วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2557

โหราจารย์จากทิศตะวันออก



โหราจารย์จากทิศตะวันออก
หลังสมโภชพระนางมารีย์พระชนนีพระเจ้า
สมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์
ปี A B C
อสย 60:1-6
อฟ 3:2-3, 5-6
มธ 2:1-12
บทนำ

พระคัมภีร์ไม่ได้บอกเราเกี่ยวกับโหราจารย์หรือนักปราชญ์จากทิศตะวันออกว่ามีกี่คน ที่ออกเดินทางติดตามดาวไปยังเมืองเบธเลเฮม แต่ธรรมประเพณีที่เข้าใจกันทั่วไปมีทั้งหมด 3 คน ได้แก่ คาสปาร์ (Caspar) เมลคิออร์ (Melchior) และบัลทาซาร์ (Balthasar) ยังมีอีกธรรมประเพณีหนึ่งที่พูดถึงโหราจารย์คนที่ 4 นามว่า อาร์ตาบัน (Artaban) ซึ่งเตรียมออกเดินทางติดตามดาว พร้อมกับของมีค่าอย่าง บุษราคัม ทับทิม และไข่มุกเม็ดงาม เพื่อมอบแก่กษัตริย์องค์ใหม่ที่บังเกิดมา

ในระหว่างเดินทางไปสมทบกับคณะของโหราจารย์ อาร์ตาบัน ซึ่งมีอาชีพเป็นหมอได้หยุดรักษาผู้เดินทางคนหนึ่งที่ไม่สบาย ทำให้เขาล่าช้าและไปไม่ทันกับคาราวานของโหราจารย์ท่านอื่น เขาต้องเดินทางโดยลำพังและได้ขายบุษราคัมที่เขาเตรียมไว้สำหรับกษัตริย์องค์ใหม่ เพื่อซื้ออูฐและของจำเป็นสำหรับการเดินทางข้ามทะเลทรายและมาถึงเบธเลเฮมช้าเกินไป เขาพบทหารทุกหนทุกแห่งกำลังออกปฏิบัติตามคำสั่งของกษัตริย์เฮโรด ให้ฆ่าเด็กชายตั้งแต่อายุสองขวบลงมา เขาได้ติดสินบนหัวหน้านายทหารด้วยทับทิม ทำให้เด็กทุกคนในหมู่บ้านรอดจากการถูกสังหาร และได้ออกตามหากุมารที่เกิดมาเป็นกษัตริย์องค์ใหม่

อาร์ตาบันได้ออกตามหาพระกุมารอย่างไร้ผลเป็นเวลาถึง 33 ปี และที่สุดเขาได้เดินทางไปกรุงเยรูซาเล็มในวันที่มีการตรึงกางเขนชายที่ชื่อ “เยซู” อาร์ตาบันได้เร่งรุดไปยังเขากัลป์วารีโอ เพื่อติดสินบนทหารยามโรมันด้วยไข่มุกเม็ดงามเพื่อช่วยชีวิตชายนั้น ซึ่งเขาได้ยินมาว่าเป็นกษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย ในระหว่างทางนั้นเอง เขาได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกจับตัวไปขายเป็นทาส เขาได้ใช้ไข่มุกมีค่าเม็ดนั้นในการไถ่เธอให้เป็นอิสระ

ที่สุด อาร์ตาบันได้มาถึงเนินเขากัลวารีโอที่มีการตรึงกางเขน หัวใจของเขาแทบแตกสลายเมื่อเขาเห็นพระเยซูเจ้าถูกตรึงบนไม้กางเขนโดยที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรพระองค์ได้ แต่พระเยซูเจ้ามองมายังเขาและตรัสกับเขาว่า “อย่าเสียใจไปเลย อาร์ตาบัน ท่านได้ช่วยเราตลอดชีวิตของท่าน เพราะเมื่อเราหิว ท่านได้ให้เรากิน เมื่อเรากระหาย ท่านได้ให้เราดื่ม เมื่อเราเปลือยเปล่า ท่านได้ให้เรานุ่งห่ม เมื่อเราเป็นแขกแปลกหน้า ท่านได้ต้อนรับเรา” ดูเหมือนเขาพลาดหวังในการพบกับพระเยซูเจ้า แต่ในความเป็นจริงเขาคือคนที่ฉลาดที่สุดซึ่งได้พบกับพระเยซูเจ้าตลอดชีวิตของเขา

วันสมโภช “พระคริสตเจ้าแสดงองค์” (Epiphany) เป็นวันฉลองการไขแสดงของพระเจ้าแก่นานาชาติ โดยมีนักปราชญ์จากทิศตะวันออกหรือโหราจารย์เป็นตัวแทน แรกทีเดียววันฉลองนี้ตรงกับวันที่ 6 มกราคม ซึ่งเป็นวันฉลองที่ใหญ่มากสำหรับพระศาสนจักรตะวันออก เพื่อแสดงให้เห็นว่า พระคริสตเจ้าทรงเป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ ผู้ทรงทำให้คำทำนายของประกาศกอิสยาห์ในบทอ่านแรกปรากฏเป็นจริง “ทุกคนจะเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์... นานาชาติจะเดินมาหาความสว่างของเจ้า” (อสย 60:3)


1.         โหราจารย์จากทิศตะวันออก

โหราจารย์มิใช่กษัตริย์ แต่เป็นสมณะชาวเปอร์เซียที่คอยรับใช้กษัตริย์ ในการทำนายความฝันและเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของดวงดาว ตั้งแต่ศตวรรษที่หกเป็นต้นมาธรรมประเพณีชาวอิตาเลียนพูดถึงชื่อของโหราจารย์สามคนคือ คาสปาร์ เมลคิเออร์ และบัลทาซาร์ ซึ่งสอดคล้องกับของขวัญสามอย่าง ทองคำ กำยาน และมดยอบ ตามที่กล่าวถึงในพระวรสารของนักบุญมัทธิว ในที่สุดโหราจารย์จากบาบิโลนได้กลายเป็นตัวแทนของคนต่างชาติต่างเผ่าพันธุ์ ที่ติดตามดาวบนท้องฟ้าเครื่องหมายจากพระเจ้าที่ประกาศถึงเหตุการณ์สำคัญ คือการบังเกิดมาขององค์พระเจ้าผู้เป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ
ของขวัญที่โหราจารย์ทั้งสามนำมาถวาย ทองคำ กำยาน และมดยอบ เป็นคำทำนายที่บอกให้เราทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับอนาคตของพระเยซูเจ้า 
§  ทองคำ (Gold) เป็นของกำนัลสำหรับกษัตริย์ เป็นการแสดงว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ที่พวกเขารอคอยมาเป็นเวลา 700 ปี
§   กำยาน (Frankincense) เป็นเครื่องหอมที่ใช้เผาบูชาในพระวิหารสำหรับถวายแด่พระเจ้า (อพย 30:37) แสดงว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่เสด็จมานำมนุษย์ไปหาพระบิดาเจ้า
§  มดยอบ (Myrrh)  เป็นน้ำมันที่ใช้ชโลมศพ (อพย 30:23) เป็นเครื่องหอมที่ช่วยดับกลิ่นศพ แสดงว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นมนุษย์ที่สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
ของขวัญเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้มีค่าอะไรมากนักในสมัยนั้น และเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้าได้จัดเตรียมไว้สำหรับนักบุญยอแซฟ เพื่อขายเป็นค่าเดินทางพาพระกุมารหนีไปประเทศอียิปต์
ดังนั้น การฉลองพระคริสตเจ้าแสดงองค์ จึงเป็นเครื่องหมายแสดงถึงการจาริกตลอดชีวิตของเราเพื่อพบกับพระเยซูเจ้า เช่นเดียวกับโหราจารย์ที่ติดตามดาวจนพบพระกุมารเยซูที่เบธเลเฮม ซึ่งในพระวารสารวันนี้บอกให้เราได้ทราบถึงเรื่องราวของโหราจารย์ และท่าทีบุคคลสามกลุ่มที่มีต่อการบังเกิดของพระกุมารเยซู กลุ่มแรก กลุ่มคนเกลียดชัง โดยมีเฮโรดเป็นผู้นำในการวางแผนสังหารพระองค์ กลุ่มที่สอง กลุ่มคนเฉยเมย ได้แก่ พวกธรรมาจาย์และหัวหน้าสมณะ และกลุ่มสุดท้าย กลุ่มคนเลื่อมใสศรัทธา ได้แก่ โหราจารย์และคนเลี้ยงแกะ 

2.         บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ได้ให้บทเรียนที่สำคัญสำหรับเราคริสตชน ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันหลายประการ

ประการแรก เราต้องตอบสนองต่อการเรียกของพระเจ้า บรรดาโหราจารย์ได้ติดตามดาวและออกเดินทางไปยังดินแดนที่ไม่รู้จักและอันตรายโดยปราศจากความกลัว ไม่มีอะไรหยุดยั้งความตั้งใจของพวกเขาได้ เราต้องพร้อมที่จะตอบสนองต่อการเรียกของพระเจ้าที่มาถึงเราในรูปแบบต่างๆ อีกทั้งต้องเลือกที่จะดำเนินชีวิตในหนทางที่ถูกต้องชอบธรรม เช่นโหราจารย์ที่เลือกที่จะกลับไปยังบ้านเมืองของตนโดยทางอื่น

ประการที่สอง เราต้องมอบตัวเราเป็นของขวัญแด่พระเยซูเจ้า ให้เราได้ถวายสรรเสริญพระเยซูเจ้าในพิธีบูชาขอบพระคุณและในการภาวนาประจำวัน ด้วยทองคำแห่งความรักและการให้อภัยต่อเพื่อนพี่น้อง ด้วยกำยานแห่งความเลื่อมใสศรัทธา และด้วยมดยอบแห่งความสุภาพถ่อมตน เพื่อชีวิตของเราจะได้กลายเป็นของขวัญแห่งความชื่นชมยินดีและสันติสุขสำหรับพระเจ้าและผู้อื่น

ประการที่สาม เราต้องดำเนินชีวิตเป็นดาวนำคนอื่นมาหาพระเยซูเจ้า ผ่านทางการบอกเล่าเรื่องราวของพระองค์ให้คนอื่นได้รับทราบ ด้วยการเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นได้เห็น ชีวิตของเราแต่ละคนสามารถเป็นดาวที่ส่องสว่างให้คนอื่นได้เห็นถึงความรัก การให้อภัย และการช่วยให้รอดของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ทุกคน อีกทั้งช่วยพวกเขาให้ดำเนินในหนทางที่ถูกต้อง มีความใกล้ชิดกันและเป็นครอบครัวเดียวกันภายใต้การนำของพระศาสนจักร

บทสรุป
พี่น้องที่รัก วันนี้เราสมโภชการสำแดงองค์ของพระเจ้าในธรรมชาติมนุษย์ที่มองเห็นได้ เพื่อความรอดของมนุษย์ทั้งมวล พระเจ้าทรงใช้ดาวดวงหนึ่งปรากฏบนท้องฟ้า เพื่อนำทางบรรดาโหราจารย์ไปยังสถานที่ซึ่งพวกเขาสามารถพบกับองค์พระเจ้าในรูปของกุมารน้อย ทรงดลใจพวกเขาให้เดินทางจากแดนไกล เพื่อแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ในโลกนี้ได้รับการเรียกให้มาพบพระพักตร์พระองค์ เพื่อรู้จักและนมัสการพระองค์

เราแต่ละคนสามารถเป็นดาวนำคนอื่นให้มาพบพระเยซูเจ้าได้ อาศัยความรู้ความสามารถต่างๆ ที่พระเจ้าประทานให้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตในความรักที่แสดงออกในภาคปฏิบัติ ในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การแบ่งปันสิ่งที่เรามีแก่คนอื่นที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ ที่สำคัญ ในการให้อภัยซึ่งกันและกันด้วยใจกว้าง เพื่อเราจะสามารถเป็นแสงสว่างส่องส่องนานาชาติ ในการประกาศข่าวดีแห่งความหวัง ความยินดี และสันติสุขซึ่งพระคริสตเจ้าประทานแก่เรา ได้อย่างแท้จริง
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com
โรงเรียนเซนต์ยอแซฟกุฉินารายณ์
3 มกราคม 2013

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น