วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ฉลองวัดนาโพธิ์



ฉลองวัด น.มารีอามักดาเลนา นาโพธิ์
วัดนักบุญมารีอา มักดาเลนา นาโพธิ์ เป็นหนึ่งในหลายวัดที่ทำการฉลองในวันนี้ (เสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2015) ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่วันนี้ถือเป็นวันสำคัญสำหรับลูกหลานชาวนาโพธิ์ทุกคน ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะพากันมาเพื่อฉลองวัดของตน ซึ่งเป็นการฉลองความเชื่อคริสตชนประจำปีที่ได้รับมาเป็นเวลา 127 ปี และถ่ายทอดสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น  
การฉลองวัดในปีนี้ ชาวนาโพธิ์ได้รับเกียรติจากพระอัครสังฆราชหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ ที่เดินทางมาเป็นประธานในพิธี มีการแสดงต้อนรับพระคุณเจ้าจากเด็กนักเรียน เยาวชนและแม่บ้านรวม 4 รายการ ก่อนจะเริ่มด้วยพิธีเสกอนุสาวารีย์แม่พระที่พึ่งคริสตชน และอนุสาวรีย์นักบุญมารีอา มักดาเลนา ที่ลูกหลานชาวนาโพธิ์สร้างถวายสำหรับวัดของตน โอกาสครบรอบ 125 ปีของการก่อตั้งหมู่บ้าน ค.ศ. 1889-2014 (พ.ศ. 2432-2557)
อนุสาวรีย์แม่พระที่พึ่งของคริสตชน สร้างถวายโดยบุตรหลานของ ดอมินีโก สมเกียรติ กับ เทเรซา แก้วประทาน มหัตกุล เพื่อเป็นที่พึ่งของคริสตชนชาวนาโพธิ์ และขอพระมารดามารีย์ได้พิทักษ์คุ้มครองและอำนวยพรทุกคน ให้มีความสุขความเจริญสืบไป บนป้ายหินของอนุสาวรีย์นี้มีคำจารึก ที่บอกให้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของวัดและชาวนาโพธิ์ว่า
“กลุ่มคริสตชนวัดนักบุญมารีอา มักดาเลนา นาโพธิ์  เป็นเชื้อสายชาวภูไทที่เคยเป็นทาสที่เมืองเว อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม  เมื่อปี ค.ศ. 1887 (พ.ศ. 2430)  พวกเขาได้ติดต่อกับคุณพ่อยอแซฟ กอมบูริเออ เจ้าอาวาสวัดมหาพรหมมีคาแอลหนองหาร (ท่าแร่)  คุณพ่อได้ไปรับมาและจัดให้อยู่บริเวณหนองแฮ่ ติดหนองหารด้านทิศตะวันออกของบ้านท่าแร่  เพื่อความสะดวกในการดูแลและอภิบาล 
จากหลักฐานทะเบียนศีลล้างบาปที่บันทึกโดยคุณพ่อกอมบูริเออ ในโอกาสสมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ วันที่ 15 สิงหาคม  ค.ศ. 1888 (พ.ศ. 2431) คุณพ่อได้โปรดศีลล้างบาปแก่คริสตชนชาวนาโพธิ์กลุ่มแรกจำนวน 8 คน ที่วัดมหาพรหมมีคาแอล หนองหาร  จนถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1889 (พ.ศ. 2432) มีผู้รับศีลล้างบาปเพิ่มอีกรวมจำนวน 11 คน แสดงว่าคริสตชนชาวนาโพธิ์ตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณหนองแฮ่ประมาณ 2 ปี 
ที่สุด คริสตชนใหม่และผู้เตรียมตัวเป็นคริสตชนประมาณ 20 ครอบครัว ราว 120 คนได้ย้ายไปหาที่ทำกินใหม่ที่เหมาะสมและอุดมสมบูรณ์กว่า บริเวณลำห้วยโพธิ์ ห้วยลึก และห้วยจับ ห่างจากบ้านท่าแร่ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 15 กิโลเมตร  เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยต้นโพธิ์จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า นาโพธิ์
ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นอนุสาวรีย์นักบุญมารีอา มักดาเลนา สร้างถวายโดยบุตร-หลานของซีมอน ถนอมกับกาโรลา ฮ้อม ถิ่นวัลย์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ดวงวิญญาณ ซีมอน ถนอม, อันนา ศรีประไพ ถิ่นวัลย์ และญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ พร้อมกับป้ายหินจารึกประวัติของนักบุญมารีอา มักดาเลนา องค์อุปถัมภ์ของวัด ที่บอกให้ทราบถึงบทบาทของนักบุญองค์นี้ในฐานะพยานแห่งการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า
“พิธีกรรมใหม่ของพระศาสนจักรได้ชี้ให้เห็นว่า นักบุญมารีอา มักดาเลนา เป็นคนแรกที่ได้เป็นประจักษ์พยานถึงการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า เมื่อเธอรีบรุดไปที่พระคูหาในเช้าตรู่ของวันปัสกาเพื่อชโลมพระศพ แต่พบพระคูหาว่างเปล่าและร้องไห้เพราะคิดว่ามีคนขโมยพระศพไป เมื่อพระเยซูเจ้าปรากฏมาเธอเข้าใจว่าเป็นคนสวน กระทั่งพระองค์เรียกชื่อจึงจำได้ และพระเยซูเจ้าได้ส่งเธอไปบอกเรื่องนี้แก่พี่น้องของพระองค์
เชื่อกันว่าหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า นักบุญมารีอา มักดาเลนาได้เดินทางไปที่ตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส เจริญชีวิตภาวนาในถ้ำและสิ้นใจที่นั่น ชาวฝรั่งเศสจึงมีความเชื่อศรัทธาต่อนักบุญองค์นี้มาก และได้แพร่ไปในพระศาสนจักรตะวันตก โดยมีวันฉลองตรงกับวันที่ 22 กรกฎาคม ดังนั้น เมื่อคุณพ่อยอแซฟ กอมบูริเออ (MEP) ตั้งกลุ่มคริสตชนที่นาโพธิ์ในปี ค.ศ. 1889 (พ.ศ. 2432)  ได้เลือกนักบุญองค์นี้เป็นองค์อุปถัมภ์”
ดูเหมือนลูกหลานชาวนาโพธิ์จะตื่นตัว และให้ความสำคัญกับการฉลองวัดในปีนี้มาก เห็นได้จากจำนวนคนที่มาร่วมฉลองจนล้นวัด อีกทั้งมีส่วนร่วมในการฉลองด้วยการทำโรงทานมาร่วมกับทางวัดมากกว่า 50 จุด ถือเป็นเรื่องดีที่น่าชม ขอให้ลูกหลานชาวนาโพธิ์ได้สืบสานและรักษาประเพณีเหล่านี้สืบไป ขอท่านนักบุญมารีอา มักดาเลนา อำนวนพรและวิงวอนเพื่อชาวเราด้วยเทอญ

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
โรงเรียนเซนต์ยอแซฟกุฉินารายณ์
15 กุมภาพันธ์ 2015

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ฉลองวัดจันทร์เพ็ญและปีนักบวช



ฉลองวัดจันทร์เพ็ญและปีนักบวช
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถือเป็นวันฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร องค์อุปถัมภ์ของวัดแม่พระถวายพระกุมารในพระวิหาร จันทร์เพ็ญ หรือวัดแม่พระถือศีลชำระ จันทร์เพ็ญ ที่เรียกขานกันในอดีต ซึ่งถือเป็นชุมชนคาทอลิกที่ใหญ่เป็นลำดับสองรองจากท่าแร่ ของอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง มีคริสตชนประมาณ 3,500 คน และมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าร้อยปี
ความเป็นมาของคริสตชุมชนแห่งนี้ เกิดขึ้นเมื่อประมาณปลายเดือนสิงหาคมต้นเดือนกันยายน ค.. 1885 (.. 2428) มีชาวบ้านกวนบุ่นกลุ่มหนึ่ง ได้มาหาคุณพ่อยอแซฟ  กอมบูริเออ ที่ท่าแร่เพื่อขอให้ไปเยี่ยมพวกเขา  คุณพ่อยอร์ช ดาแบง ได้เดินทางไปกับพวกเขาเพื่อสอนคำสอน และเห็นว่าที่ตั้งหมู่บ้านคับแคบและไม่ถูกสุขลักษณะ คุณพ่อจึงอพยพผู้สนใจเหล่านั้นไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ถูกสุขลักษณะและอุดมสมบูรณ์กว่า ในเดือนมกราคม ค.. 1888 (.. 2431)  ซึ่งได้กลายมาเป็น “บ้านจันทร์เพ็ญ” ในปัจจุบัน



สิ่งที่น่าชมคือ คริสตชนชาวจันทร์เพ็ญ ยังคงรักษาประเพณีการฉลองวัด ฉลองความเชื่อประจำปีในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ หรือที่เรียกว่า “บุญเดือนสาม” นอกนั้นวันนี้ยังเป็นวันนักบวช ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ประกาศให้ปีนี้ (ตุลาคม 2014-พฤศจิกายน 2015) เป็นปีนักบวช ดังนั้น บรรดาคณะนักบวชต่างๆ ที่ทำงานในอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง จึงพากันมารื้อฟื้นคำสัญญาของชีวิตผู้ถวายตัวและฉลองปีนักบวชที่วัดแห่งนี้ด้วย
พระคุณเจ้าหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ ประธานในพิธีได้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของกระแสเรียกในบทเทศน์ตอนหนึ่งว่า เราคริสตชนทุกคนต่างได้รับกระแสเรียก ซึ่งมีหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระแสเรียกของการแต่งงานมีครอบครัว ซึ่งเป็นบ่อเกิดหรือจุดเริ่มต้นของกระแสเรียกทั้งหลาย แต่ว่าบรรดานักบวชชายหญิงคือบุคคลพิเศษที่พระเจ้าทรงเลือกสรร เพื่อทำงานรับใช้พระเจ้าและพระศาสนจักรในรูปแบบต่างๆ



สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ได้ตรัสถึงความสำคัญของชีวิตผู้ถวายตัวเอาไว้ว่า “ข้าพเจ้าอยากจะบอกคำหนึ่งแก่พวกท่าน คำนี้คือความยินดี ที่ไหนที่มีผู้รับเจิม ที่นั่นมีความยินดีเสมอ” 
ประการสำคัญ แม้เราจะไม่สามารถอุทิศตนรับใช้พระเจ้าในฐานะนักบวชได้ แต่เราสามารถสนับสนุนส่งเสริมกระแสเรียกของการเป็นนักบวชได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การภาวนา ดังนั้น ขอให้เราได้ภาวนาเพื่อจะได้มีกระแสเรียกของผู้ถวายตัวเพิ่มมากขึ้นในสังฆมณฑลของเราและในพระศาสนจักร



คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
โรงเรียนเซนต์ยอแซฟกุฉินารายณ์
2 กุมภาพันธ์ 2015