วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569

พระเมตตาหาที่สุดมิได้

 

พระเมตตาหาที่สุดมิได้

อาทิตย์

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา ปี A

ฉลองพระเมตตา

กจ 2:42-47

1 ปต 1:3-9

ยน 20:19-31

บทนำ

เมื่อ 30 เมษายน 2000 สัปดาห์ที่สองของเทศกาลปัสกา พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ได้แต่งตั้งบุญราศีโฟสตินาเป็นนักบุญ (นักบุญยอห์น ปอลที่ 2 ได้รับแต่งตั้งเป็นนักบุญในวันฉลองเดียวกันนี้ 27 เมษายน 2014) ซึ่งนักบุญโฟสตินานี้ได้เป็นพยานด้วยชีวิตของเธอ เพื่อให้เราได้รักษาความเชื่อและความหวังในพระเจ้าพระบิดา ผู้ทรงพระเมตตาอย่างล้นเหลือและทรงช่วยเราให้รอดด้วยพระโลหิตของพระบุตรพระองค์

นักบุญโฟสตินาได้กลายเป็นธรรมทูตแห่งพระเมตตา ซึ่งตลอดช่วงชีวิตสั้นๆ ของเธอพระเยซูเจ้าได้มอบหลักปฏิบัติพื้นฐาน 3 ประการในการนำไปปฏิบัติ: 1) ภาวนาเพื่อวิญญาณทั้งหลายได้วางใจในพระเมตตาที่ไม่สามารถเข้าใจได้ของพระเจ้า; 2) บอกให้โลกได้รับรู้ถึงพระเมตตาหาที่สุดมิได้ของพระเจ้า; 3) ให้เริ่มก่อตั้งกลุ่มพระเมตตาในพระศาสนจักร

ในวันประกาศแต่งตั้งนักบุญโฟสตินา นักบุญยอห์นปอลที่ 2 ตรัสว่า “ไม้กางเขนได้พูดและไม่เคยหยุดกล่าวถึงพระเจ้าพระบิดา ผู้ทรงซื่อสัตย์ต่อความรักนิรันดร์ที่ทรงมีต่อมนุษย์ ...การเชื่อในความรักนี้หมายถึงการเชื่อในพระเมตตา” พระรูปพระเมตตาที่ทรงเปิดเผยแก่นักบุญโฟสตินา (ด้วยการยกพระหัตถ์ขวาอวยพร พระหัตถ์ซ้ายแตะที่ดวงพระหฤทัยมีลำแสงสีแดงและสีขาวส่องออกมา) เป็นสัญลักษณ์ของพระเมตตา การให้อภัยและความรักของพระเจ้า

1.         พระเมตตาหาที่สุดมิได้

ในตอนต้นของพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ปรากฏพระองค์ให้บรรดาอัครสาวกได้เห็นและทรงมอบสันติสุขแก่พวกเขา เพื่อให้กำลังใจพวกเขาในการสานต่อพันธกิจการประกาศข่าวดีแห่งความรัก พระเมตตา และการให้อภัยของพระเจ้า ทรงใช้พระศาสนจักรในการสานต่อพันธกิจของพระองค์ในโลก และพระศาสนจักรต้องการพระองค์ผู้ทรงเป็นแหล่งพลังและอำนาจสำหรับพันธกิจนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความรักและการเชื่อฟังพระองค์เพื่อเป็นผู้ส่งข่าวแท้

องค์พระเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพ ได้ประทานอำนาจยกบาปในนามของพระองค์แก่บรรดาอัครสาวก เพื่อให้พวกเขาได้มีส่วนในพระเมตตาของพระเจ้าต่อคนบาป ซึ่งพระศาสนจักรได้ประกาศพระเมตตาของพระเจ้าผ่านทางพระวาจาพระเจ้า พระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจ้าในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์มาเป็นเวลาช้านาน อีกทั้งเตือนเราให้เชื่อในการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้า ผู้กลับคืนพระชนมชีพและประทับท่ามกลางเราผ่านทางการให้อภัยความผิดของผู้อื่น

ในตอนที่สองของพระวรสาร แสดงให้เห็นถึงความสงสัยของนักบุญโทมัส ซึ่งไม่ได้อยู่กับบรรดาอัครสาวกในวันที่พระเยซูเจ้าปรากฏมา ทำให้ไม่เชื่อสิ่งที่คนอื่นเล่าให้ฟัง ความสงสัยของท่านเป็นแบบอย่างของคนแสวงหาความจริงและมีประสบการณ์ด้วยตนเอง (องค์อุปถัมภ์ของนักวิทยาศาสตร์) และหายสงสัยเมื่อได้พบพระเยซูเจ้า คริสตชนแม้ไม่ได้เห็นพระองค์ด้วยตา แต่เราเชื่อเพราะสิ่งที่เราได้ยิน อย่างที่นักบุญเปาโลบอกว่า “ความเชื่อมาจากการฟัง” (รม 10:17) และมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระองค์

2.         บทเรียนสำหรับเรา

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิต

ประการแรก เราต้องปฏิบัติตนบนพื้นฐานของความเมตตาของพระเจ้า พระศาสนจักรเฉลิมฉลองพระเมตตาของพระเจ้าผ่านทางศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการคืนดี การหมั่นมารับศีลอภัยบาปเป็นหนทางดำเนินชีวิตในความเมตตาของพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงบอกเราว่า “จงเป็นผู้เมตตากรุณา ดังที่พระบิดาของท่านทรงเมตตากรุณา” (ลก 6:36) เราต้องแสดงความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้องทุกที่ทุกเวลา ทั้งในคำพูด  การกระทำ และการอธิษฐานภาวนา

ประการที่สอง เราต้องรักและรับใช้เพื่อนมนุษย์ทุกคน การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อช่วยเราให้สามารถมองเห็นพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพในทุกคน และช่วยเราให้มีความปรารถนารับใช้กันและกันด้วยความรัก นักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา ได้ใช้แนวทางนี้ในการสอนสมาชิก ถ้าเราภาวนา เราจะเชื่อ; ถ้าเราเชื่อ เราจะรัก; ถ้าเรารัก เราจะรับใช้ ซึ่งเป็นการทำให้ความรักที่เรามีต่อพระเจ้าปรากฏเป็นจริงในกิจการ

ประการที่สาม เราต้องแสดงความเมตตาด้วยการแบ่งปันสิ่งที่มีแก่ผู้อื่น เรื่องราวกลุ่มคริสตชนแรกในบทอ่านที่หนึ่ง บอกให้เราทราบว่า พวกเขาได้นำสิ่งที่ตนเองมีมาวางเป็นกองกลาง เพื่อให้บรรดาอัครสาวกแบ่งปันแก่ผู้ขัดสนและต้องการความช่วยเหลือ นี่คือเครื่องหมายแห่งความเมตตาของพระเจ้าในภาคปฏิบัติ ที่ทุกคนปฏิบัติต่อกันอย่างพี่น้อง ในกลุ่มคริสตชนแรกจึงไม่มีใครขัดสน และนี่คือหนทางทำให้พวกเขามีสันติสุขแท้

บทสรุป

พี่น้องที่รัก ทุกครั้งที่เรามอบสันติสุขแก่กันในพิธีบูชาขอบพระคุณ เป็นการแสดงออกถึงความเมตตา การให้อภัย และการมอบสันติสุขของพระเยซูเจ้า สันติสุขจะบังเกิดขึ้นในใจเราเมื่อเราได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งความรักที่พระเจ้าประทานให้แก่เรา ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน ...ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง (มก 12:30-31) และเมื่อเราได้ใส่ใจในความต้องการของเพื่อนพี่น้อง ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา(มธ 25:40)

เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ความขัดแย้งรุนแรง และไฟสงคราม ศิษย์พระคริสต์ต้องสานต่อความเมตตาของพระเยซูเจ้าในงานเมตตากิจ ในความรัก ความเมตตากรุณา ความเห็นอกเห็นใจ และการให้อภัยไม่สิ้นสุดในชีวิตประจำวัน ต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก  ผู้กำลังสูญเสีย ผู้เจ็บป่วย และคนชายขอบของสังคม เพื่อช่วยกันสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นในครอบครัว หมู่คณะ และชุมชนวัดของเรา

คุณพ่อขวัญ  ถิ่นวัลย์

ID LINE : dondaniele

วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย-หนองสนุก

11 เมษายน 2026

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น