วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยง


ฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยง

วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 16
เทศกาลธรรมดา
ปี B
ยรม 23:1-6
อฟ 2:13-18
มก 6:30-34

บทนำ

 จากเรื่องราวชีวิตของบุญราศีคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา ที่แสดงความรักต่อคนที่โดดเดี่ยวและไม่เป็นที่ต้องการ ซึ่งคุณแม่มองว่าพวกเขาเป็นเหมือนฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยง บางครั้งคนเหล่านี้อาจเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวย เล่ากันว่า ครั้งหนึ่งคุณแม่เทเรซาได้ไปเยี่ยมบ้านพักคนชราที่สร้างอย่างดี มีเครื่องอำนวยความสะดวกและเครื่องใช้ทันสมัย อาหารดีมาก มีหมอและพยาบาลคอยดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด

คุณแม่เทเรซาสังเกตเห็นว่าบรรดาคนชราเหล่านั้นไม่มีใครยิ้มเลย จนกระทั่งคุณแม่สัมผัสพวกเขาจึงเห็นรอยยิ้มจากพวกเขาเป็นครั้งแรก คุณแม่ยังสังเกตอีกว่า พวกเขามักจะมองไปที่ประตูขณะที่กำลังฟังคุณแม่พูด คุณแม่จึงถามพยาบาลที่ดูแลว่า “ทำไมจึงเป็นเช่นนี้” พยาบาลตอบว่า “พวกเขากำลังมองดูว่าจะมีญาติคนไหนสักคนมาเยี่ยมพวกเขาไหม นอกจากส่งของขวัญวันเกิดหรือการ์ดอวยพรมาให้บางโอกาส

คุณแม่เทเรซาจึงตระหนักว่า “โรคที่คนเป็นกันมากที่สุดในปัจจุบันคือ โรคขาดความรักและมีความรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการ” ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่อ่อนโยนและเมตตาสงสารต่อบรรดาอัครสาวกที่เหน็ดเหนื่อยจากการงาน และต่อประชาชนที่ตามหาพระองค์ขณะที่พระองค์กำลังจะขึ้นฝั่งเพื่อพักผ่อน พระองค์ทรงเชื้อเชิญเราให้สนใจ แสดงความเมตตาสงสารและความรักต่อคนเหล่านี้ ซึ่งเป็นดังฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยง

1.           ฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยง

ผู้เลี้ยง เป็นภาพพจน์ที่ชาวยิวคุ้นเคย เนื่องจากบรรพบุรุษของพวกเขามีอาชีพเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนไปทั่ว ต่อมาเมื่อตั้งหลักแหล่งมั่นคง คำว่า “ผู้เลี้ยง” ได้กลายเป็นภาพพจน์ที่ใช้กับผู้นำศาสนา ส่วน “ฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยง” คือสภาพความเป็นจริงของชาวยิวในห้วงเวลาที่อยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมัน ขาดผู้นำทางศาสนาและการเมืองที่จะมาช่วยพวกเขา ดังเช่นฝูงแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง ไม่รู้จะเดินไปทางไหน ประการสำคัญ การไม่มีคนเลี้ยงหมายถึงการไม่มีอาหาร เพราะไม่มีผู้พาไปยังทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้ง ไม่มีคนคอยปกป้องจากอันตรายต่างๆ ที่อยู่รอบข้าง อาจถูกหมาป่ากัดกินได้

ในฐานะผู้เลี้ยงแกะที่ดีที่ประกาศกเยเรมีย์กล่าวถึง พระเยซูเจ้าทรงรักและสงสารประชาชนเหล่านั้น แผนการที่วางไว้ (การพักผ่อนกับบรรดาอัครสาวก) ถูกพับเก็บ ทรงเลิกนึกถึงตนเองและลืมความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมด ทรงสอนพวกเขาด้วยพระวาจาที่ให้กำลังใจและให้ชีวิต ทรงเลี้ยงอาหารพวกเขาให้อิ่มหนำและทรงปกป้องพวกเขาจากอันตราย พระองค์ทรงเติมเต็มจิตใจและร่างกายของพวกเขาให้พบสันติสุข ทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ยิ่งใหญ่ผู้เป็น “หนทาง ความจริงและชีวิต” (ยน 14:6) ที่มีเวลาสำหรับพวกเขาเสมอ

บรรดาอัครสาวกและคริสตชนแต่ละคน เป็นส่วนหนึ่งของฝูงแกะของพระคริสตเจ้า การสรวลอยู่กับการทำมาหาเลี้ยงชีพของพ่อบ้านแม่เรือน การยุ่งอยู่กับการกินดื่มและเที่ยวเตร่ในกลุ่มเพื่อนของหนุ่มสาว จนไม่มีเวลาสวดภาวนา แม้วันอาทิตย์ก็ไม่มีเวลามาวัดหาพระเจ้า คือสภาพของฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยงในยุคสมัยของเรา ที่เราจะต้องใส่ใจและหาทางช่วยเหลือพวกเขาให้ได้มาพบและพักผ่อนกับพระเยซูเจ้า

2.           บทเรียนสำหรับเรา

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ ได้ให้บทเรียนและแนวปฏิบัติสำหรับเราคริสตชนหลายประการ

ประการแรก เราต้องเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี พระเยซูเจ้าได้ให้บทเรียนที่สำคัญสำหรับอัครสาวกและเราแต่ละคนว่า พวกเราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่พระองค์ทรงเลือก ที่จะต้องลืมนึกถึงตนเอง ผลประโยชน์ส่วนตนและสิทธิพิเศษต่างๆ ที่เราจะได้รับ แต่หัวใจของเราจะต้องเปิดกว้างต่อความเดือดร้อนและความต้องการของผู้อื่นที่อยู่รอบข้างเรา พร้อมกับยื่นมือช่วยเหลือ

ประการที่สอง เราต้องเป็นแกะที่ดีในฝูงของพระเยซูเจ้า เราแต่ละคนจะไม่ตกอยู่ในอันตรายหากเราอยู่ภายใต้การนำของพระเยซูเจ้าในพระศาสนจักรและฟังเสียงของพระองค์ ไม่หลงไปตามกระแสค่านิยมที่ผิดของสังคม (ที่มุ่งเน้นสุขนิยม วัตถุนิยมและบริโภคนิยม) เพื่อเราจะได้รับพลังและความช่วยเหลือจากพระองค์ เราต้องหมั่นมาหาพระองค์บ่อยๆ ในศีลศักดิ์สิทธิ์และการภาวนา เป็นต้น ในพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นสถานที่สงบที่เราจะได้พบและพักผ่อนกับพระองค์

ประการที่สาม เรามีพันธกิจที่จะต้องเทศน์สอนและเลี้ยงอาหาร คริสตชนแต่ละคนมีหน้าที่ที่จะต้องภาวนาและกระทำกิจการดี การภาวนาจะทำให้เราตระหนักถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าและมีชีวิตที่สนิทสัมพันธ์กับพระองค์ ในอันที่จะช่วยเราให้แสดงออกให้เห็นถึงความรักของพระเจ้าในภาคปฏิบัติ ในความช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปันสิ่งที่เรามีกับเพื่อนพี่น้องที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ

บทสรุป

พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าได้แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่อ่อนโยนและสงสาร ทั้งต่อบรรดาอัครสาวกและประชาชน บรรดาอัครสาวกเหน็ดเหนื่อยจากทำงานจนไม่มีเวลาแม้จะรับประทานอาหาร พระองค์จึงเชิญชวนพวกเขาไปพักผ่อนกับพระองค์ แต่ก็ต้องพบกับฝูงชนที่สิ้นหวังและไร้ที่พึ่งซึ่งออกตามหาพระองค์ พระองค์ได้ให้บทเรียนที่สำคัญสำหรับเราแต่ละคน ให้มีจิตใจที่อ่อนโยนและสงสารเช่นเดียวกับพระองค์ ที่ลืมแผนการทุกอย่างและเลิกนึกถึงตนเอง

ให้เราได้วอนขอพระเยซูเจ้า เพื่อเราจะได้มีจิตใจอ่อนโยนและสงสารคนที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือที่อยู่รอบตัวเรา ให้เราพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงโครงการพักผ่อนและแผนงานทุกอย่างของเรา เพื่อเห็นแก่ความรักต่อเพื่อนพี่น้องที่อยู่ต่อหน้าเรา นี่คือเครื่องหมายแห่งการเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อฝูงแกะที่พระเจ้าทรงมอบให้อยู่ในความดูแลของเรา ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในครอบครัว เพื่อนบ้านหรือหมู่คณะที่เราสังกัดอยู่

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com
วัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว
20 กรกฎาคม 2012

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น