วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555

การเป็นพยานถึงการกลับคืนชีพ


การเป็นพยานถึงการกลับคืนชีพ

วันอาทิตย์
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
ปี B
กจ 2:14,22-28
1ปต 1:17-21
ลก 24:13-35

บทนำ

มีเรื่องจริงที่ไม่น่าเชื่อเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศยูโกสลาเวีย เป็นเรื่องราวผู้พิพากษาคนหนึ่งที่ถูกไฟฟ้าช๊อตขณะอาบน้า ภรรยาพบเขานอนหมดสติบนพื้นจึงเรียกให้คนช่วยนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ลงความเห็นว่าเขาเสียชีวิตแล้ว ภรรยาจึงนำร่างของเขาไปไว้ที่ศาลาพักศพ สถานีวิทยุได้กระจายข่าวการเสียชีวิตของผู้พิพากษารายนี้อย่างรวดเร็ว กลางดึกคืนนั้นเอง ผู้พิพากษาเริ่มรู้สึกตัว เมื่อเขาทราบว่าตนเองอยู่ที่ไหนจึงรีบไปบอกยามที่เฝ้าอยู่ พอเห็นเขาเท่านั้นแหละยามตาลีตาเลือกวิ่งหนีไป

พลันเขานึกขึ้นมาได้ว่าควรโทรศัพท์ไปบ้านบอกภรรยา แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเพราะเพียงเขาบอกว่า “สวัสดีที่รัก นี่ผมเองนะ” ภรรยาของเขาแผดร้องและเป็นลมหมดสติ เขาพยายามโทรหาเพื่อนบ้านหลายคนแต่พวกเขาคิดว่านั่นเป็นการล้อเล่นของพวกนึกสนุก เขาจึงเดินไปเคาะประตูบ้านเพื่อน แต่ทุกคนต่างคิดว่าเขาเป็นผี ที่สุด เขาตัดสินใจโทรศัพท์หาเพื่อนที่อยู่อีกเมืองหนึ่งซึ่งไม่ทราบข่าวการตายของเขา อาศัยเพื่อนคนนี้เขาจึงสามารถบอกครอบครัวของเขาและเพื่อนคนอื่นๆ ว่าเขายังมีชีวิตอยู่จริงๆ

ในพระวรสารวันนี้บอกให้เราทราบว่า พระเยซูเจ้าได้พยายามบอกบรรดาสาวกของพระองค์ให้ทราบว่าพระองค์ไม่ใช่ผี ทั้งนี้เพื่อขจัดความคลางแคลงสงสัยและความหวาดกลัวของพวกเขาให้หมดสิ้นไป พระองค์ได้แสดงมือและเท้าให้พวกเขาได้เห็น ทรงเชื่อเชิญให้สัมผัสและมองดูตัวตนของพระองค์อย่างที่พระองค์เป็น และได้กินปลาย่างชิ้นหนึ่งต่อหน้าพวกเขา เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพระองค์ไม่ใช่ผี พระองค์ทรงประทับท่ามกลางพวกเขาเหมือนเมื่อครั้งที่อยู่กับพวกเขาตลอดเวลาสามปี

1.         การเป็นพยานถึงการกลับคืนชีพ

ศิษย์สองคนที่พระเยซูเจ้าปรากฏพระองค์ให้พวกเขาได้เห็นระหว่างเดินทางไปเอมมาอูส รีบเร่งเดินทางกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อเล่าเหตุการณ์น่ายินดีที่พวกเขาได้พบพระเยซูเจ้าให้บรรดาอัครสาวกได้ทราบ เมื่อมาถึงพวกเขาพบว่าเปโตรเองได้พบกับพระอาจารย์เจ้าเช่นกัน ขณะที่พวกเขาถกเถียงกันถึงเรื่องนี้อยู่ พระเยซูเจ้าได้ปรากฏพระองค์ท่ามกลางพวกเขา

ลูกาได้บันทึกและบอกเล่าเรื่องราวตอนนี้เพื่อต้องการจะบอกว่า การสิ้นพระชนม์และการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าที่กล่าวถึงในพระคัมภีร์ปรากฏเป็นจริง (ทรงอ้างพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงพระองค์) และพระคริสตเจ้าผู้กลับคืนชีพแสดงพระองค์ในพิธีบิขนมปัง พระศาสนจักรในระยะเริ่มแรก มีเอกลักษณ์อยู่ที่พิธีบิขนมปังและการนำสิ่งของมารวมเป็นของกลาง (กจ 2:42) กลุ่มคริสตชนแรกจึงมักเว้นที่ให้พระเยซูเจ้าผู้กลับคืนชีพประทับอยู่ด้วยเสมอ

ดังนั้น การที่พวกเขามาร่วมพิธีบิปัง เพื่อจะได้พบกับองค์พระคริสตเจ้าผู้กลับคืนชีพ ในพิธีบิขนมปัง พระเยซูเจ้าได้บันดาลให้ศิษย์ทั้งสองคนตาสว่าง พระองค์ได้แปรเปลี่ยนความท้อแท้สิ้นหวังของพวกเขาให้กลายเป็นความยินดีและความหวัง จนพวกเขาไม่สามารถเก็บไว้กับตัวเอง ต้องรีบรุดกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มในคืนนั้นเพื่อแบ่งปันประสบการณ์นี้กับคนอื่น

2.         บทเรียนสำหรับเรา

พระวรสารวันนี้ได้ให้บทเรียนที่สำคัญสำหรับเราคริสตชน ในการดำเนินชีวิตประจำวันหลายประการ

ประการแรก เราพบพระเยซูเจ้าในพิธีบิขนมปัง ศิษย์สองคนที่เอมมาอูสจำพระเยซูเจ้าได้ตอนบิขนมปัง เราสามารถพบพระองค์ได้ในพิธีบูชาขอบพระคุณที่เรามาร่วมทุกอาทิตย์ ในภาควจนพิธีกรรมพระเยซูเจ้าทรงตรัสกับเรา ในศีลมหาสนิท พระเยซูเจ้าทรงกลายเป็นอาหารฝ่ายจิตของเรา ที่ทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์และเพื่อนพี่น้อง เรามารวมตัวกันเช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวกและศิษย์รุ่นแรก เพื่อสำนึกถึงบาปที่เราได้กระทำ แสดงความขอบคุณต่อพระพรที่เราได้รับ ฟังพระวาจา แบ่งปันข่าวดีและนำไปปฏิบัติ

ประการที่สอง เราต้องสานต่อพันกิจของพระคริสตเจ้า ในฐานะคริสตชนเราได้รับมอบหน้าที่ในการสานต่อ “พันธกิจแห่งความรัก ความเมตตาและการให้อภัย” ของพระเยซูเจ้าในชีวิตประจำวัน พระเยซูเจ้าต้องการปากของเรา ในการพูดถึงข่าวดีแห่งการกลับคืนชีพของพระองค์และให้กำลังใจคนที่สิ้นหวัง ต้องการหูของเราในการฟังปัญหาของคนที่ทุกข์ร้อน และต้องการมือของเราในการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน

ประการที่สาม เราต้องเป็นพยานถึงการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า เช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวกที่ได้เป็นพยานถึงการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าด้วยชีวิตของพวกเขา แรกทีเดียวเราต้องเชื่อถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าท่ามกลางเราเสมอ ในบ้าน ในที่ทำงานและในหมู่คณะของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนยากจน คนเจ็บป่วยและเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ เป็นพยานถึงการกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้าในชีวิตประจำวันของเรา

บทสรุป

พี่น้องที่รัก การร่วมเดินทางของพระเยซูเจ้าบนเส้นทางสู่เอมมาอูส คือเครื่องหมายแห่งการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าท่ามกลางเรา ทรงร่วมชีวิตกับเราโดยเฉพาะในห้วงเวลาแห่งความทุกข์และความยากลำบาก แม้เราจะจำพระองค์ไม่ได้ก็ตาม การร่วมในพิธีบูชาขอบพระคุณเตือนเราถึงอาหารฝ่ายจิตที่ต้องแบ่งปัน และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง

เอมมาอูส หมายถึงทุกที่ที่เราสามารถพบพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์ทุกครั้งที่เรารวมกันในนามของพระองค์ “เพราะว่า ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นท่ามกลางพวกเขา” (มธ 18:20) ขอให้เราได้ตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระองค์ที่ทรงร่วมเดินทางกับเรา ตรัสกับเรา ช่วยเหลือเราและอยู่กับเราจนสิ้นพิภพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพื่อนพี่น้องที่เราพบเห็น ประการสำคัญ เราต้องเป็นพยานถึงการกลับคืนชีพพระองค์ในชีวิตประจำวันของเรา

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com
วัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว
19 เมษายน 2012

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น