วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พระตรีเอกภาพ: พระเจ้าหนึ่งเดียวสามพระบุคคล

วันอาทิตย์
สมโภชพระตรีเอกภาพ ปี A
อพย 34:4ข-6, 8-9
2 คร 13:11-13
ยน 3:16-18

 พระตรีเอกภาพ: พระเจ้าหนึ่งเดียวสามพระบุคคล
บทนำ

ชาวนาคนหนึ่งมีธุระเข้าไปในเมือง ขณะที่เขากำลังเดินบนถนนที่พลุกพล่านสายหนึ่ง ทันใดนั้นเขาได้หยุดและพูดกับเพื่อนที่ไปด้วยว่า “ฉันได้ยินเสียงจิ้งหรีด” เพื่อนของเขารู้สึกแปลกใจจึงถามว่า “แกได้ยินเสียงจิ้งหรีดท่ามกลางเสียงที่อึกทึกคึกโคมเช่นนี้ได้อย่างไร” ชานนาคนนั้นยืนยันหนักแน่นว่า “ฉันได้ยินเสียงมันจริงๆ หูของฉันคุ้นเคยกับเสียงของมัน”

จากนั้น ชาวนาได้ตั้งใจฟังเสียงจิ้งหรีดและติดตามเสียงของมัน จนพบจิ้งหรีดตัวหนึ่งกำลังร้องริมหน้าต่าง เพื่อนที่ไปด้วยฉงนใจมาก แต่ชาวนาไม่รู้สึกแปลกใจอะไร เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางกาง หยิบเงินเหรียญหนึ่งออกมาและขว้างลงไปบนทางเดิน เสียงเงินเหรียญกระทบพื้นทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมาหยุดและหันมองไปทางเสียงนั้น

ชาวนาจึงพูดกับเพื่อนคนนั้นว่า “แกคงเข้าใจสิ่งที่ฉันหมายถึง ผู้คนไม่ได้ยินเสียงจิ้งหรีดแต่ได้ยินเสียงเงินเหรียญ คนส่วนใหญ่มักจะได้ยินเสียงที่เขาคุ้นเคยและเพิกเฉยต่อเสียงอื่นที่เขาไม่สนใจ” เรื่องของชาวนาคนนี้ ตรงกับคำกล่าวของวอลแตร์ที่ว่า “ใครคนหนึ่งสามารถรับรู้ถึงความมีอยู่ของพระเจ้า หากเขาเปิดตาของเขา” เราสามารถได้ยินเสียงของพระเจ้าและเห็นถึงการประทับอยู่พระองค์ หากเราเปิดตาและหูของเราฟังเสียงของพระองค์

วันนี้เราสมโภชพระตรีเอกภาพ ธรรมล้ำลึกเรื่องพระบิดา พระบุตร และพระจิต ซึ่งเป็นความเชื่อพื้นฐานสำคัญของคริสตชน ที่พระเยซูเจ้าทรงเปิดเผยให้เราทราบว่า พระเจ้ามิใช่ใครอื่นที่อยู่ห่างไกล แต่เป็นเหมือนพ่อ (Abba) ที่ใจดี ซึ่งรักและให้อภัยเราเสมอ ดังคำอุปมาเรื่อง “บิดาผู้ใจดี” (ลูกล้างผลาญ) นอกนั้น สิ่งแรกที่บิดามารดาสอนเราเกี่ยวกับศาสนาคือ การทำสำคัญมหากางเขน และสิ่งสุดท้ายที่พระสงฆ์ทำที่หลุมศพเหนือร่างของเราคือ สำคัญมหากางเขนเช่นเดียวกัน ชีวิตคริสตชนของเราจึงถูกตราไว้ในพระนามของพระตรีเอกภาพ “พระบิดา พระบุตร และพระจิต”

1. พระตรีเอกภาพ พระเจ้าหนึ่งเดียว

ในพระวรวารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้แสดงให้นิโคเดมัสได้เข้าใจว่า พระเจ้าสามพระบุคคลได้เริ่มงานไถ่กู้มนุษย์ให้รอดด้วยเหตุผลเพียงประการเดียวคือ “ความรัก” ที่มีต่อมนุษยชาติ “พระเจ้า องค์ความรัก” จึงเป็นศูนย์กลางของข่าวดีแห่งพระวรสารวันนี้ พระเจ้าทรงรักเราทุกคนและทรงรักโลกจึงได้ประทานพระบุตรแต่องค์เดียวของพระองค์ แบบไร้ขีดจำกัดและไม่สงวนสิ่งใดไว้เลย ดังที่นักบุญเปาโลกล่าวว่า “พระองค์มิได้หวงแหนพระบุตรของพระองค์ แต่ทรงมอบพระบุตรเพื่อเราทุกคน” (รม 8:31-32) วันสมโภชพระตรีเอกภาพ จึงเป็นวันเฉลิมฉลองพระเจ้าและความรักของพระองค์

สามพระบุคคลในพระตรีเอกภาพ “พระบิดา พระบุตร และพระจิต” รวมเป็นหนึ่งเดียวในความรักและเท่าเสมอกัน ความรักของพระเจ้าแสดงออกให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งในการสร้าง รวมถึงเรามนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งสร้างที่ประเสริฐที่สุด และเรามีส่วนในความรักที่สมบูรณ์ของพระองค์ การสมโภชพระตรีเอกภาพจึงเตือนใจเราให้ตระหนักถึงความรักที่สูงส่งของพระเจ้าที่มีต่อเรา ผ่านทางความรักนี้ทำให้เราเปลี่ยนแปลงตนเองกลายเป็นทายาทในอาณาจักรของพระเจ้า

ธรรมล้ำลึกเรื่องพระตรีเอกภาพ “สามพระบุคคลรวมเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว” เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยากด้วยสติปัญญา (Intellect) แต่เราสามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้ด้วยหัวใจ (Heart) เมื่อเราเจริญชีวิตในความรักต่อกัน เวลาที่เรารักกันพระเจ้าจะประทับอยู่กับเราและเราอยู่ในพระเจ้า สายสัมพันธ์แห่งความรักได้รวมพระบิดา พระบุตร และพระจิตให้เป็นหนึ่งเดียวกันในพระตรีเอกภาพ อีกทั้งรวมมนุษย์เราให้เป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์และกับเพื่อนพี่น้อง

2. บทเรียนสำหรับเรา

ความเชื่อและประสบการณ์ของพระศาสนจักรทุกยุคทุกสมัย เป็นความเชื่อที่หยั่งรากลึกในพระตรีเอกภาพ “พระบิดา พระบุตรและพระจิต” เสมอมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง เป็นประสบการณ์ของบรรดาคริสตชนและนักบุญทั้งหลายที่เชื่อในพระตรีเอกภาพ และพยายามเจริญชีวิตแบบพระตรีเอกภาพ คือชีวิตแห่งความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าและกับเพื่อนพี่น้องในชีวิตประจำวัน

ประการแรก ชีวิตของเรากับพระเจ้า ควรเป็นชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์ ศรัทธา และเชื่อมั่นในพระเจ้าเที่ยงแท้ และมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าอย่างแน่นแฟ้นที่สุด จนกล่าวได้ว่า “พระเจ้าทรงเป็นที่หนึ่งและสำคัญที่สุดในชีวิตเรา” พระองค์คือพระเจ้าที่เราเชื่อ รัก และวางใจมากที่สุด ไม่มีสิ่งใดในโลกจะเปรียบกับพระเจ้าได้เลย ชีวิตของเราคือชีวิตของพระเจ้านั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการปฏิบัติศาสนกิจ อาทิ การมาวัดวันอาทิตย์ การทำบุญให้ทาน การภาวนา เป็นต้น

ประการที่สอง ชีวิตของเรากับเพื่อนมนุษย์ ควรต้องเป็นชีวิตแห่งความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียว มีความเชื่อและความไว้ใจกัน ที่แสดงออกในความรัก ความเมตตา และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่เรามีต่อกัน เป็นชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ รักเสมอ และให้อภัยเสมอในแบบเดียวกันกับพระเจ้า โดยเริ่มจากความเป็นหนึ่งเดียวกันในครอบครัว ในหมู่คณะ และในสังคมของเรา นี่คือ การเป็นพยานถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในชีวิตพระตรีเอกภาพ ที่เราสมโภชในวันนี้

บทสรุป

พี่น้องที่รัก พระตรีเอกภาพที่เราสมโภชในวันนี้คือความเชื่อและความหวังของเรา เหนือสิ่งอื่นใด พระเจ้าเที่ยงแท้ที่เราเชื่อศรัทธาและมีพลังต่อชีวิตของเรามากที่สุด เป็นพระเจ้าสามพระบุคคล “พระบิดา พระบุตร และพระจิต” เป็นพระเจ้าแห่งความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวแท้จริง ไม่มีการแบ่งแยกแต่เท่าเสมอกัน และสมบูรณ์ครบครันในความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเราจะเข้าใจอย่างถ่องแท้เมื่อเราอยู่ต่อหน้าพระเจ้า และเมื่อเราเจริญชีวิตในความรักต่อกัน ทั้งกับพระเจ้าและกับเพื่อนมนุษย์

เราคริสตชนประกาศเสมอมาในการภาวนาถึงพระตรีเอกภาพ “พระบิดา พระบุตร และพระจิต” ด้วยการทำสำคัญมหากางเขนที่หน้าผาก ที่หน้าอก และที่ไหล่ทั้งสองข้าง เราออกนามพระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระจิต ให้มาประทับอยู่กับเราและอวยพรเรา เป็นการประกาศให้ทุกคนได้รับทราบว่า “เราเป็นคริสตชน” อีกทั้ง เป็นการยืนยันว่า เราเชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียวสามพระบุคคล และดำเนินชีวิตในพระนามของพระตรีเอกภาพ “พระบิดา และพระบุตร และพระจิต”

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com
วัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว
17 มิถุนายน 2011

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เขตตะวันตกสัมมนาพระคัมภีร์

เขตตะวันตกสัมมนาพระคัมภีร์ มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน


ดอนทอย พระสงฆ์เขตตะวันตกจัดสัมมนาพระคัมภีร์ ครั้งที่ 2 ที่วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย เมื่อวันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีผู้นำระดับเขต ระดับวัด และระดับชุมชนจากวัดต่างๆ เข้าร่วมสัมมนากว่า 200 คน การสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นการสานต่อการศึกษาพระคัมภีร์ โดยเน้นพระวรสารทั้งสี่ เพื่อให้ผู้นำกลุ่มจากวัดต่างๆ ได้เข้าใจหนังสือซึ่งเป็นหัวใจของพระคัมภีร์ พันธสัญญาใหม่ได้ดียิ่งขึ้น



หัวข้อในการสัมมนาครั้งนี้คือ “ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับพระวรสารทั้งสี่” ซึ่งเริ่มด้วย วจนพิธีกรรมเปิดการสัมมนา โดย คุณพ่อพรทวี โสรินทร์ หัวหน้าเขตตะวันตก ที่ได้พูดถึงบทบาทพระวาจาของพระเจ้าในชีวิตของพระศาสนจักร โดยเฉพาะในชีวิตประจำวันของคริสตชน ในการอ่านพระคัมภีร์หรือในการประชุมกลุ่มคริสตชนพื้นฐาน ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้คริสตชนรู้จักใช้และเห็นความสำคัญของพระคัมภีร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระวรสารทั้งสี่ ในอันที่จะนำไปประยุกต์ใช้ แบ่งปัน และดำเนินชีวิตตามพระวาจาของพระเจ้าได้



จากนั้น เป็นการบรรยายของ คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์ เจ้าอาวาสวัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว ในหัวข้อ “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระวรสารทั้งสี่” และการฝึกการใช้พระคัมภีร์ โดย คุณพ่อพรทวี โสรินทร์ ในหัวข้อ “วิธีใช้พระคัมภีร์” ตอนบ่ายเป็นการบรรยายเกี่ยวกลุ่มบุคคลที่ควรรู้ในพระวรสาร โดย คุณพ่อสุรวุฒิ สมงาม ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายพระศาสนจักร โดย คุณพ่อกรไกร พิลาจันทร์ และงานแพร่ธรรม โดย คุณพ่อฉลอง แก้วอาศา ก่อนที่จะมีวจนพิธีกรรมปิดการสัมมนา โดย คุณพ่อไฟศาล ว่องไว ผู้รับผิดชอบชุมชนคริสตชนพื้นฐานเขตตะวันตก



คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์ ได้อธิบายให้ผู้เข้าสัมมนาได้เข้าใจถึง “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระวรสารทั้งสี่” ในประเด็นที่เกี่ยวกับ “ความเป็นมาของพระวรสารทั้งสี่”, “พระวรสาร 3 เล่มแรก” และ “พระวรสารโดยนักบุญยอห์น” เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของหนังสือพระวรสารที่เป็นพยานสำคัญถึงชีวิตและคำสอนของพระเยซูเจ้า โดยเน้นสาระสำคัญเกี่ยวกับผู้เขียน จุดประสงค์และคำสอนหลักของผู้เขียนแต่ละฉบับ



ทั้งนี้ เพื่อย้ำให้บรรดาผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ตระหนักว่า พระวรสารเขียนขึ้นเพื่อให้คริสตชนได้แนะนำและอธิบายความเชื่อของตนแก่คนอื่น หากเราต้องการเป็นคริสตชนที่เข้มแข็งด้านความเชื่อ ต้องการรักและรับใช้พระองค์มากกว่าที่เป็นอยู่ และต้องการนำพระองค์ไปมอบให้ผู้อื่น เราต้องอ่านและทำให้พระวรสารของพระองค์กลายเป็นชีวิตของเรา ด้วยการเขียนพระวรสารวันบท จากกิจการที่เรากระทำและคำพูดที่เรากล่าวออกไป
Don Daniele รายงาน
วัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว
15 มิถุนายน 2010