วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

ผู้เลี้ยงแกะที่ดี


ผู้เลี้ยงแกะที่ดี

วันอาทิตย์
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา
ปี B
กจ 4: 8-12
1 ยน 3: 1-2
ยน 10:11-18

บทนำ

ชีวิตของสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ที่ได้รับการประกาศแต่งตั้งเป็นบุญราศีเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 ที่ผ่านมา คือรูปแบบชีวิตที่สะท้อนการเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดีที่ ซึ่งบิลลี่ แกรแฮม นักเทศน์ทางโทรทัศน์ชาวอเมริกันได้ให้คำอธิบายไว้อย่างลึกซึ้งว่า “พระองค์เจริญชีวิตเหมือนพระอาจารย์ ผู้เลี้ยงแกะที่ดี และพระองค์สิ้นพระชนม์เหมือนพระอาจารย์ ผู้เลี้ยงแกะที่ดี”

อาทิตย์นี้ เราฉลองพระเยซูเจ้าผู้เลี้ยงแกะที่ดี พระศาสนจักรเรียกเราให้ไตร่ตรองถึงความหมายแห่งการเรียกของพระเจ้าและภาวนาเพื่อกระแสเรียกเป็นพิเศษ อีกทั้งเตือนใจเราว่า ในฐานะคริสตชนเรามีหน้าที่และความรับผิดชอบในการส่งเสริมกระแสเรียก พระคัมภีร์ได้ใช้ภาพพจน์ของ “นายชุมพา” หรือ “ผู้เลี้ยงแกะ” เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างพระเจ้ากับประชากรอิสราแอล

ในพันธสัญญาเก่าได้ใช้ภาพพจน์ของผู้เลี้ยงแกะกับพระเจ้า ในฐานะที่ทรงเป็นผู้นำและผู้ดูแลประชากรของพระองค์ ในหนังสืออพยพหลายครั้งได้เรียกพระยาเวห์เป็นผู้เลี้ยงแกะ เช่นเดียวกับประกาศกอิสยาห์และเอเศเคียล ที่เปรียบเทียบการปกป้องดูแลของพระยาเวห์ต่อประชากรของพระองค์ดังผู้เลี้ยงแกะ “พระองค์จะทรงเลี้ยงฝูงแพะแกะของพระองค์อย่างผู้เลี้ยงแกะ พระองค์จะทรงรวบรวมลูกแกะไว้ในพระกรของพระองค์...” (อสย 40:11)

ตั้งแต่แรกเริ่มชาวยิวมองว่า พระเจ้าคือผู้เลี้ยงแกะที่ทรงเลี้ยงดูพวกเขาดุจลูกแกะ “พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน...” (สดด 23) ในเวลาต่อมาคำว่า “ผู้เลี้ยงแกะ” ได้ใช้หมายถึงผู้นำชาวยิว ซึ่งเป็นตัวแทนของพระเจ้าพระยาเวห์ในโลก แต่ในความเป็นจริง ผู้เลี้ยงแกะเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงที่ดีสมกับการเป็นตัวแทนของพระองค์

1.           ผู้เลี้ยงแกะที่ดี

ในพันธสัญญาใหม่ พระเยซูเจ้าทรงเรียกผู้ติดตามและฟังพระองค์ว่า “ฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง” (มก 6:34) และในพระวรสารวันนี้ได้เปิดเผยให้เราทราบว่า พระองค์เป็น “ผู้เลี้ยงแกะที่ดี” (ยน 10:11) ซึ่งแสดงออกให้เห็นใน 4 ลักษณะ

1)           พระองค์ทรงรู้จักแกะและแกะเหล่านั้นจำเสียงของพระองค์ได้ พระองค์ทรงรู้ถึงความต้องการ ความดีและความบกพร่องของเราแต่ละคน พระองค์ทรงรักเราอย่างที่เราเป็น ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ที่เรามีและทรงคาดหวังให้เราตอบรับความรักของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค์ที่ตรัสกับเราในมิสซา ทางพระคัมภีร์และคำเทศน์ของพระสงฆ์

2)           พระองค์ทรงปกป้องฝูงแกะของพระองค์ พระองค์ทรงรวมเราให้เป็นหนึ่งเดียวในความรักของพระบิดาเจ้า ทรงนำทางและปกป้องเราจากปีศาจและอำนาจของมัน ทรงรักษาแกะที่เจ็บป่วยให้หายด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ ผ่านทรงศีลแห่งการคืนดีและศีลเจิมคนป่วย

3)           พระองค์ทรงเลี้ยงดูฝูงแกะของพระองค์ พระองค์ทรงนำฝูงแกะไปยังทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์คือพระศาสนจักร ทรงเลี้ยงดูเราด้วยพระกายและพระโลหิตของพระองค์ ทรงแสวงหาแกะที่สูญหายและออกตามหาจนพบ เพื่อนำเรากลับสู่บ้านนิรันดร

4)           พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อฝูงแกะของพระองค์ พระองค์ไม่เหมือนคนรับจ้างทั่วไปที่ทิ้งฝูงแกะหนีเอาตัวรอดเมื่อมีอันตราย ตรงข้าม ทรงยอมสละชีวิตเพื่อป้องกันฝูงแกะจากสัตว์ร้ายและขโมย ให้ได้รับความปลอดภัย ทรงรับทนทรมานเพื่อปลดปล่อยเราให้พ้นจากบาป

2.           บทเรียนสำหรับเรา

พระวรสารวันนี้ ได้ให้บทเรียนและแนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวันสำหรับเราหลายประการ

ประการแรก เราต้องเป็นผู้เลี้ยงและผู้นำที่ดี เราจะกลายเป็นผู้เลี้ยงที่ดีได้ในความรักที่เรามีต่อเพื่อนพี่น้อง ภาวนาเพื่อเขา ให้เวลาและใช้พระพรพิเศษต่างๆ ที่เรามีเพื่อผู้อื่น ในการส่งเสริมความรักและความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ประการที่สอง เราต้องเป็นแกะที่ดีในฝูงแกะของพระเยซูเจ้า ด้วยการฟังเสียงผู้เลี้ยงของเรา อย่างบิดามารดา ครูบาอาจารย์ เจ้าอาวาสหรือพระสังฆราชของเรา ปฏิบัติตามคำแนะนำและร่วมมือกับท่านในงานหน้าที่ต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายด้วยความรับผิดชอบ มิใช่การหลงไปตามเสียงอื่น เช่น เสียงเรียกร้องของความปรารถนาฝ่ายเนื้อหนัง ความมักได้เห็นแก่ตัว หรือความสะดวกสบายฝ่ายโลก

ประการที่สาม เราต้องภาวนาเพื่อกระแสเรียกและชีวิตผู้อภิบาล พระศาสนจักรได้ใช้อาทิตย์นี้ในการภาวนาเพื่อกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์ และชีวิตแห่งการอุทิศตนเพื่อพระเจ้า คริสตชนแต่ละคนมีส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุนกระแสเรียก “แม้เราจะเป็นนักบวชหรือพระสงฆ์ไม่ได้ แต่เราสามารถสนับสนุนใครบางคนให้เป็นนักบวชหรือพระสงฆ์ได้”

บทสรุป

พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าทรงยืนยันกับเราในวันนี้ว่า พระองค์เป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี ทรงรักและรู้จักแกะทุกตัว ทรงดูแลเอาใจใส่แกะแต่ละตัวเป็นอย่างดี และทรงปกป้องฝูงแกะจากสุนัขป่าและอันตรายต่างๆ ด้วยชีวิตของพระองค์ พระองค์ไม่ได้ทิ้งฝูงแกะแล้วหนีไป ปล่อยให้แกะอยู่ตามยถากรรม หรือทิ้งให้เผชิญกับอันตรายตามลำพังเหมือนผู้รับจ้างทั่วไป แต่พระองค์ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้แกะทุกตัวปลอดภัยและไม่กระจัดกระจายไป เพื่อว่า “จะมีแกะแต่ฝูงเดียวและนายชุมพาบาลแต่ผู้เดียว”

ใครที่มาหาพระเยซูเจ้าและฟังเสียงของพระองค์จะไม่หลงทางแต่จะได้รับชีวิตนิรันดร ให้เราเรียนแบบความรักของผู้เลี้ยงแกะที่ดีในการปฏิบัติต่อผู้อื่น ดำรงตนในความรักของพระองค์ในชีวิตประจำวันของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความรักต่อผู้อื่น “ถ้าท่านมีความรักต่อกัน ทุกคนจะรู้ว่าท่านเป็นศิษย์ของเรา” (ยน 13:35) หากเราต้องการเป็นผู้เลี้ยงที่ดีเช่นเดียวกับพระองค์ เราจะต้องมีชีวิตที่สนิทสัมพันธ์กับพระบิดาเจ้าและเพื่อนพี่น้อง เป็นต้นในครอบครัว หมู่คณะและหมู่บ้านของเรา

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com
วัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว
27 เมษายน 2012

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น