วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2562

การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า

 การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า 
ศุกร์ศักดิ์สิทธิ์
พระเยซูเจ้าทรงรับทรมานและสิ้นพระชนม์
(ถือศีลอดอาหารและอดเนื้อ)
อสย 52:13-53:12
ฮบ 4:14-16; 5:7-9
ยน 18:1-19:42
วันนี้เราระลึกถึงพระทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า พิธีกรรมวันนี้มีสามภาคคือ ภาควจนพิธีกรรม ภาคนมัสการกางเขน และภาครับศีลมหาสนิท เนื้อหาสำคัญของพิธีกรรมวันนี้คือ “การปลดปล่อย” เราได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระเพราะความรักของพระเยซูเจ้าที่มีต่อเรา พระทรมานของพระองค์นำมาซึ่งอิสรภาพยิ่งใหญ่ การมอบตนของพระองค์บนไม้กางเขน ทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่าและมีส่วนในความชื่นชมยินดีนิรันดร
การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า ทำให้ชีวิตและกิจการดีทั้งหลายที่เรากระทำตลอดชีวิตมีความหมาย และบรรลุถึงความสมบูรณ์ในวันสุดท้าย ไม่ตกเป็นทาสของข้อจำกัดของมนุษย์คือความตายอีกต่อไป แต่มีอิสระอย่างแท้จริงและมีเป้าหมายสุดท้ายที่ชัดเจน ดังนั้น ทุกถ้อยคำและเครื่องหมายในพิธีกรรมวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นการฉลองอิสรภาพของมนุษยชาติ เรียนรู้จักองค์แห่งความรัก ซึ่งได้มอบชีวิตทั้งครบของพระองค์เพื่ออิสรภาพของเรามนุษย์
นักบุญยอห์น อัครสาวกได้ติดตามพระเยซูเจ้าไปจนถึงเชิงกางเขน ได้เป็นพยานและเขียนพระวรสารที่เราใช้อ่านในพิธีกรรมวันนี้ ท่านต้องการบอกเราด้วยว่า “ทำไม” พระเยซูเจ้าต้องรับทรมาน ทรงล่วงรู้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับพระองค์ และทรงน้อมรับมันด้วยความนอบน้อมเชื่อฟังต่อพระบิดาเจ้าอย่างสุขสงบ พระทรมานของพระองค์มีสาเหตุมาจากบาปของเราที่ปฏิเสธพระองค์ ซึ่งสะท้อนผ่านยูดาสที่ทรยศและขายพระองค์ ผ่านเปโตรที่ปฏิเสธพระองค์สามครั้งก่อนไก่ขัน และผ่านบรรดาศิษย์ที่ละทิ้งพระองค์ไป
พระทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า เป็นที่เข้าใจเฉพาะผู้ที่พร้อมติดตามพระองค์ และพร้อมเลียนแบบพระองค์ในการทำตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า บนไม้กางเขนพระองค์ได้มอบแบบอย่างแก่เราและเตือนใจเราให้ระลึกว่า:
1)       พระทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า เป็นรูปแบบของความทรมานและความตายทั้งหลาย ผ่านทางความตายนำมาซึ่งชีวิตใหม่ “เมล็ดข้าวถ้าไม่ตกลงดินและเปื่อยเน่าไปก็จะคงอยู่เพียงเมล็ดเดียว” (ยน 12:24)
2)       พระทรมานนำมาซึ่งความหวังในการตายต่อตัวเอง อิสรภาพแท้จริงออกมาจากการมอบชีวิตทั้งครบเพื่อผู้อื่น การแบ่งปันความทุกข์กับคนที่กำลังมีทุกข์ทำให้ความทุกข์นั้นเบาลง เข้าทำนอง “ร่วมทุกข์ ทุกข์ลด ร่วมสุข สุขเพิ่ม”
3)       พระเยซูเจ้าทรงรักเรามาก ทรงปลดปล่อยเราจากบาปและความตาย ด้วยพระทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ทำให้การดำเนินชีวิตของเรามีคุณค่าและความหมาย และทำให้กิจการดีทั้งหลายที่เราทำไม่ไร้ค่า
พิธีกรรมวันนี้ เชิญชวนเราให้มีส่วนในพระทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า ไม่ใช่ด้วยความทุกข์โศกเศร้า แต่ด้วยความหวังในการกลับคืนชีพ พระวาจาของพระเจ้าได้กระตุ้นเตือนและเปิดเผยให้เราเห็น การยอมรับการทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระเยซูเจ้าผู้บริสุทธิ์ นี่คือความรักยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ทรงรักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข “ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่ กว่าการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย” (ยน 15:13)
ให้เราวอนขอพระหรรษทานจากพระเจ้า เพื่อดำเนินชีวิตด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงพระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า ศิษย์พระคริสต์ต้องติดตามและเลียนแบบพระเยซูเจ้า มอบตนเองต่อพระประสงค์ของพระเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในความรักไม่มีเงื่อนไขเยี่ยงพระองค์ต่อเพื่อนมนุษย์ในชีวิตประจำวัน เพื่อได้รับชีวิตใหม่และกลับคืนชีพพร้อมกับพระองค์
ขวัญ ถิ่นวัลย์, เทศกาลมหาพรต 40 วันแห่งการฟื้นฟูชีวิตคริสตชน, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2561), หน้า 157-159.
ภาพ : พระเยซูเจ้าถูกตัดสินให้ตรึงกางเขน, เยรูซาเล็ม, อิสราเอล; 2018-04-17

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น