วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2563

พระเมตตาหาที่สุดมิได้

พระเมตตาหาที่สุดมิได้
อาทิตย์
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
ปี A (ฉลองพระเมตตา)
กจ 2:42-47
1 ปต 1:3-9
ยน 20:19-31
บทนำ
เมื่อ 30 เมษายน 2000 สัปดาห์ที่สองของเทศกาลปัสกา พระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ได้ทรงแต่งตั้งบุญราศีโฟสตินาเป็นนักบุญ (นักบุญยอห์น ปอลที่ 2 ได้รับแต่งตั้งเป็นนักบุญวันฉลองเดียวกัน 27 เมษายน 2014) ซึ่งนักบุญโฟสตินาได้เป็นพยานด้วยชีวิตของเธอ เพื่อให้เราได้รักษาความเชื่อและความหวังในพระบิดาเจ้า ผู้ทรงพระเมตตาอย่างล้นเหลือและทรงช่วยเราให้รอดด้วยพระโลหิตของพระบุตรพระองค์
นักบุญโฟสตินาได้กลายเป็นธรรมทูตแห่งพระเมตตา ซึ่งตลอดช่วงชีวิตสั้น ๆ ของเธอพระเยซูเจ้าได้มอบหลักปฏิบัติพื้นฐาน 3 ประการในการนำไปปฏิบัติ : 1) อธิษฐานภาวนาเพื่อวิญญาณทั้งหลายได้วางใจในพระเมตตาซึ่งไม่สามารถเข้าใจได้ของพระเจ้า, 2) บอกให้โลกได้รับรู้ถึงพระเมตตาหาที่สุดมิได้ของพระเจ้า, และ 3) ให้เริ่มก่อตั้งกลุ่มพระเมตตาในพระศาสนจักร
วันประกาศแต่งตั้งนักบุญโฟสตินา นักบุญยอห์น ปอลที่ 2 ตรัสว่า “ไม้กางเขนได้พูดและไม่เคยหยุดกล่าวถึงพระเจ้าพระบิดา ผู้ทรงซื่อสัตย์ต่อความรักนิรันดร์ที่ทรงมีต่อมนุษย์ ...การเชื่อในความรักนี้หมายถึงการเชื่อในพระเมตตา” พระรูปพระเมตตาที่ทรงเปิดเผยแก่นักบุญโฟสตินา (ด้วยการยกพระหัตถ์ขวาอวยพร พระหัตถ์ซ้ายแตะที่ดวงพระหฤทัยมีลำแสงสีแดงและสีขาวส่องออกมา) เป็นสัญลักษณ์ของพระเมตตา ความรัก และการให้อภัยของพระเจ้า
1.         พระเมตตาหาที่สุดมิได้
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงปรากฏพระองค์ให้บรรดาอัครสาวกได้เห็นและทรงมอบสันติสุขแก่พวกเขา เพื่อให้กำลังใจในการสานต่อพันธกิจการประกาศข่าวดีแห่งความรัก พระเมตตา และการให้อภัยของพระเจ้า ทรงใช้พระศาสนจักรสานต่อพันธกิจของพระองค์ในโลก และพระศาสนจักรต้องการพระองค์ผู้ทรงเป็นแหล่งพลังและอำนาจสำหรับพันธกิจนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในความรักและการเชื่อฟังพระองค์เพื่อเป็นผู้ส่งข่าวแท้
องค์พระเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพ ได้ประทานอำนาจยกบาปในนามของพระองค์แก่อัครสาวก เพื่อให้พวกเขามีส่วนในพระเมตตาของพระเจ้าต่อคนบาป ซึ่งพระศาสนจักรได้ประกาศพระเมตตาของพระเจ้าผ่านทางพระวาจาของพระเจ้า และพระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจ้าในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์มาเป็นเวลาช้านาน อีกทั้งเตือนเราให้เชื่อในการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพท่ามกลางเรา ผ่านทางการให้อภัยความผิดของผู้อื่น
ตอนท้ายพระวรสาร นักบุญยอห์นได้แสดงให้เห็นความสงสัยของนักบุญโทมัส ซึ่งไม่ได้อยู่กับบรรดาอัครสาวกในวันที่พระเยซูเจ้าปรากฏมา ทำให้ไม่เชื่อสิ่งที่คนอื่นเล่าให้ฟัง ความสงสัยของโทมัส เป็นแบบอย่างของคนแสวงหาความจริงและมีประสบการณ์ด้วยตนเอง (องค์อุปถัมภ์ของนักวิทยาศาสตร์) และหายสงสัยเมื่อได้พบพระเยซูเจ้า คริสตชนแม้ไม่ได้เห็นพระองค์ด้วยตา แต่เชื่อเพราะสิ่งที่ได้ยิน อย่างที่นักบุญเปาโลบอกว่า “ความเชื่อมาจากการฟัง” (รม 10:17) และมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระองค์
2.         บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก เราต้องปฏิบัติตนบนพื้นฐานแห่งความเมตตาของพระเจ้า พระศาสนจักรเฉลิมฉลองพระเมตตาของพระเจ้าผ่านทางศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการคืนดี การหมั่นมารับศีลอภัยบาปเป็นหนทางดำเนินชีวิตในความเมตตาของพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงบอกเราว่า “จงเป็นผู้เมตตากรุณา ดังที่พระบิดาของท่านทรงเมตตากรุณา” (ลก 6:36) เราต้องแสดงความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้องทุกที่ทุกเวลา ทั้งในคำพูด กิจการและการอธิษฐานภาวนา
ประการที่สอง เราต้องรักและรับใช้เพื่อนมนุษย์ทุกคน การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อช่วยเราให้มองเห็นพระเยซูเจ้าเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพในทุกคน และมีความปรารถนารับใช้กันและกันด้วยความรัก นักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ได้ใช้แนวทางนี้สอนสมาชิก ถ้าเราอธิษฐานภาวนา เราจะเชื่อ; ถ้าเราเชื่อ เราจะรัก; ถ้าเรารัก เราจะรับใช้ ซึ่งเป็นการทำให้ความรักต่อพระเจ้าปรากฏเป็นจริงในกิจการ
ประการที่สาม เราต้องแสดงความเมตตาด้วยการแบ่งปัน เรื่องราวกลุ่มคริสตชนแรกในบทอ่านที่หนึ่ง บอกให้เราทราบว่าพวกเขาได้นำสิ่งที่ตนเองมีมาวางเป็นของส่วนรวม เพื่อให้บรรดาอัครสาวกแบ่งปันแก่ผู้ขัดสนและต้องการความช่วยเหลือ นี่คือเครื่องหมายแห่งความเมตตาของพระเจ้าในภาคปฏิบัติ ซึ่งทุกคนปฏิบัติต่อกันอย่างพี่น้อง ในกลุ่มคริสตชนแรกจึงไม่มีใครขัดสนและทำให้พวกเขาพบสันติสุขแท้
บทสรุป
พี่น้องที่รัก ทุกครั้งที่เรามอบสันติสุขแก่กันในพิธีบูชาขอบพระคุณ ขอให้เป็นการแสดงออกถึงท่าทีแห่งความเมตตา การให้อภัยและการมอบสันติสุขแท้จริงจากใจเราแก่กันและกัน สันติสุขบังเกิดขึ้นในใจเราเมื่อ
§ เราได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งความรักซึ่งพระเจ้าประทานให้แก่เรา ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน ...ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง (มก 12:30-31)
§ เราได้ใส่ใจในความต้องการของเพื่อนพี่น้อง ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา (มธ 25:40)
เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างสันติสุขในสังคมที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และความแตกแยกรุนแรงอย่างในปัจจุบัน ศิษย์พระคริสต์ต้องสานต่อพันธกิจของพระเยซูเจ้าในงานเมตตาจิต งานแห่งความรักและการให้อภัยไม่สิ้นสุดในชีวิตประจำวันของตน เพื่อช่วยกันสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นในครอบครัว หมู่คณะ และชุมชนวัดของเรา
ขวัญ ถิ่นวัลย์, เทศกาลปัสกา การฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2562), หน้า 20-23.
ภาพ : ซุ้มพระเมตตาแห่งพระเยซูเจ้า, วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย, สกลนคร; 2020-4-19

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2563

สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ, ปีที่ 2 ฉบับที่ 100


สารวัดดอนม่วย-โนนค้อ

ปีที่ 2 ฉบับที่ 100, อาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2020 (2563): http.//dondaniele.blogspot.com

107 หมู่ 6 บ้านดอนม่วย ตำบลช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร 47130È086-231-3231

สมโภชปัสกา
เสกไฟ คืนตื่นเฝ้าปัสกา เสาร์ที่ 11 เมษายน 2020
พี่น้องที่รัก การสมโภชปัสกาเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของพระเยซูเจ้าเหนือความตาย ทำให้เรามีความหวังในการกลับคืนชีพของเราเองและเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่และประทับท่ามกลางเรา การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก ถือเป็นการฉลองสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปีของพระศาสนจักรและสำหรับคริสตชน
การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าเตือนใจว่า เราได้รับมอบพันธกิจเช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวกและมารีย์ชาวมักดาลา ในการนำข่าวดีแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ไปสู่ผู้อื่น ดำเนินชีวิตในความรักต่อกัน เป็นพยานถึงข่าวดีนี้ด้วยชีวิตของเรา ด้วยการกลับใจเปลี่ยนแปลงตนเอง ละทิ้งชีวิตเก่าและตายต่อตัวเองพร้อมกับพระองค์
 ภาคแสงสว่าง ตื่นเฝ้าปัสกา เสาร์ที่ 11 เมษายน 2020
บทอ่านแรก หนังสือกิจการอัครสาวกบอกเราว่า พระเจ้าทรงยกบุตรสุดที่รักของพระองค์จากความตาย และทรงแต่งตั้งพระองค์ให้เป็นผู้พิพากษามนุษย์ทุกคน ทั้งผู้เป็นและผู้ตาย นี่คือหัวใจของข่าวดีที่เปโตรประกาศ เปโตรและบรรดาอัครสาวกได้เป็นพยานถึงการช่วยให้รอดของพระเจ้า ความเชื่อของเราขึ้นอยู่กับการเป็นพยานของท่าน
บทอ่านที่สอง นักบุญเปาโลบอกเราว่า หากเราเชื่อในพระคริสตเจ้าซึ่งสิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพจากความตาย เราจะได้รับชีวิตใหม่พร้อมกับพระองค์ การสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขนนำมาซึ่งชีวิตใหม่ เพราะสำหรับพระเยซูเจ้า การสิ้นพระชนม์ของพระองค์เป็นการทำให้พระประสงค์ของพระบิดาบรรลุความสมบูรณ์
พระวรสาร ได้อธิบายให้เห็นพระคูหาว่างเปล่าและประสบการณ์ของมารีย์ชาวมักดาลา ซีโมนเปโตรและยอห์นเกี่ยวกับการกลับคืนพระชนมชีพ ความรักที่มารีย์มีต่อพระเยซูเจ้าทำให้เธอรีบรุดไปที่คูหาและทำให้เธอได้เป็นผู้แบ่งปันพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า ฉันได้เห็นองค์พระเจ้า
 เตรียมงานเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ 11 เมษายน 2020
°ข่าวสารและประชาสัมพันธ์
1.          ขอบคุณพี่น้องที่เตรียมสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์และอาทิตย์ปัสกา และเป็นตัวแทนร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณและพิธีกรรมตลอดสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงพี่น้องที่ชมการถ่ายทอดสดทาง Facebook Live: https://www.facebook.com/daniel.thinwan
2.          ขอบคุณพี่น้องที่ขอมิสซาหรือทำบุญผ่านธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ 412-1-37348-0 และแจ้งจุดประสงค์ทางไลน์ LINE ID: dondaniele
3.          ขอบคุณพี่น้องที่ทำบุญร่วมสมทบซื้อหน้ากากปัสกา 450 ชิ้นสำหรับดอนม่วย และ 250 ชิ้นสำหรับโนนค้อ ได้แก่ 1) คุณสุวิทย์ แสวงทอง 5,000.- บาท, 2) ครูพราวพร นิลเขต พร้อมพี่น้อง 1,000.- บาท, 3) ครูศศิธร สังกฤษ 500.- บาท, 4) นายสมหมาย ฮุงหวล 500.- บาท, 5) นางสาวไลศรี จันทรักษ์ 500.- บาท, 6) นางวัฒนา นารินรักษ์ 500.- บาท และ 7) ครูสุดาพร พงศ์พิษณุ 1,000.-บาท
4.          อาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2020 ฉลองพระเมตตา องค์อุปถัมภ์ของวัดโนนค้อ มิสซาที่วัดพระเมตตาแห่งพระเยซูเจ้า โนนค้อ เวลา 08.00 น.
5.          เงินทาน อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2020: วัดดอนม่วย 800.- บาท และวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ 580.- บาท
6.          ขอบคุณ กลุ่มคริสตชนพื้นฐานกลุ่มที่ 1-2 ที่มาทำความสะอาดวัด สัปดาห์หน้ากลุ่มที่ 3-4 (โนนค้อ: กลุ่มที่ 3)
 เตรียมน้ำเสก น้ำล้างบาป เสาร์ที่ 11 เมษายน 2020
พิธีบูชาขอบพระคุณและวันฉลองในรอบสัปดาห์
วัน
ที่
เวลา
                                   ผู้ขอ/วันฉลอง
จุดประสงค์
อาทิตย์
12
08.00 น.
สมโภชปัสกา
สุขสำราญพี่น้องชาวโนนค้อ
สุขสำราญพี่น้องชาวดอนม่วย
จันทร์-เสาร์
13-18
06.45 น.
อัฐมวารปัสกา

อาทิตย์
19
08.00 น.
ฉลองพระเมตตา มิสซาที่โนนค้อ

บรรยากาศตรีวารปัสกา วัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย