วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569

พระเยซูเจ้าทรงอยู่กับเราเสมอ

 

พระเยซูเจ้าทรงอยู่กับเราเสมอ

อาทิตย์

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

ปี A

กจ 2:14,22-28

1ปต 1:17-21

ลก 24:13-35

บทนำ

หลังร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์ เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้เดินกลับบ้านผ่านสวนสาธารณะ เขาคิดถึงบทเทศน์ในมิสซาซึ่งพระสงฆ์เทศน์ว่า “เมื่อท่านให้บางสิ่งกับใครคนหนึ่ง แท้จริงแล้วท่านได้ให้พระเยซูเจ้า และท่านจะเห็นพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพในทุกคนที่พบ” เขาสังเกตเห็นคุณยายคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งโดยลำพังและดูเหมือนเธอกำลังหิว เขานั่งลงข้างคุณยายและแบ่งขนมปังให้คุณยายกิน คุณยายยิ้มกว้างรับขนมปังจากเขาและกินอย่างเอร็ดอร่อย

เขานั่งมองคุณยายอย่างมีความสุขโดยไม่พูดอะไร ที่สุด เขาได้ลุกขึ้นสวมกอดคุณยายและเดินจากไป เมื่อเขากลับถึงบ้านผู้เป็นแม่เห็นเขายิ้มอย่างมีความสุขจึงถามว่า “อะไรทำให้ลูกมีความสุขวันนี้” เขาตอบแม่ว่า “ผมได้แบ่งขนมปังให้พระเยซู” เวลาเดียวกันคุณยายได้เดินกลับห้องพัก น้องสาวถามว่า “ทำไมวันนี้ดูยิ้มอย่างความสุขกว่าทุกวัน” เธอตอบ “ฉันได้รับขนมปังจากพระเยซูขณะกำลังนั่งอยู่ในสวนสาธารณะ พระองค์ดูสง่างามและหนุ่มกว่าที่ฉันคิดอีก”

พระวรสารวันนี้บอกว่า เราสามารถพบและมีประสบการณ์เกี่ยวกับพระเยซูเจ้า ผู้กลับคืนพระชนมชีพในทุกที่และกับบุคคล ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตของเรา พระเยซูผู้กลับคืนพระชนม์ทรงอยู่กับเราเสมอ พระเจ้าทรงอยู่ใกล้ผู้ที่แสวงหาพระองค์และต้องการดำเนินชีวิตอยู่ในพระสิริของพระองค์ ทำตามพระประสงค์ของพระองค์ เหตุการณ์ที่เอมมาอุสเป็นเรื่องราวของพระเจ้าผู้ไม่ทอดทิ้งเราเมื่อเราเจ็บปวดและผิดหวัง

1.   พระเยซูเจ้าทรงอยู่กับเราเสมอ

เรื่องศิษย์สองคนที่เอมมาอูสเป็นเรื่องเล่างดงามเรื่องหนึ่งของนักบุญลูกา แสดงถึงเทววิทยาเรื่องพิธีบูชาขอบพระคุณ ซึ่งประกอบด้วยสองภาคคือภาคพระวาจาและภาคศีลมหาสนิท การเติบโตในความเชื่อเกิดขึ้นโดยอาศัยพระวาจาของพระเจ้าและบรรลุความสมบูรณ์ในการฉลองศีลมหาสนิท ศิษย์สองคนมีประสบการณ์ทั้งสองรูปแบบ “ใจของเราไม่ได้เร่าร้อนเป็นไฟอยู่ภายในหรือ เมื่อพระองค์ตรัสกับเราขณะเดินทาง และอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟัง” (ลก 24:32) และในพิธีบิขนมปังพวกเขาจำพระองค์ได้

ศิษย์ทั้งสองเปิดประตูบ้านเชิญพระเยซูเจ้าให้ร่วมรับประทานอาหารกับพวกเขา พระเยซูเจ้าทรงหยิบขนมปัง กล่าวถวายพร บิออก และยื่นให้พวกเขา ทรงทำให้พวกเขาตาสว่างและจำพระองค์ได้ พิธีบิขนมปังที่เอมมาอูสเป็นการฉลองศีลมหาสนิทอาหารฝ่ายจิต ซึ่งเป็นข่าวดีแห่งปัสกาที่เราฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า ทรงเปลี่ยนความท้อแท้สิ้นหวังของพวกเขาให้กลายเป็นความยินดีและความหวัง จนพวกเขาไม่สามารถเก็บไว้กับตัวเอง ต้องรีบเดินทางกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อแบ่งปันประสบการณ์กับคนอื่น

เรื่องศิษย์สองคนที่เอมมาอูสสอนเราว่า 1) การสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าสอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้าตามที่เปิดเผยไว้ในพระคัมภีร์, 2) พระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพทรงสถิตอยู่ในพระวาจาของพระเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีบิขนมปัง, 3) ความทุกข์ทรมานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพระเมสสิยาห์ “เพื่อเข้าสู่พระสิริของพระองค์” และ 4) เรามีพระผู้ช่วยให้รอดผู้กลับคืนพระชนมชีพ พระองค์ทรงเดินทางกับเราในเส้นทางประจำวันของเรา ทรงสนทนากับเราผ่านพระวาจาของพระองค์ และเราสามารถสนทนากับพระองค์ได้ผ่านการอธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงเป็นผู้เปิดใจของเราให้เข้าใจและตอบสนองต่อพระวาจาของพระองค์

2.  บทเรียนสำหรับเรา

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิต

ประการแรก เราสามารถพบพระเยซูเจ้าทุกวันในชีวิตของเรา พระศาสนจักรสอนให้เราฟังพระเยซูเจ้าผ่านการอธิษฐานภาวนา ผ่านการอ่านและการไตร่ตรองพระคัมภีร์ ในพิธีบูชาขอบพระคุณ ผ่านทางการอธิษฐานภาวนาทั้งแบบส่วนตัวและหมู่คณะ ในความสัมพันธ์แห่งการรับใช้ซึ่งกันและกันด้วยความรัก ความถ่อมตน และเสียสละ การพบปะเหล่านี้ทำให้เราได้พบกับพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพ ซึ่งสถิตอยู่ในผู้คนที่เราพบทุกคน

ประการที่สอง พระเยซูเจ้าทรงร่วมทางสู่เอมมาอูส เราคงเคยมีช่วงเวลาของความท้อแท้สิ้นหวัง รู้สึกกำลังเผชิญสถานการณ์เลวร้ายและยากลำบากโดยลำพัง ความจริงพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพทรงประทับอยู่และร่วมทางกับเรา พระองค์ตรัสกับเรา ช่วยเหลือเรา และทำให้เราเข้มแข็งในแบบที่คาดไม่ถึง แม้เรามองไม่เห็นพระองค์ก็ตาม เส้นทางสู่เอมมาอูสเป็นเส้นทางแห่งมิตรภาพซึ่งยืนยันว่า พระเยซูเจ้าทรงอยู่กับเราตลอดไปจนสิ้นพิภพ (มธ 28:20)

ประการที่สาม เราพบพระเยซูเจ้าในพิธีบิขนมปัง ศิษย์สองคนที่เอมมาอูสจำพระเยซูเจ้าได้ตอนบิขนมปัง เราสามารถพบพระองค์ได้ในศีลมหาสนิท ในพิธีบูชาขอบพระคุณที่เรามาร่วมทุกอาทิตย์ “ผู้ที่กินเนื้อของเราและดื่มโลหิตของเรา ก็ดำรงอยู่ในเราและเราก็ดำรงอยู่ในเขา” (ยน 6:56) ศีลมหาสนิทเป็นอาหารฝ่ายจิตทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าและเพื่อนพี่น้อง ประสบการณ์ที่เรามีกับพระเยซูเจ้าไม่สามารถเก็บไว้กับตัวเอง แต่ต้องแบ่งปันกับผู้อื่นเพื่อช่วยทุกคนให้พบพระองค์และนำเขาไปสู่ชีวิตนิรันดร

บทสรุป

พี่น้องที่รัก การร่วมเดินทางของพระเยซูเจ้าบนเส้นทางสู่เอมมาอูส คือเครื่องหมายแห่งการประทับอยู่ของพระองค์ท่ามกลางเรา ทรงร่วมชีวิตกับเรา โดยเฉพาะในห้วงเวลาแห่งความทุกข์และความยากลำบากของชีวิต แม้เราจำพระองค์ไม่ได้แต่ทรงอยู่กับเราเสมอ การร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณเตือนเราถึงอาหารฝ่ายจิตที่ต้องแบ่งปัน และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง

เอมมาอูส หมายถึงทุกที่ที่เราสามารถพบพระเจ้าได้ พระเยซูเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์ทุกครั้งที่เรารวมกันในนามของพระองค์ (มธ 18:20) การเดินทางจากเอมมาอูสสู่เยรูซาเล็มคือประสบการณ์การพบองค์พระเจ้าซึ่งเราต้องแบ่งปันกับคนอื่น นี่คือ “ข่าวดีปัสกา” ที่เราต้องประกาศในชีวิตประจำวัน ศิษย์พระคริสต์ต้องตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าผู้ทรงร่วมเดินทางกับเรา ตรัสกับเรา ช่วยเหลือเรา และอยู่กับเราจนสิ้นพิภพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนต่ำต้อยในสังคม

คุณพ่อขวัญ  ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก

18 เมษายน 2026

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น