” เมื่อพระเจ้าได้ทรงอภัยบาปของเราอย่างไม่สิ้นสุด
เราต้องให้อภัยความผิดของกันและกันด้วย
พระเยซูเจ้าทรงให้ความมั่นใจกับเราว่า
“แม้ท่านทั้งหลายที่เป็นคนชั่วยังรู้จักให้ของดี ๆ แก่ลูก
แล้วพระบิดาผู้สถิตในสวรรค์จะไม่ประทานพระจิตเจ้าแก่ผู้ที่วอนขอพระองค์มากกว่านั้นหรือ”
(ลก 11:13) ศิษย์พระคริสต์ต้องตระหนักถึงความจำเป็นของอธิษฐานภาวนา
หาเวลาอธิษฐานภาวนาร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะคำภาวนาสามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้ และไม่มีคำภาวนาใดที่พระเจ้าไม่ทรงตอบรับ
ครอบครัวที่อธิษฐานภาวนาร่วมกันไม่มีวันแตกแยก
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
ID LINE : dondaniele
ศูนย์สังฆมณฑลจันทบุรี
26 กรกฎาคม 2025
ภาพ : มิสซาหน้าศพภราดา ศักดา สกนธวัฒน์, โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา, ชลบุรี; 2025-7-25
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น