วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

การรับใช้ด้วยความสุภาพและความรัก


การรับใช้ด้วยความสุภาพและความรัก

วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 25
เทศกาลธรรมดา
ปี B
ปชญ 2:12, 17-20
ยก 3:16-4:3
มก 9:30-37

บทนำ

 มีเรื่องเล่าว่า ชายคนหนึ่งได้ถามองค์พระเจ้าเกี่ยวกับนรกและสวรรค์ พระเจ้าจึงตรัสกับชายนั้นว่า “เชิญมา เราจะพาท่านไปดูนรก” พระเจ้าได้พาชายนั้นเข้าไปในห้องซึ่งมีกลุ่มคนผอมโซนั่งรอบโต๊ะที่มีหม้ออาหารเลิศรสอยู่ตรงกลาง ทุกคนในห้องกำลังหิวโซ แต่ละคนมีช้อนที่ยาวกว่าแขนของพวกเขาเอง ทำให้พวกเขาไม่สามารถตักอาหารเข้าปากตนเองได้ นับเป็นการทรมานที่โหดร้ายมาก

จากนั้น พระเจ้าได้พาชายนั้นไปยังสวรรค์ เข้าไปในอีกห้องหนึ่งซึ่งคล้ายกับห้องแรก หม้ออาหารเลิศรสวางอยู่ตรงกลาง ผู้คนในห้องมีช้อนที่ยาวแบบเดียวกัน แต่ทุกคนในห้องต่างอิ่มหนำสำราญ “ผมไม่เข้าใจ” ชายคนนั้นถามพระเจ้า ทำไมคนในห้องนี้จึงมีความสุข ขณะที่อีกห้องหนึ่งหิวโซ ทั้งๆ ที่มีทุกอย่างเหมือนกัน” พระเจ้าตรัสกับเขาว่า “ในห้องนี้ทุกคนเรียนรู้ที่บริการรับใช้ซึ่งกันและกัน”

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้เชื้อเชิญเราให้กระทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า อย่างที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำด้วยการมอบชีวิตเพื่อรับใช้ผู้อื่น ทรงเรียกร้องการอุทิศตนและรับใช้ด้วยความสุภาพและความรัก นี่คือเครื่องหมายที่แท้จริงของการเป็นคริสตชนและศิษย์ของพระคริสตเจ้า ทั้งนี้เพราะ พันธกิจของพระศาสนจักรและของเราคริสตชนคือ “การรับใช้”

1.           การรับใช้ด้วยความสุภาพและความรัก

ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงตรัสถึงพระทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เป็นครั้งที่สอง แต่บรรดาอัครสาวกไม่เข้าใจและรับไม่ได้ เพราะพวกเขาต่างคาดหวังว่าพระองค์จะเป็นพระผู้ช่วยให้รอดทางการเมือง เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาแต่ละคนต้องมีตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งอย่างแน่นอน พวกเขาจึงถกเถียงกันว่าใครจะเป็นใหญ่ที่สุดในหมู่พวกเขา

พระเยซูเจ้าได้ให้บทเรียนที่สำคัญสำหรับพวกเขา ใครที่รับใช้ด้วยความสุภาพและความรักคือคนที่เป็นใหญ่ที่สุด “ถ้าใครอยากเป็นคนที่หนึ่ง ก็ให้ผู้นั้นทำตนเป็นคนสุดท้ายและเป็นผู้รับใช้ของทุกคน” (มก 9:35) คนที่เป็นใหญ่ที่แท้จริงคือคนที่รับใช้คนอื่นด้วยความสุภาพและความรัก ไม่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางและความถูกต้อง แต่ตอบสนองต่อความต้องการของคนอื่นด้วยความเมตตาและเห็นอกเห็นใจ

เงื่อนไขของการเป็นใหญ่ที่แท้จริงที่พระเยซูเจ้าหมายถึงคือ การรับใช้ด้วยความสุภาพและความรัก ถือเป็นกระแสเรียกของพระศาสนจักรทั้งมวลและของสมาชิกแต่ละคน นั่นหมายความว่า คริสตชนแต่ละคนจะต้องเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้าผ่านทางการรับใช้ด้วยความสุภาพและความรัก ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบอกเราว่า เมื่อใดก็ตามที่สมาชิกของพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้า เพิกเฉยต่อการเรียกเพื่อรับใช้นี้ พระศาสนจักรจะต้องทนทุกข์

พระเยซูเจ้าทรงต้องการให้บรรดาสาวกเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ซึ่งมีจิตใจที่ใสซื่อ สุภาพ และไร้เล่ห์มารยา เด็กเป็นตัวแทนของคนที่ไร้อำนาจที่สุดในทุกสังคม ไม่มีอิทธิพลใดๆ เชื่อง่าย จนกลายเป็นเครื่องมือของการถูกล่วงละเมิดหรือทำให้เสียคน พระเยซูเจ้าทรงนำเด็กมาเป็นตัวอย่าง เพื่อแสดงให้เราได้ตระหนักว่า ในการรับใช้นั้นราต้องรับใช้แม้คนที่เล็กน้อยที่สุด ซึ่งไม่มีสถานะทางสังคม เช่น คนบาป คนถูกทอดทิ้ง พวกเหล่านี้เป็นพระคริสตเจ้าท่ามกลางเรา

2.           บทเรียนสำหรับเรา

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ ได้ให้บทเรียนและแนวปฏิบัติสำหรับเราคริสตชนหลายประการ

ประการแรก เราต้องรับใช้ด้วยความสุภาพและความรัก โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ได้รับการยอมรับหรือเป็นที่ต้องการ ด้วยเหตุผลเรื่องชนชั้น สีผิว ศาสนาและวัฒนธรรม ต้องตระหนักว่าอำนาจหน้าที่ที่เราได้รับมามิใช่มีไว้เพื่อใช้บังคับหรืออยู่เหนือคนอื่น แต่เพื่อการรับใช้ตามแบบอย่างของพระคริสตเจ้า ที่ทรงมอบแบบอย่างนี้แก่เราในการล้างเท้าอัครสาวก การรับใช้จึงเป็นเครื่องหมายที่แท้จริงของการเป็นศิษย์ เป็น “ความรักในภาคปฏิบัติ” ที่สามารถมองเห็นได้

ประการที่สอง เราต้องกล้าที่จะลงมือปฏิบัติมากกว่าพูด เพื่อจะเป็นใหญ่ที่แท้จริง พระเยซูเจ้าทรงท้าทายเราด้วยเงื่อนไข 4 ประการ เราจะต้องพร้อมที่จะ 1) เป็นคนสุดท้าย, 2) รับใช้ทุกคน, 3 ต้อนรับคนที่ต่ำต้อยและไร้ค่าด้วยความรัก และ 4) กระทำโดยไม่หวังสิ่งใดเป็นการตอบแทน

ประการที่สาม เราต้องเป็นเครื่องมือของพระเจ้าในการรับใช้ ให้เราได้วอนขอพระจิตเจ้าในพิธีบูชาขอบพระคุณนี้ เพื่อขอพระองค์ได้ช่วยเราให้กลายเครื่องมือในการรับใช้ด้วยความสุภาพและความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว เหมือนอย่างบุญราศีแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา ที่ได้แสดงให้เห็นถึงพระทัยดีของพระเจ้าในการรับใช้คนยากจนและถูกทอดทิ้ง ที่ทุกคนสามารถเห็นถึงพระทัยดีของพระเจ้าผ่านทางใบหน้า แววตา รอยยิ้มและการทักทายที่อบอุ่น

บทสรุป

พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าทรงเชื้อเชิญเราให้กระทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า เหมือนทรงเรียกบรรดาสาวกให้มาเข้าใจพระบุคคลและพันธกิจของพระองค์คือ การรับใช้ด้วยความสุภาพและความรัก ซึ่งเป็นหนทางสู่การเป็นใหญ่ที่แท้จริง คริสตชนแต่ละคนจะต้องเป็นพยานถึงองค์พระคริสตเจ้าผ่านทางการรับใช้ทุกคน

พระเยซูเจ้าทรงสอนเราว่า เพื่อจะเป็นใหญ่ที่แท้จริงและบรรลุถึงชีวิตนิรันดรจะต้องถ่อมตัวเองลงรับใช้ทุกคน แม้คนที่เล็กน้อยที่สุดซึ่งไม่มีสถานะทางสังคม เช่น คนต่ำต้อย คนถูกทอดทิ้ง เพราะพวกเขาเหล่านี้เป็นพระคริสตเจ้าที่ประทับท่ามกลางเรา และชีวิตที่มีความสุขคือชีวิตที่อุทิศตนรับใช้ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com
วัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว
21 กันยายน 2012

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น