วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562

การกลับใจมาหาพระเจ้า

 การกลับใจมาหาพระเจ้า 
อาทิตย์
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต
ปี C
ยชว 5:9, 10-12
2 คร 5:17-21
ลก 15:1-3, 11-32
บทนำ
มหาตะมะ คานธี บิดาผู้สร้างชาติอินเดีย ได้เขียนอัตชีวประวัติเกี่ยวกับประสบการณ์เลวร้ายเรื่องการขโมยเวลาเป็นเด็กเอาไว้ว่าเมื่ออายุได้ 15 ปี ท่านได้ขโมยสร้อยข้อมือทองคำหนึ่งข้อของพี่ชาย เพื่อใช้หนี้ประมาณ 25 รูปี (20 บาท) ที่ตนเองได้ก่อขึ้น ท่านรู้สึกเสียใจมากในสิ่งที่ได้กระทำลงไป โดยตั้งใจว่าจะไม่ขโมยอีกเลยในชีวิต ท่านตัดสินใจสารภาพกับบิดาแต่ไม่กล้าบอก จึงได้เขียนคำสารภาพใส่กระดาษยื่นให้บิดาได้อ่านด้วยตนเอง
ในกระดาษแผ่นนั้น นอกจากสารภาพผิดแล้ว ท่านยังได้ขอให้บิดาลงโทษท่านตามสมควรแก่เหตุ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ขโมยอีกเลยในอนาคต ท่านรู้สึกสั่นเทาเมื่อยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้บิดาขณะกำลังไปนอน บิดาคลี่กระดาษออก อ่านเนื้อความทั้งหมดด้วยน้ำตาไหลอาบแก้ม จากนั้นได้ฉีกกระดาษแผ่นนั้นและสวมกอดท่าน ไม่ได้แสดงอาการโกรธ ดุด่า หรือลงโทษแต่อย่างใด น้ำตาของบิดาวันนั้นได้ชำระใจและความผิดที่ท่านได้กระทำ
อุปมาเรื่อง ลูกล้างผลาญ” (The prodigal son) ในพระวรสารวันนี้ ถือเป็นอุปมาที่กินใจและถูกกล่าวถึงมากที่สุดในบรรดาอุปมาของพระเยซูเจ้า แต่ที่ถูกต้องควรเรียกว่า บิดาผู้ใจดี เพราะตัวเอกในเรื่องไม่ใช่บุตรที่หนีจากบิดาและล้างผลาญทรัพย์จนหมดสิ้น แต่เป็นบิดาที่ใจดีที่รักและให้บุตรทุกอย่าง แม้สิ่งที่บุตรคนเล็กขอขัดกับความรู้สึกและธรรมเนียมยิว เพราะเป็นการขอมรดกส่วนที่เป็นของตนขณะที่บิดายังมีชีวิตอยู่ กระนั้น บิดายอมแบ่งให้
ความรักที่บิดามีต่อบุตรแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดใน การเฝ้าคอย การกลับมาของบุตรคนเล็กอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อบุตรคนเล็กล้มเหลวกลับมาได้เปิดใจต้อนรับ เป็นบิดาที่เห็นบุตรแต่ไกลแล้วรีบวิ่งไปสวมกอดและจูบ คืนทุกอย่างให้บุตรคนเล็กโดยไม่รั้งรอ เสื้อหมายถึงเกียรติยศที่ให้แก่บุตรที่กลับมา แหวนหมายถึงอำนาจในดูแลทรัพย์สิน และรองเท้าหมายถึงฐานะการเป็นบุตร เพราะในครอบครัวยิวมีเพียงบุตรเท่านั้นที่สวมรองเท้า ส่วนคนใช้เดินเท้าเปล่า
1.   การกลับใจมาหาพระเจ้า
บิดาได้ให้อภัยบุตรคนเล็กโดยไม่เอ่ยถึงความผิดพลาดในอดีต หรือดุด่าเลย นี่คือ การให้อภัยอย่างสิ้นเชิง เป็นการให้อภัยที่ปราศจากผลประโยชน์แอบแฝงและให้อภัยจากใจจริง ซึ่งเป็นรูปหมายถึงพระบิดาเจ้าที่รักและให้อภัยไม่สิ้นสุด บุตรคนเล็กไม่เพียงไม่เคารพบิดาแต่ได้ละเลยหน้าที่ของบุตรที่ดีในการเลี้ยงดูบิดา ตรงข้ามเขาได้หันหลังให้บิดา ตัดสัมพันธ์ทุกอย่าง หนีห่างจากบิดาและประพฤติตนเสเพล ผลาญทรัพย์สมบัติจนหมดสิ้น
อุปมาได้แสดงให้เห็นชีวิตตกต่ำถึงขีดสุดของบุตรคนเล็ก เขากลายเป็นคนเลี้ยงหมูซึ่งเป็นสัตว์สกปรก (ลวต 11:7) สำหรับชาวยิวที่เคร่งศาสนาไม่มีวันทำอาชีพนี้โดยเด็ดขาด บุตรคนเล็กสำนึกผิด เสียใจในสิ่งที่ตนเองกระทำ คิดถึงบิดาและตัดสินใจกลับบ้านไปหาบิดา โดยตั้งใจขอให้บิดารับเขาเป็นเหมือนคนใช้ในตำแหน่งที่ต่ำที่สุด แต่เขาไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนั้น เพราะบิดาสั่งให้คนใช้ต้อนรับเขาด้วยเสื้อที่สวยที่สุด แหวน และรองเท้า (ลก 15:22) และจัดงานเลี้ยงฉลองด้วยลูกวัวตัวที่อ้วนที่สุด
อุปมานี้เกิดขึ้นจากสถานการณ์ ที่พระเยซูเจ้าถูกวิจารณ์ว่าเป็นมิตรกับคนเก็บภาษีและคนบาป เราได้เห็นพฤติกรรมของบุตรคนโตที่รู้สึกโกรธเมื่อเห็นน้องชายกลับบ้าน บุตรคนโตหมายถึงพวกธรรมาจารย์และชาวฟาริสีที่ถือตัวว่าชอบธรรม ไม่เคยฝ่าฝืนคำสั่งของพ่อเลย แต่ในความเป็นจริง ความผิดพลาดยิ่งใหญ่ที่สุดของคนเราคือการไม่สำนึกว่าตนเองมีความผิดอะไร การถือตัวว่าเป็นคนชอบธรรมและดีกว่าคนอื่นไม่เพียงตัดเขาจากพระเจ้า แต่ยังตัดเขาจากเพื่อนพี่น้องด้วย
2.    บทเรียนสำหรับเรา
พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก เราต้องกลับใจกลับมาหาพระเจ้า เราอาจเป็นบุตรคนเล็กที่เป็นคนบาปและหนีห่างจากพระเจ้า เราต้องกลับมาหาพระองค์ทุกวัน การเดินทางกลับบ้านคือการเดินทางฝ่ายจิตที่แสดงถึงการกลับใจอย่างแท้จริง ละทิ้งบาปและความทุกข์ที่เป็นผลของบาป อุปมาได้แสดงให้เห็นว่าบิดาไม่เคยละทิ้งบุตร แต่ตั้งตาคอยและเฝ้ารอการกลับมาของบุตรทุกวัน เช่นเดียวกับพระเจ้าที่ปรารถนาให้คนบาปกลับใจมาหาพระองค์ ไม่ทรงประสงค์ให้ผู้ใดเสียไปแม้สักคนเดียว
ประการที่สอง เราต้องให้อภัยเพื่อนพี่น้องด้วยใจกว้าง เราอาจเป็นบุตรคนโตที่ไม่เคยหนีห่างจากบิดา ทำตามใจบิดาทุกอย่าง มาวัดทุกสัปดาห์ไม่เคยขาด แต่เกลียดชังและไม่ยอมให้อภัยพี่น้องของตน ถือตัวว่า ตนเองเป็นคนชอบธรรมกว่าคนอื่น พระเยซูเจ้าทรงต้องการให้เรายอมรับเพื่อนพี่น้องและให้อภัยเขาด้วยใจกว้าง ด้วยการสำนึกว่าเราทุกคนเป็นบุตรของพระเจ้า
ประการที่สาม เราต้องมาร่วมงานเลี้ยงศักดิ์สิทธิ์ด้วยความยินดี พระบิดาเจ้าสวรรค์ของเราทรงเฝ้าคอยเราที่ประตู ให้เราได้ใช้ช่วงเวลาพิเศษในเทศกาลมหาพรตนี้ กลับใจเปลี่ยนแปลงชีวิต คืนดีกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง เป็นต้น ในการมาร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณทุกสัปดาห์ เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้องอย่างแน่นแฟ้น
บทสรุป
พี่น้องที่รัก อุปมานี้แสดงให้เห็นถึงท่าทีของพระเจ้าต่อคนบาป ประการแรก พระเจ้าทรงต้องการคนบาป แม้มนุษย์กระทำชั่วแต่พระเจ้ายังต้องการเขาอยู่ ด้วยการส่งพระบุตรมาไถ่บาปเพื่อให้เขาได้เดินในหนทางแห่งความรอด ประการที่สอง พระเจ้าเฝ้ารอการกลับมาของคนบาป แสดงถึงความรักยิ่งใหญ่และการอภัยไม่สิ้นสุดของพระเจ้าที่ไม่จดจำความผิด แต่เพียรทนรอคอยวันที่เขากลับใจมาหาพระองค์
เราทุกคนเป็นคนบาป ทั้งแบบเปิดเผยอย่างบุตรคนเล็กและแบบปิดบังซ่อนเร้นอย่างบุตรคนโต พระวาจาของพระเจ้าวันนี้เชื้อเชิญเราให้กลับใจมาหาพระเจ้า ศิษย์พระคริสต์ต้องเลียนแบบบุตรคนเล็กที่ยอมเปลี่ยนแปลงชีวิตกลับมาหาบิดา ร่วมรับผิดชอบและเคารพเชื่อฟังบิดา อีกทั้ง ยอมละทิ้งอคติ ความใจแคบและความโกรธเยี่ยงบุตรคนโต เพื่อยอมรับ ให้อภัย และรับใช้ซึ่งกันและกันด้วยความรัก เป็นต้น ในครอบครัว หมู่คณะ และชุมชนวัดของเรา
ขวัญ ถิ่นวัลย์, เทศกาลมหาพรต 40 วันแห่งการฟื้นฟูชีวิตคริสตชน, (สกลนคร : สมศักดิ์การพิมพ์ กรุ๊ป, 2561), หน้า 95-98.
ภาพ : การรับศีลอภัยบาป, วัดบ้านโนนป่าก่อ, ดงหลวง, มุกดาหาร; 1999-12-26

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น