วันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560

จากเอมมาอูสสู่เยรูซาเล็ม

จากเอมมาอูสสู่เยรูซาเล็ม
วันอาทิตย์
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
ปี A
กจ 2:14,22-28
1ปต 1:17-21
ลก 24:13-35
บทนำ
หลังร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์ เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้เดินกลับบ้านผ่านสวนสาธารณะ เขาฉุกคิดถึงบทเทศน์ที่ได้ยินในมิสซาที่คุณพ่อเทศน์ว่า “เมื่อท่านให้บางสิ่งกับใครคนหนึ่ง แท้จริงแล้วท่านได้ให้พระเยซูเจ้า และท่านจะเห็นพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพในทุกคนที่ท่านพบ” เขาสังเกตเห็นคุณยายคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งโดยลำพังและดูเหมือนเธอกำลังหิว เขาจึงนั่งลงข้างคุณยายและแบ่งขนมปังให้คุณยายกิน
คุณยายยิ้มกว้างรับขนมปังจากเขาและกินอย่างเอร็ดอร่อย เขานั่งมองคุณยายอย่างมีความสุขโดยไม่พูดอะไร ที่สุด เขาได้ลุกขึ้นสวมกอดคุณยายและเดินจากไป เมื่อเขากลับถึงบ้านแม่เห็นเขายิ้มอย่างมีความสุขจึงถามว่า “อะไรนะที่ทำให้ลูกมีความสุขวันนี้” เขาตอบแม่ว่า “ผมได้แบ่งขนมปังให้พระเยซู” ก่อนที่แม่จะถามอะไรอีก เขาได้กล่าวเสริมว่า “แม่รู้ไหมว่าพระองค์ยิ้มสวยมาก”
ในเวลาเดียวกันคุณยายได้เดินกลับห้องพักซึ่งอยู่กับน้องสาว “ทำไมวันนี้ดูยิ้มอย่างความสุขกว่าทุกวัน” น้องสาวถาม “วันนี้ฉันได้รับขนมปังจากพระเยซู ขณะที่กำลังนั่งอยู่ในสวนสาธารณะ” เธอตอบ “พระองค์ดูสง่างามและหนุ่มกว่าที่ฉันคิดเสียอีก” พระวรสารวันนี้บอกเราว่า เราจะพบและมีประสบการณ์เกี่ยวกับพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพ ในทุกสถานที่และกับบุคคลที่เราคาดไม่ถึง
1.    จากเอมมาอูสสู่เยรูซาเล็ม
เรื่องศิษย์สองคนที่เอมมาอูส เป็นเรื่องเล่าที่งดงามเรื่องหนึ่งของนักบุญลูกา ที่แสดงให้เห็นถึงเทววิทยาเรื่องพิธีบูชาขอบพระคุณ ซึ่งประกอบด้วยสองภาคคือ ภาคพระวาจาและภาคศีลมหาสนิท การเติบโตในความเชื่อเกิดขึ้นโดยอาศัยพระวาจาของพระเจ้า และบรรลุถึงความสมบูรณ์ในการฉลองศีลมหาสนิท ศิษย์สองคนมีประสบการณ์ทั้งสองรูปแบบ “ใจของเราไม่ได้เร่าร้อนเป็นไฟอยู่ภายในหรือ เมื่อพระองค์ตรัสกับเราขณะเดินทาง และอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟัง” (ลก 24:32) และในพิธีบิขนมปังที่พวกเขา “จำพระองค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง” (ลก 24:35)
ศิษย์ทั้งสองเปิดประตูบ้านเชิญพระเยซูเจ้าให้ร่วมรับประทานอาหารกับพวกเขา พระเยซูเจ้าทรงหยิบขนมปัง กล่าวถวายพร บิออกและยื่นให้พวกเขา พระองค์ทรงปฏิบัติแบบเดียวกันกับที่ทรงกระทำในการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย ทำให้พวกเขาตาสว่างและจำพระองค์ได้ พิธีบิขนมปังที่เอมมาอูสจึงเป็นการฉลองศีลมหาสนิทอาหารฝ่ายจิต ซึ่งเป็นข่าวดีแห่งปัสกาที่เราฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า
พระศาสนจักรในระยะเริ่มแรก มีเอกลักษณ์อยู่ที่พิธีบิขนมปังและการนำสิ่งของมารวมเป็นของกลาง (กจ 2:42) กลุ่มคริสตชนแรกจึงมักเว้นที่ให้พระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพประทับอยู่ด้วยเสมอ ดังนั้น การที่พวกเขามาร่วมพิธีบิปังเพื่อจะได้พบกับองค์พระเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพ ในพิธีบิขนมปัง พระเยซูเจ้าได้บันดาลให้ศิษย์ทั้งสองคนตาสว่าง พระองค์ได้แปรเปลี่ยนความท้อแท้ สิ้นหวังให้กลายเป็นความยินดีและความหวัง จนพวกเขาไม่สามารถเก็บไว้กับตัวเอง ต้องรีบเดินทางกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อแบ่งปันประสบการณ์นี้กับคนอื่น
2.    บทเรียนสำหรับเรา
พระวรสารวันนี้ได้ให้บทเรียนที่สำคัญสำหรับเราคริสตชนหลายประการ โดยเฉพาะคนที่กำลังแสวงหาพระเยซูเจ้า หรือคนที่ได้สูญเสียพระองค์ไป
ประการแรก พระเยซูเจ้าทรงร่วมทางสู่เอมมาอูส เราคงเคยมีช่วงเวลาของความท้อแท้ สิ้นหวัง ที่เรารู้สึกว่ากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายและยากลำบากโดยลำพัง ความจริงพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพทรงประทับอยู่และร่วมทางกับเรา ทรงตรัสกับเรา ช่วยเหลือเรา และทำให้เราเข้มแข็งในแบบที่เราคาดไม่ถึง แม้เราจะมองไม่เห็นพระองค์ก็ตาม เส้นทางสู่เอมมาอูสจึงเป็นเส้นทางแห่งมิตรภาพที่ยืนยันว่าพระเยซูเจ้าทรงอยู่กับเราตลอดไปจนสิ้นพิภพ (มธ 28:20)
ประการที่สอง เราพบพระเยซูเจ้าได้ในพระคัมภีร์ ในการเดินทางสู่เอมมาอูส พระเยซูเจ้าได้ร่วมทางและอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ นั่นหมายความว่าเราสามารถพบพระเยซูเจ้าได้ทุกวันในการอ่านและศึกษาพระคัมภีร์ “ของประทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พระเจ้าประทานแก่มนุษย์คือพระคัมภีร์” (อับราฮัม ลินคอล์น) การรำพึงพระวาจาของพระเจ้าในแต่ละวันจะช่วยให้เราเข้าใจถึงแผนการและพระประสงค์ของพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประทับอยู่ในผู้อื่น
ประการที่สาม เราพบพระเยซูเจ้าในพิธีบิขนมปัง ศิษย์สองคนที่เอมมาอูสจำพระเยซูเจ้าได้ตอนบิขนมปัง เราสามารถพบพระองค์ได้ในศีลมหาสนิท ในพิธีบูชาขอบพระคุณที่เรามาร่วมทุกอาทิตย์ “ผู้ที่กินเนื้อของเราและดื่มโลหิตของเรา ก็ดำรงอยู่ในเราและเราก็ดำรงอยู่ในเขา” (ยน 6:56) ศีลมหาสนิทจึงเป็นอาหารฝ่ายจิตที่ทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าและเพื่อนพี่น้อง ประสบการณ์ที่เรามีกับพระเยซูเจ้าไม่สามารถเก็บไว้กับตัวเอง แต่ต้องแบ่งปันกับผู้อื่น เพื่อช่วยทุกคนให้พบกับพระเยซูเจ้าและนำเขาไปสู่ชีวิตนิรันดร
บทสรุป
พี่น้องที่รัก การร่วมเดินทางของพระเยซูเจ้าบนเส้นทางสู่เอมมาอูส คือเครื่องหมายแห่งการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าท่ามกลางเราและร่วมชีวิตกับเรา โดยเฉพาะในห้วงเวลาแห่งความทุกข์และความยากลำบากของชีวิต แม้เราจะจำพระองค์ไม่ได้แต่พระองค์ทรงอยู่กับเราเสมอ การร่วมในพิธีบูชาขอบพระคุณเตือนเราถึงอาหารฝ่ายจิตที่ต้องแบ่งปัน และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง
เอมมาอูส หมายถึงทุกที่ที่เราสามารถพบพระเจ้าได้ พระเยซูเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์ทุกครั้งที่เรารวมกันในนามของพระองค์ (มธ 18:20) ขอให้เราได้ตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระองค์ที่ทรงร่วมเดินทางกับเรา ตรัสกับเรา ช่วยเหลือเรา และอยู่กับเราจนสิ้นพิภพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพื่อนพี่น้องที่ต่ำต้อย การเดินทางจากเอมมาอูสสู่เยรูซาเล็มคือ ประสบการณ์การพบกับองค์พระเจ้าที่เราต้องแบ่งปันกับคนอื่น นี่คือข่าวดีที่เราต้องประกาศในชีวิตประจำวัน
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
khuanthinwan@gmail.com
San Tomasso Ashram, วัดป่าพนาวัลย์
29 เมษายน 2017

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น